
เมื่อ Facebook ปรับ NewsFeed
การปรับครั้งนี้ นายซักเคอร์เบิร์ก บอกว่า จะปรับให้ผู้ใช้เฟซบุ๊ก เห็นฟีดของกลุ่มเพื่อน และครอบครัว ของผู้ใช้ก่อนที่จะเห็นฟีดของเพจโฆษณาต่างๆ รวมไปถึงฟีดข่าวสารประจำวัน ด้วยเหตุผลอันหล่อๆ ของนายมาร์ก ก็คือ เพื่อให้คนมีความใกล้ชิดกับเพื่อนๆ และครอบครัวมากยิ่งขึ้น ฟังแล้วดูดีครับ
ผมต้องบอกว่า เฟซบุ๊ก เป็นโซเชียลมีเดีย ที่มีการใช้ข้อมูลจาก Big Data ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ เฟซบุ๊กบันทึกข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้เอาไว้ และกอบโกยทำรายได้จากการโฆษณาที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น หลายคนอาจจะเห็นว่า การปรับนิวส์ฟีดของเฟซบุ๊กในครั้งนี้ เป็นการทำลายกระเป๋าสตางค์ของตัวเองอย่างนั้นหรือ เมื่อเฟซบุ๊กให้ความสำคัญของฟีด ของคนที่เป็นเพื่อน และครอบครัว มากขึ้นกว่าที่จะให้ความสำคัญกับฟีดโฆษณา
จะพูดอย่างนั้นก็ได้ครับ เพราะว่าหนึ่งในปัญหาที่สำคัญ ที่เฟซบุ๊กกำลังประสบอยู่ก็คือสิ่งที่เรียกว่า “Context Collapse” หรือภาวะล่มสลายของบริบท นั่นคืออะไร? ปัญหานี้ก็คือ ในเมื่อหน้าเพจของเฟซบุ๊ก มีแต่ฟีดโฆษณาของห้างร้าน-ธุรกิจ มากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งดึงดูดความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น
ดังนั้น เฟซบุ๊ก จึงต้องทำการปรับเปลี่ยนหน้านิวส์ฟีดดังที่นายมาร์ก ได้กล่าวว่า แต่ดูเหมือนว่า นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักเพียงอย่างเดียว ด้วยการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ หมายความว่า โฆษณาของธุรกิจห้างร้านต่างๆ ที่เคยปรากฏอยู่บนเฟซบุ๊กนั้นจะปรากฏอยู่ในฟีดแรกๆ ของเพจได้ยากมากขึ้น ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่า ต่อไปนี้ ธุรกิจใดที่ต้องการให้โฆษณาของตัวเองปรากฏขึ้นเป็นฟีดแรกๆ ของหน้าเพจ ธุรกิจนั้นก็จะต้องจ่ายเงินโฆษณาให้กับเฟซบุ๊กเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่แนบเนียน! แต่อย่างไรเสีย ก็ต้องบอกว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากทีเดียวครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,332 วันที่ 18 - 20 มกราคม พ.ศ. 2561






