thansettakij
thansettakij
เลือกผู้นำให้ดูตนเอง

เลือกผู้นำให้ดูตนเอง

06 ก.พ. 61 | 23:06 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 61 | 06:56 น.
MP35-3337-1B น่าสงสัยว่าอะไรทำให้ใครสักคนเป็นผู้นำที่ดีของธุรกิจครอบครัว ผู้นำที่ดีเป็นมากกว่าผู้บริหาร การเป็นผู้นำที่ดีไม่เกี่ยวกับระดับอาวุโส ชื่อเสียงเรียงนามหรือบุคลิกภาพแต่อย่างใด การมีทักษะภาวะผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้ แล้วผู้นำที่ดีควรเป็นแบบไหน จากหนังสือ The Successful Leader- Maximize Your Potential and Lead Like You Were Born To! ของ Steve Williams ได้นิยามภาวะผู้นำเอาไว้ว่า “เมื่อคุณเป็นผู้นำที่แท้จริง ผู้ตามแต่ละคนจะได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดตามทักษะและความสามารถของพวกเขา และคุณจะไม่ต้องบอกพวกเขาว่าต้องทำอะไรหรือบริหารแบบจุลภาค (Micromanage) เพราะพวกเขาจะทำตามการนำของคุณ”

ภาวะผู้นำเป็นกระบวนการโน้มน้าวใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างความไว้วางใจให้กับทีมธุรกิจครอบครัวโดยการแสดงออกและแสดงความสนใจในสภาพการณ์ของพวกเขา ผู้นำธุรกิจครอบครัวไม่ได้นำไปในลักษณะเดียวกันทั้งหมด ทั้งนี้ภาวะผู้นำนั้นมีมากกว่าหนึ่งประเภท การสร้างทักษะภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการรวมถึงลักษณะของผู้ตามด้วย

การทำธุรกิจครอบครัวนั้นมีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลวเหมือนกับธุรกิจทั่วไป ความแตกต่างอยู่ที่ธุรกิจครอบครัวมักมีรูปแบบภาวะผู้นำที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป ทั้งนี้ภาวะผู้นำที่แข็งแกร่งเป็นรากฐานซึ่งทุกบริษัทที่ประสบความสำเร็จต้องสร้างขึ้น ดังนั้นการค้นหารูปแบบภาวะผู้นำที่ดีที่สุดจึงถือเป็นสิ่งที่ท้าทายเสมอ ซึ่ง Pete Walsh1 ได้นำเสนอวิธีการแบ่งประเภทภาวะผู้นำแบบต่างๆ ไว้ดังนี้

แบนเนอร์รายการฐานยานยนต์-2 1. การจัดหมวดหมู่โดยนักจิตวิทยาสังคมชื่อ Kurt Lewin โดยเขานิยามภาวะผู้นำเอาไว้ 3 รูปแบบดังนี้

1) แบบเผด็จการ (Autocratic) ทำการตัดสินใจโดยไม่ปรึกษาสมาชิกในทีม พวกเขาเน้นการทำตามกฎระเบียบ รูปแบบนี้จะเป็นประโยชน์เมื่อต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เช่นในกรณีฉุกเฉิน ภาวะผู้นำรูปแบบนี้ไม่มีประสิทธิภาพและทำลายขวัญกำลังใจ

2) แบบประชาธิปไตย (Democratic) มองหาข้อมูลจากสมาชิกคนอื่นในทีม ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และให้ความสำคัญกับทักษะและความรู้ของแต่ละคนในทีม ภาวะผู้นำรูปแบบนี้นำไปสู่ผลิตผล และความพึงพอใจในงานที่สูง

3) แบบเสรีนิยม (Laissez-faire) ให้สมาชิกในทีมสามารถตัดสินใจได้โดยไม่มีการชี้นำหรือบังคับบัญชาน้อยมาก ผู้นำแบบเสรีนิยมจะไว้วางใจสมาชิกในทีมและไม่จำเป็นต้องติดตามกิจกรรมต่างๆ ที่ทำ ภาวะผู้นำรูปแบบนี้เหมาะสำหรับพนักงานที่มีประสบการณ์สูงและต้องบังคับบัญชาเพียงเล็กน้อย

2. การจัดหมวดหมู่โดยนักจิตวิทยาและนักเขียน ชื่อ Daniel Goleman ซึ่งแบ่งผู้นำออกเป็น 5 รูปแบบ ดังนี้

1) ผู้นำมุ่งสั่งการ (Coercive leader) ชอบการออกคำสั่งแล้วมีการปฏิบัติตามทันที พวกเขาตัดสินใจเพียงผู้เดียวและคาดหวังว่าสมาชิกในทีมจะปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อคิดเห็นใดๆ ผู้นำรูปแบบนี้เหมาะกับช่วงเวลาวิกฤติหรือการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน

2) ผู้นำมุ่งวิสัยทัศน์ (Visionary leader) ผู้นำสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ตามมุ่งมั่นเพื่อสิ่งที่ดีกว่า พวกเขาทำให้คนทำงานเพื่อเป้าหมายที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคน ผู้นำรูปแบบนี้มีประสิทธิภาพเมื่อจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง

3) ผู้นำมุ่งสร้างความร่วมมือ (Affiliative leader ) ผู้นำรูปแบบนี้ทำงานโดยการสร้างอารมณ์ร่วมดึงความรู้สึกของแต่ละคนในทีมออกมา ผู้นำต้องการให้ผู้ตามรู้สึกว่าองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแทนที่จะเป็นเพียงงาน ผู้นำรูปแบบนี้เหมาะสำหรับการส่งเสริมขวัญกำลังใจ แต่จำเป็นต้องใช้ร่วมกับผู้นำรูปแบบอื่นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ

4) ผู้นำมุ่งสร้างคน (Coaching leader ) เป็นเหมือนครูมากกว่าเจ้านาย ผู้นำจะแนะนำทีมให้พัฒนาตนเองเพื่อความสำเร็จในการทำงานและชีวิตส่วนตัวของพวกเขา ผู้นำรูปแบบนี้เหมาะสำหรับทำงานกับพนักงานใหม่หรือพนักงานที่มีประสบการณ์น้อยเพื่อให้พวกเขาได้รับประสบการณ์

5) ผู้นำมุ่งใช้ตนเองเป็นมาตรฐานในการทำงาน (Pacesetting leader) เน้นความเป็นเลิศในการทำงานและคาดหวังสิ่งเดียวกันจากสมาชิกทุกคนในทีม ผู้นำรูปแบบนี้จะใช้ได้ผลเมื่อทีมมีแรงจูงใจในการบรรลุเป้าหมายแล้ว แต่หากใช้รูปแบบนี้มากเกินไปจะทำให้พนักงานหมดไฟและหมดแรงในการทำงาน

ธุรกิจครอบครัวสามารถเลือกรูปแบบภาวะผู้นำได้หลากหลายตามต้องการในแต่ละสภาพการณ์ ซึ่งคุณลักษณะของผู้นำที่จำเป็นต่อการบริหารธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จนั้น Denise Federer2 ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจครอบครัว พบข้อสรุปว่า ผู้นำที่มีความยืดหยุ่น (Resiliency) และความว่องไว (Agility) มีโอกาสประสบความสำเร็จในการจัดการความเปลี่ยนแปลงไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี นอกจากนี้ผู้นำรุ่นใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบผู้นำคนก่อนและพวกเขามีสิทธิที่จะพัฒนาภาวะผู้นำในแบบของตัวเองให้เหมาะกับธุรกิจเพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินไปในทิศทางใหม่ได้โดยไม่สูญเสียค่านิยมของธุรกิจครอบครัว รวมถึงคนรุ่นอาวุโสต้องยอมรับไอเดียใหม่ๆ ของคนรุ่นใหม่เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้ ภายหลังจากที่ผู้นำรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงกิจการแล้วและต้องทำงานร่วมกับสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ หลากหลายรุ่นต่อไป 728x90-03-3-503x62-3-503x62

ที่มา :
1. Walsh, Pete. 2017. Leadership Styles To Help Your Family Business. Available:https://www.familybusinessperformance.com/family-business-leadership-styles/
2. Federer, Denise. 2017. Top Leadership Traits Needed to Successfully Managea Family Business. April 2017. Available: https://startupnation.com/manage-your-business/family-business-leadership/

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,337 วันที่ 4 - 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว