
วิสาหกิจกับปัญหาความยากจน
แนวคิดของการสร้างอาชีพให้กับกลุ่มคนต่างๆ เสมือนเป็นการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน สอนให้เขารู้วิธีหาปลาเองถ้าเป็นการฝึกอาชีพก็เป็นการฝึกฝีมือให้มีความรู้ความชำนาญตามที่ผู้จ้างต้องการ และถ้าเป็นการสร้างอาชีพผ่านวิสาหกิจชุมชนแล้ว ผมเชื่อว่าในทุกชุมชนและทุกท้องถิ่นของประเทศเรามีของดี มีของที่มีคุณค่า เพียงแต่เราต้องหยิบมาเจียระไนด้วยคนในพื้นที่ แนะนำ สนับสนุน อบรมเขาทั้งการพัฒนาความรู้ ความชำนาญที่เหมาะสมกับยุคสมัย วิทยาการสมัยใหม่ผสมผสานกับปราญช์ที่เขามีอยู่ เพื่อให้ได้ของที่ออกมานั้นเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ผมกำลังพูดหมายรวมถึง วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต หรือความรู้ในชุมชนที่สามารถขัดเกลาขึ้นมาและสร้างเรื่องราวให้กับทุกอย่าง เพื่อดึงเสน่ห์ของชุมชนให้คนมาท่องเที่ยว หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หีบห่อของผลิตภัณฑ์พื้นบ้านผสมผสานวัฒนธรรมและถูกสร้างสรรค์ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคตามยุคสมัย และสร้างโอกาสทางการตลาดให้เข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้นผ่านระบบการค้าดิจิตอลหรือที่เรียก e-commerce หากสามารถทำได้ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาความยากจนที่ยั่งยืน
แต่แน่นอนครับ ปัจจัยประสบความสำเร็จมีจำนวนมาก ตั้งแต่ตัวผู้ประกอบการเองต้องปรับตัวตลอดเวลา และมีความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มีความรู้เพียงพอในการปรับตัวให้ถูกต้อง รวดเร็ว รวมทั้งภาครัฐที่เข้าไปสนับสนุนในส่วนที่เป็นงานที่วิสาหกิจรายใดรายหนึ่งทำไม่ได้ (จะด้วยเหตุผลทางการลงทุนหรือความรู้ หรือเป็นไปตามกฎหมาย) ผมได้มีโอกาสไปดูงานที่ Damstat ของเยอรมนี เขามีศูนย์ปรับปรุงหรือช่วยเหลือพัฒนา SME ที่ส่วนหนึ่งเป็นเงินของรัฐ อีกส่วนเป็นของมหาวิทยาลัย และเอกชนร่วมกัน เพื่อพัฒนาหรือยกระดับ SMEs ให้มีขีดความสามารถเข้าสู่ 4.0 ของเขา แนวคิดนี้ถูกถอดมาด้วยความร่วมมือของ 3 กระทรวง คือ อุตสาหกรรม ดิจิทัลฯ และก.วิทยาศาสตร์ฯ ร่วมมือกับสถาบันเฉพาะทางต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม และเอกชน ทั้งในและต่างประเทศจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม หรือ Industrial Transformation Center หรือ ITC ขึ้นทั่วประเทศ ที่ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมภาคต่างๆ รวมกว่า 12 แห่ง และของการนิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นตามแนวคิดนี้ และเปิดตัวแห่งแรกที่นิคมฯแหลมฉบังไปแล้ว เพื่อช่วย SME และ Startup ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก
นโยบายของรัฐที่ให้หน่วยงานทำงานเชิงบูรณาการและลดการซ้ำซ้อน ทำให้ศูนย์นี้มีเครือข่ายมากขึ้นตามลำดับ มีการปรับปรุงให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สาขาธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม รวมทั้งศูนย์บริการของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และเครือข่ายอื่นๆ ให้ส่งต่อความช่วยเหลือกันได้ ตอนนี้เริ่มดำเนินการไปกับหน่วยงานบางหน่วยงานแล้ว มีการปรับปรุงความคล่องตัวและความสะดวกให้มากขึ้น แต่วันนี้อย่างน้อยเราเห็นภาพของการ บูรณาการที่ดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และการบริการที่ลงถึงภูมิภาคและท้องถิ่นมากกว่าแต่ก่อน สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือการให้วิสาหกิจและผู้ประกอบการรับรู้ และมีความมั่นใจสบายใจเดินเข้ามาหา และรับรู้ว่าความหวังที่รัฐทำนี้เป็นความหวังที่มีประสิทธิภาพต่อการแก้ปัญหาเรื่องความจนได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญ ผู้ประกอบการวิสาหกิจต้องมีจิตวิญญาณและวิธีคิดแบบผู้ประกอบการมืออาชีพ “Entrepreneurial Spirit” เพราะนั้นคือปัจจัยแรกและปัจจัยที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จในการทำวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจขนาดไหนหรือรูปแบบใด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,331 วันที่ 14 - 17 มกราคม พ.ศ. 2561






