
ยุติประมูลคลื่น900MHz ไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวม
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (อีไอซี) มองว่าการยุติการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมากนัก เนื่องจากคลื่นความถี่ในครอบครองของค่ายมือถือแต่ละรายยังคงเพียงพอต่อการให้บริการในปัจจุบัน นอกจากนี้ กสทช.ยังมีแนวคิดที่จะนำคลื่นความถี่อื่นๆ เช่น คลื่น 2600 MHz และ 700 MHz มาจัดสรรเพื่อให้บริการโทรคมนาคม ทั้งนี้ อีไอซีมองว่า กสทช. อาจจัดสรรคลื่นความถี่อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น คลื่น C-Band (3.4-3.8 GHz) และคลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร (24.25-27.5 GHz) เพื่อให้บริการ 5G ในอนาคต
แนวทางดังกล่าวอาจส่งผลให้ dtac ต้องทุ่มงบลงทุนเพื่อขยายโครงข่ายเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน dtac มีคลื่นความถี่ในครอบครองเป็นคลื่นความถี่สูงทั้งหมด ประกอบไปด้วยคลื่น 2100 MHz ขนาดแบนด์วิดธ์ 15X2 MHz และคลื่น 2300 MHz ขนาดแบนด์วิดธ์ 60X1 MHz ที่คาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญากับ TOT ได้ภายในต้นปีนี้หลังได้รับอนุญาตจาก กสทช. ซึ่งคลื่นความถี่สูงจะส่งสัญญาณได้ไม่ไกลเท่าคลื่นความถี่ตํ่า dtac อาจต้องลงทุนสร้างเสาสัญญาณเพิ่มขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการได้อย่างทั่วถึง
การร่างหลักเกณฑ์และแผนการประมูลคลื่นความถี่ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองเนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การสรรหาคณะกรรมการ กสทช. ชุดใหม่ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 ตลอดจนความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างรถไฟความ เร็วสูง เนื่องจาก กสทช. ระบุเงื่อนไขว่าจะต้องมีการใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าวภายในปี 2563 ซึ่งหากการก่อ สร้างรถไฟความเร็วสูงเกิดความล่าช้า ก็มีโอกาสที่ กสทช. จะนำคลื่น 900 MHz มาจัดสรรเพื่อให้บริการด้านโทรคมนาคมเช่นเดิม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,334 วันที่ 25 - 27 มกราคม พ.ศ. 2561






