
ปรับฐานแบบสุขภาพดีจริงหรือ
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ขยับสูงขึ้นไม่หยุด ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีปรับตัวสูงขึ้นถึง 0.4% จนไปแตะระดับ 2.9% สูงที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ทั้งที่เฟดยังไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยสักครั้ง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รับลูกด้วยความกังวล และปรับฐานลงอย่างหนัก ดัชนี S&P500 ที่กำลังทำจุดสูงสุดใหม่ร่วงกว่า 10% ภายในไม่กี่วัน ลากให้ตลาดการเงินทั่วโลกปรับฐานอย่างน้อย 5-7% ตามไปด้วย ร้อนไปถึงบอนด์ยีลด์ทั่วโลกที่ขยับขึ้นเฉลี่ยราว 0.2% แม้ราคานํ้ามันจะดิ่งลงไป 7% แม้แต่ทองคำก็อ่อนค่าลง 3% เทียบกับดอลลาร์ ไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็ดูจะพังไปหมด
อย่างไรก็ดี กูรูทางการเงินมากมายดูจะยัง “ไม่ถอดใจ” และส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า การปรับตัวลงของตลาดครั้งนี้คือ “Healthy Correction” หรือแปลเป็นไทยได้ประมาณว่า “การปรับฐานแบบสุขภาพดี”
นักเศรษฐศาสตร์สำนักใหญ่หลายท่านยังออกมาเสริมอีกด้วยว่าการปรับตัวสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ไม่ใช่เรื่องแย่ เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ผู้ประกอบการกล้ากู้ ประชาชนกล้าใช้จ่าย และเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งคือสิ่งที่รออยู่ในปีนี้
ผมก็เป็นนักลงทุนคนหนึ่ง เป็นไปได้ก็อยากจะเห็นตลาดที่ขึ้นไม่มีลงเช่นกัน แต่ในความเป็นจริงเราก็ต้องยอมรับว่าสินทรัพย์ทางการเงินทุกอย่างมี “มูลค่าพื้นฐาน” และถ้าราคาปัจจุบันผิดจากราคามูลค่าแท้จริงของสินทรัพย์ไปมาก ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการ Correction หรือปรับฐานได้
ที่น่าสนใจคือครั้งนี้เป็นการ “ปรับฐานแบบสุขภาพดี” หรือ “ลงเพื่อรอขึ้นต่อ” จริงไหม ผลกระทบของการปรับฐานต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจ ในมุม “ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง” เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจ
การปรับฐาน “แบบปกติ” จะเกิดขึ้นเมื่อสินทรัพย์มีพฤติกรรมหรือราคาที่ผิดปกติ ดังนั้น หลังการปรับฐาน “จุดสมดุลใหม่” จะเป็นจุดที่ความผิดปกติบางอย่างในตลาดควรหายไป หรือราคาควรกลับเข้าใกล้พื้นฐานมากขึ้น เหมือนคนเจอมะเร็งร้าย อยากหายก็ต้องแลกด้วยการรักษาหรือการผ่าตัดที่เจ็บปวด
เมื่อมองแบบนี้การ “ปรับฐานแบบสุขภาพดี” ก็ควรเป็นอะไรที่ดีกว่านั้น เช่นเป็นเหมือนวัคซีน ที่ฉีดเข้าร่างกายแล้วไม่ทำให้เกิดโรค แต่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้
ในโลกการเงิน เราอาจมองการขยับต้นทุนอย่างดอกเบี้ยขึ้น เปรียบเสมือน “ยาขม” ที่เศรษฐกิจและตลาดการเงินกำลังดื่มอยู่ จะ Healthy ก็ต่อเมื่อ ราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวลงเพียงระยะสั้น ไม่ทำให้ตลาดผันผวนสูงขึ้น และสร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงให้กับสินทรัพย์ได้ในระยะยาว
ในมุมมองของผม การปรับฐานรอบนี้ไม่ง่ายเพราะ “ไม่มีสินทรัพย์ทางการเงินชนิดไหนที่เราสามารถเรียกว่าเป็นที่พักเงินได้เต็มปากเลย”
ดังนั้นเมื่อความผันผวนในตลาดต้นตอปัญหาอย่างอเมริกายังไม่ลดลงสู่ระดับที่วางใจได้ ก็ยากที่จะเรียกว่านี่คือการปรับฐานแบบสุขภาพดี
ซํ้าร้ายไปกว่านั้นถ้าการปรับฐานรอบนี้ส่งผลให้ภาวะความผันผวนตํ่าผิดปกติที่เคยอยู่กับตลาดจบลงการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ของโลกอาจเริ่มขึ้นเร็วๆนี้ และนักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในช่วงการปรับฐานนี้
อย่างไรก็ตาม การปรับฐานรอบนี้ไม่ได้แย่ไปทั้งหมดเพราะ “ไม่ได้เกิดมาจากปัญหาเศรษฐกิจ” ดังนั้น “โอกาสที่จะลุกลามไปสู่ภาวะวิกฤติก็แทบจะไม่มี”
ถ้าเศรษฐกิจโลกยังแข็งแกร่ง ตลาดจะเข้าสู่ภาวะสมดุลได้เร็ว และเมื่อไหร่ก็ตามที่เศรษฐกิจดีขึ้นจนทนต่อแรงกดดันด้านต้นทุนได้แล้ว การลงทุนก็จะพลิกกลับมาสดใสได้อีกครั้งแน่นอน
เราอาจมองการปรับฐานครั้งนี้เหมือนการตรวจสุขภาพตลาดการเงินประจำปี ตอนนี้เรารู้แล้วว่า ตลาดไม่แข็งแรงมาก ออกอาการวิงเวียนเมื่อดอกเบี้ยขึ้น และโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนก็ไม่น้อย อดทน ไม่รีบร้อน และลงทุนแต่พอตัวคือทางเลือกที่เหมาะสม
มีเพียงคุณหมอที่ชื่อ “เวลา” เท่านั้นที่จะวินิจฉัยได้ชัดเจนว่า การปรับฐานของตลาดการเงินโลกครั้งนี้ “มีสุขภาพดี” จริงหรือไม่
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






