
7 ข้อต้องรู้ก่อนเลือกผู้สืบทอด
1. ไม่ทึกทักเอาเอง เจ้าของธุรกิจจำนวนมากคิดเอาเองว่าลูกชายหรือลูกสาวของตนต้องการที่จะเข้ามารับช่วงธุรกิจหรือคิดว่าลูกคนใดคนหนึ่งเหมาะสมกับหน้าที่นี้ แต่การคิดทึกทักเอาเองเช่นนี้อาจเกิดโทษต่อบริษัทได้
2. พิจารณาว่าสมาชิกในครอบครัวคนใดเป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพ ทั้งนี้การใช้บุคคลภายนอก เช่น ที่ปรึกษามืออาชีพหรือคณะกรรมการที่ปรึกษาอาจให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ เนื่องจากบุคคลภายนอกมีแนวโน้มที่จะเป็นกลางและไม่มีส่วนได้เสียกับการตัดสินใจนี้ และพวกเขาอาจช่วยให้ตระหนักว่าบางครั้งคนที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
3. พิจารณาทักษะและนิสัยใจคอ เมื่อเลือกแคนดิเดตได้สัก 2-3 คนไปแล้ว ให้จัดการประชุมเป็นการส่วนตัวกับแต่ละคนเพื่อหารือเกี่ยวกับบทบาทความเป็นผู้นำ ด้วยวิธีนี้จะทำให้รู้สึกว่าคนที่กำลังพิจารณาอาจขาดทักษะหรือนิสัยใจคอที่เหมาะสมในการเป็นผู้นำธุรกิจ
4. หากมีแคนดิเดตหลายคน ควรให้โอกาสกับทุกคนเท่าเทียมกัน ซึ่งแนวทางนี้ใช้กันในบริษัทมหาชนและธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ ที่เปิดโอกาสให้แคนดิเดตที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแต่ละรายเข้ารับตำแหน่งในบริษัท และเลื่อนตำแหน่งตามสายงานบริหาร
5. หากเป็นไปได้ให้หมุนเวียนงานให้กับแคนดิเดตแต่ละราย เพื่อให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ในหลายๆ ด้านของธุรกิจ แล้วค่อยๆเพิ่มหน้าที่รับผิดชอบและกำหนดเป้าหมายที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะไม่เพียงได้บ่มเพาะผู้นำที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังอาจสร้างทีมผู้บริหารที่มีศักยภาพขึ้นด้วย
7. ทำงานร่วมกับผู้สืบทอดในการถ่ายโอนอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อได้เลือกผู้สืบทอดแล้วเขาหรือเธอจะกลายเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่ายที่จะค่อยๆ เปลี่ยนถ่ายอำนาจจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นถัดไป (สมมติว่าธุรกิจยังเป็นของครอบครัว) ทั้งนี้อาจใช้มืออาชีพจากภายนอกเข้ามาเป็นที่ปรึกษาได้
นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติม1 ว่าเจ้าของธุรกิจที่เริ่มกระบวนการวางแผนสืบทอดกิจการควรระบุผู้สืบทอดที่มีศักยภาพอย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งควรเป็นคนที่มีความหลงใหลในธุรกิจและมีความสนใจในการดำเนินธุรกิจ และที่สำคัญต้องมีทักษะความสามารถที่จะส่งเสริมความสำเร็จของธุรกิจต่อไปได้ และเจ้าของธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กที่กำลังจะมีการถ่ายโอนกิจการควรพยายามรวบรวมสมาชิกทั้งครอบครัวเข้ามาร่วมในการอภิปราย เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความไม่ลงรอยกันในครอบครัว อีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องเริ่มต้นกระบวนการสืบทอดกิจการกันแต่เนิ่นๆ คือเพื่อให้มีเวลามากพอที่จะบ่มเพาะ ฝึกฝนและเลือกผู้สืบทอดที่สมบูรณ์แบบสำหรับธุรกิจ ทั้งนี้อาจมีการจ้างที่ปรึกษาหรือบริษัทที่ปรึกษาเพื่อช่วยในการสร้างและใช้โปรแกรมฝึกอบรมผู้สืบทอดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่ามีเจ้าของธุรกิจจำนวนมากไม่สนใจในเรื่องการส่งต่อธุรกิจไปสู่รุ่นต่อไป และน่าแปลกใจว่ามีเจ้าของธุรกิจจำนวนมากเช่นกันที่บอกว่ายังไม่ได้คิดว่าจะทำอย่างไรกับธุรกิจเมื่อถึงวัยเกษียณหรือเมื่อต้องเสียชีวิตไป จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามว่าหากต้องการรักษาธุรกิจครอบครัวให้สามารถตกทอดไปสู่รุ่นต่อไปได้อย่างยาวนานนั้นควรทำอย่างไร ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญของสมาชิกในครอบครัวที่ต้องตระหนัก ไม่ว่าพวกเขาจะเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจในวันหนึ่งข้างหน้าหรือไม่ก็ตาม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,339 วันที่ 11 - 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






