
ไทยบุกงาน‘สัปดาห์สีเขียว’ ผลักดันการทูตเชิงเศรษฐกิจในเยอรมนี(3)
เยอรมนี ต้นแบบเทคโนโลยี 4.0 ใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ในการผลิตอาหารที่สด อร่อย ปลอดภัยและมีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เล็งเห็นถึงจุดแข็งด้านนวัตกรรมอาหารของเยอรมนีที่สามารถนำมาพัฒนาภาคเกษตรและอาหารของไทยได้ จึงได้จัดโครงการ “การทูตเชิงเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มพูนศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทย” ระหว่างวันที่ 16-21 มกราคม 2561 เยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยได้มีผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันอาหาร สมาคมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร และเกษตรกรต้นแบบ เดินทางไปศึกษาเทคโนโลยีของเยอรมนีร่วมกันที่กรุงเบอร์ลินและเมืองเดรสเดน โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
การศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้แนวทางการทำเกษตรสมัยใหม่จากทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันวิจัยของเยอรมนี อีกทั้งยังได้เข้าร่วมการประชุม Global Forum for Food and Agriculture 2018 (GFFA 2018) ทำให้ทราบว่า การเกษตรแบบก้าวหน้าไม่เพียงเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อผลิตอาหารแห่งอนาคต แต่ยังต้องเป็นการเกษตรและการทำปศุสัตว์อย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีการทรมานสัตว์ อีกทั้งยังส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ของสหประชาชาติอย่างรอบด้าน
แนวโน้มของตลาดเยอรมันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คือ การหันไปส่งเสริมการบริโภคโปรตีนจากพืชและแมลงเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เนื่องจากการปลูกผักและเลี้ยงแมลงใช้ทรัพยากรในการเพาะเลี้ยง ทั้งที่ดินและอาหาร รวมทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่น้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์หลายเท่าตัว แม้การกินแมลงยังเป็นสิ่งที่ยังรับไม่ค่อยได้ แต่เขาคิดไกลกว่านั้น โดยกำลังวิจัยหาทางสกัดโปรตีนออกจากแมลงเพื่อนำไปเป็นสารให้โปรตีนในอาหารรูปแบบต่างๆ แทน
Fraunhofer IVV (เฟราน์โฮเฟอร์) สถาบันวิจัยประยุกต์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมอาหาร กระบวนการผลิตอาหารและบรรจุภัณฑ์โดยใช้เทคโนโลยี 4.0 เข้ามาช่วย ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ให้ความสนใจด้านการสกัดโปรตีนจากพืชและสัตว์ และโดยที่ Fraunhofer มีสถาบันวิจัยในสาขาต่างๆ ถึง 72 ด้าน สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ทาง Fraunhofer จึงได้แสดงความสนใจที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทย เพื่อตอบสนองนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve ให้ครบทั้ง 10 ด้านในไทย จากที่มีในด้านอาหารเพียงด้านเดียวในขณะนี้
ในการเยือนเยอรมนีครั้งนี้ คณะได้เยี่ยมชม Infarm - Indoor Urban Farming GmbH วิสาหกิจเริ่มต้นหรือที่เรียกว่าสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ไฟแรงชาวเยอรมันที่แปลงโฉมโกดังร้างกลางกรุงเบอร์ลินให้เป็นฟาร์มปลูกผักแนวตั้ง (vertical farming) ทำให้ใช้พื้นที่น้อยและคุ้มค่า รวมทั้งตั้งอยู่ใกล้ผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อหาผักที่สดสะอาดได้ง่ายและลดอัตราการเน่าเสียระหว่าง การขนส่งอย่างมาก และส่งขายแก่ซูเปอร์มาร์เก็ตผู้ค้าส่งรายใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่างเช่น เครือ Metro และโรงแรมหลายแห่ง
สตาร์ตอัพอีกแห่งคือ ECF Farmsystems GmbH ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลินเช่นกัน ให้บริการระบบการเกษตรแบบอะควาโพนิกส์ที่ผสานการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์เข้ากับการเลี้ยงปลา เพื่อใช้ทรัพยากรในการผลิตร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ประหยัดต้นทุน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,339 วันที่ 11 - 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






