
เลือกผู้นำให้ดูตนเอง
ภาวะผู้นำเป็นกระบวนการโน้มน้าวใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างความไว้วางใจให้กับทีมธุรกิจครอบครัวโดยการแสดงออกและแสดงความสนใจในสภาพการณ์ของพวกเขา ผู้นำธุรกิจครอบครัวไม่ได้นำไปในลักษณะเดียวกันทั้งหมด ทั้งนี้ภาวะผู้นำนั้นมีมากกว่าหนึ่งประเภท การสร้างทักษะภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการรวมถึงลักษณะของผู้ตามด้วย
การทำธุรกิจครอบครัวนั้นมีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลวเหมือนกับธุรกิจทั่วไป ความแตกต่างอยู่ที่ธุรกิจครอบครัวมักมีรูปแบบภาวะผู้นำที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป ทั้งนี้ภาวะผู้นำที่แข็งแกร่งเป็นรากฐานซึ่งทุกบริษัทที่ประสบความสำเร็จต้องสร้างขึ้น ดังนั้นการค้นหารูปแบบภาวะผู้นำที่ดีที่สุดจึงถือเป็นสิ่งที่ท้าทายเสมอ ซึ่ง Pete Walsh1 ได้นำเสนอวิธีการแบ่งประเภทภาวะผู้นำแบบต่างๆ ไว้ดังนี้
1) แบบเผด็จการ (Autocratic) ทำการตัดสินใจโดยไม่ปรึกษาสมาชิกในทีม พวกเขาเน้นการทำตามกฎระเบียบ รูปแบบนี้จะเป็นประโยชน์เมื่อต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เช่นในกรณีฉุกเฉิน ภาวะผู้นำรูปแบบนี้ไม่มีประสิทธิภาพและทำลายขวัญกำลังใจ
2) แบบประชาธิปไตย (Democratic) มองหาข้อมูลจากสมาชิกคนอื่นในทีม ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และให้ความสำคัญกับทักษะและความรู้ของแต่ละคนในทีม ภาวะผู้นำรูปแบบนี้นำไปสู่ผลิตผล และความพึงพอใจในงานที่สูง
3) แบบเสรีนิยม (Laissez-faire) ให้สมาชิกในทีมสามารถตัดสินใจได้โดยไม่มีการชี้นำหรือบังคับบัญชาน้อยมาก ผู้นำแบบเสรีนิยมจะไว้วางใจสมาชิกในทีมและไม่จำเป็นต้องติดตามกิจกรรมต่างๆ ที่ทำ ภาวะผู้นำรูปแบบนี้เหมาะสำหรับพนักงานที่มีประสบการณ์สูงและต้องบังคับบัญชาเพียงเล็กน้อย
2. การจัดหมวดหมู่โดยนักจิตวิทยาและนักเขียน ชื่อ Daniel Goleman ซึ่งแบ่งผู้นำออกเป็น 5 รูปแบบ ดังนี้
1) ผู้นำมุ่งสั่งการ (Coercive leader) ชอบการออกคำสั่งแล้วมีการปฏิบัติตามทันที พวกเขาตัดสินใจเพียงผู้เดียวและคาดหวังว่าสมาชิกในทีมจะปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อคิดเห็นใดๆ ผู้นำรูปแบบนี้เหมาะกับช่วงเวลาวิกฤติหรือการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน
2) ผู้นำมุ่งวิสัยทัศน์ (Visionary leader) ผู้นำสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ตามมุ่งมั่นเพื่อสิ่งที่ดีกว่า พวกเขาทำให้คนทำงานเพื่อเป้าหมายที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคน ผู้นำรูปแบบนี้มีประสิทธิภาพเมื่อจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง
3) ผู้นำมุ่งสร้างความร่วมมือ (Affiliative leader ) ผู้นำรูปแบบนี้ทำงานโดยการสร้างอารมณ์ร่วมดึงความรู้สึกของแต่ละคนในทีมออกมา ผู้นำต้องการให้ผู้ตามรู้สึกว่าองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแทนที่จะเป็นเพียงงาน ผู้นำรูปแบบนี้เหมาะสำหรับการส่งเสริมขวัญกำลังใจ แต่จำเป็นต้องใช้ร่วมกับผู้นำรูปแบบอื่นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
4) ผู้นำมุ่งสร้างคน (Coaching leader ) เป็นเหมือนครูมากกว่าเจ้านาย ผู้นำจะแนะนำทีมให้พัฒนาตนเองเพื่อความสำเร็จในการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพวกเขา ผู้นำรูปแบบนี้เหมาะสำหรับทำงานกับพนักงานใหม่หรือพนักงานที่มีประสบการณ์น้อยเพื่อให้พวกเขาได้รับประสบการณ์
5) ผู้นำมุ่งใช้ตนเองเป็นมาตรฐานในการทำงาน (Pacesetting leader) เน้นความเป็นเลิศในการทำงานและคาดหวังสิ่งเดียวกันจากสมาชิกทุกคนในทีม ผู้นำรูปแบบนี้จะใช้ได้ผลเมื่อทีมมีแรงจูงใจในการบรรลุเป้าหมายแล้ว แต่หากใช้รูปแบบนี้มากเกินไปจะทำให้พนักงานหมดไฟและหมดแรงในการทำงาน
ธุรกิจครอบครัวสามารถเลือกรูปแบบภาวะผู้นำได้หลากหลายตามต้องการในแต่ละสภาพการณ์ ซึ่งคุณลักษณะของผู้นำที่จำเป็นต่อการบริหารธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จนั้น Denise Federer2 ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจครอบครัว พบข้อสรุปว่า ผู้นำที่มีความยืดหยุ่น (Resiliency) และความว่องไว (Agility) มีโอกาสประสบความสำเร็จในการจัดการความเปลี่ยนแปลงไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี นอกจากนี้ผู้นำรุ่นใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบผู้นำคนก่อนและพวกเขามีสิทธิที่จะพัฒนาภาวะผู้นำในแบบของตัวเองให้เหมาะกับธุรกิจเพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินไปในทิศทางใหม่ได้โดยไม่สูญเสียค่านิยมของธุรกิจครอบครัว รวมถึงคนรุ่นอาวุโสต้องยอมรับไอเดียใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้ ภายหลังจากที่ผู้นำรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงกิจการแล้วและต้องทำงานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ หลากหลายรุ่นต่อไป
ที่มา :
1. Walsh, Pete. 2017. Leadership Styles To Help Your Family Business. Available:https://www.familybusinessperformance.com/family-business-leadership-styles/
2. Federer, Denise. 2017. Top Leadership Traits Needed to Successfully Managea Family Business. April 2017. Available: https://startupnation.com/manage-your-business/family-business-leadership/
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,337 วันที่ 4 - 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






