thansettakij
thansettakij
วิสาหกิจกับปัญหาความยากจน

วิสาหกิจกับปัญหาความยากจน

14 ม.ค. 61 | 23:05 น.
TP13-3331-B ผมไม่อยากใช้คำว่าความยากจน แต่ก็หาคำพูดที่จะอธิบายถึงสถานะของคนที่มีระดับรายได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่นักวิชาการกำหนดว่า คนที่อยู่ในแต่ละถิ่นควรมีรายได้ต่อปีเท่าไรถึงจะสามารถยังชีพได้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในสังคมนั้นๆ รัฐให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ที่ผ่านมามีความพยายามจดทะเบียนคนจนเพื่อส่งความช่วยเหลือพื้นฐานให้ก่อนในเบื้องต้น และสร้างความมั่นคงในการดำรงชีพในขั้นต่อไป และต่อไปการดำเนินการตามแนวคิด “ศาสตร์พระราชา” ที่สอนให้เขาจับปลา มากกว่าเอาปลาไปให้เขา เป็นสิ่งที่รัฐกำลังดำเนินการ

แนวคิดของการสร้างอาชีพให้กับกลุ่มคนต่างๆ เสมือนเป็นการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน สอนให้เขารู้วิธีหาปลาเองถ้าเป็นการฝึกอาชีพก็เป็นการฝึกฝีมือให้มีความรู้ความชำนาญตามที่ผู้จ้างต้องการ และถ้าเป็นการสร้างอาชีพผ่านวิสาหกิจชุมชนแล้ว ผมเชื่อว่าในทุกชุมชนและทุกท้องถิ่นของประเทศเรามีของดี มีของที่มีคุณค่า เพียงแต่เราต้องหยิบมาเจียระไนด้วยคนในพื้นที่ แนะนำ สนับสนุน อบรมเขาทั้งการพัฒนาความรู้ ความชำนาญที่เหมาะสมกับยุคสมัย วิทยาการสมัยใหม่ผสมผสานกับปราญช์ที่เขามีอยู่ เพื่อให้ได้ของที่ออกมานั้นเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ผมกำลังพูดหมายรวมถึง วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต หรือความรู้ในชุมชนที่สามารถขัดเกลาขึ้นมาและสร้างเรื่องราวให้กับทุกอย่าง เพื่อดึงเสน่ห์ของชุมชนให้คนมาท่องเที่ยว หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หีบห่อของผลิตภัณฑ์พื้นบ้านผสมผสานวัฒนธรรมและถูกสร้างสรรค์ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคตามยุคสมัย และสร้างโอกาสทางการตลาดให้เข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้นผ่านระบบการค้าดิจิตอลหรือที่เรียก e-commerce หากสามารถทำได้ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาความยากจนที่ยั่งยืน

แต่แน่นอนครับ ปัจจัยประสบความสำเร็จมีจำนวนมาก ตั้งแต่ตัวผู้ประกอบการเองต้องปรับตัวตลอดเวลา และมีความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มีความรู้เพียงพอในการปรับตัวให้ถูกต้อง รวดเร็ว รวมทั้งภาครัฐที่เข้าไปสนับสนุนในส่วนที่เป็นงานที่วิสาหกิจรายใดรายหนึ่งทำไม่ได้ (จะด้วยเหตุผลทางการลงทุนหรือความรู้ หรือเป็นไปตามกฎหมาย) ผมได้มีโอกาสไปดูงานที่ Damstat ของเยอรมนี เขามีศูนย์ปรับปรุงหรือช่วยเหลือพัฒนา SME ที่ส่วนหนึ่งเป็นเงินของรัฐ อีกส่วนเป็นของมหาวิทยาลัย และเอกชนร่วมกัน เพื่อพัฒนาหรือยกระดับ SMEs ให้มีขีดความสามารถเข้าสู่ 4.0 ของเขา แนวคิดนี้ถูกถอดมาด้วยความร่วมมือของ 3 กระทรวง คือ อุตสาหกรรม ดิจิทัลฯ และก.วิทยาศาสตร์ฯ ร่วมมือกับสถาบันเฉพาะทางต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม และเอกชน ทั้งในและต่างประเทศจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม หรือ Industrial Transformation Center หรือ ITC ขึ้นทั่วประเทศ ที่ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมภาคต่างๆ รวมกว่า 12 แห่ง และของการนิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นตามแนวคิดนี้ และเปิดตัวแห่งแรกที่นิคมฯแหลมฉบังไปแล้ว เพื่อช่วย SME และ Startup ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

728x90-03 ศูนย์ทุกศูนย์จะมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นในการผลิต การทดสอบ หรือการเรียนรู้ให้กับ SMEs หรือวิสาหกิจชุมชน เช่น 3D printer เครื่องพิมพ์ฉลาก เครื่องบรรจุหีบห่อ เครื่อง Dry Freeze หรือเครื่องวัดมาตรต่างๆ ซึ่งแต่ละแห่งอาจมีเครื่องจักรแตกต่างกัน บางเครื่องเป็นของรัฐ บางอย่างเป็นของเอกชนที่เรานำมาเพื่อให้บริการในที่นั้น ในต้นทุนที่ต่ำและบางส่วนอาจได้รับการสนับสนุนจากรัฐ แต่ที่สำคัญคือ ทุกที่มีการให้คำปรึกษาฟรีกับวิสาหกิจทุกรายที่เข้ามาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เป็นนักอุตสาหกรรม วิศวกร หรืออื่น ๆ ที่เป็นอาสาสมัครให้กับศูนย์ และหากต้องการความช่วยเหลือเฉพาะทางที่ศูนย์นั้นไม่มีก็สามารถติดต่อประสานงานผ่าน e-consult ไปยังศูนย์อื่นที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นให้กับวิสาหกิจนั้นได้ ทั้งหมดเป็นแนวทางประชารัฐการพัฒนา SMEs และวิสาหกิจ เรายังมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่มีทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ ห้องทดสอบ หรือวิชาการ สนับสนุนและเป็นเครือข่าย มีเอกชนหลายแห่งให้การสนับสนุนเต็มที่

นโยบายของรัฐที่ให้หน่วยงานทำงานเชิงบูรณาการและลดการซ้ำซ้อน ทำให้ศูนย์นี้มีเครือข่ายมากขึ้นตามลำดับ มีการปรับปรุงให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สาขาธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม รวมทั้งศูนย์บริการของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และเครือข่ายอื่นๆ ให้ส่งต่อความช่วยเหลือกันได้ ตอนนี้เริ่มดำเนินการไปกับหน่วยงานบางหน่วยงานแล้ว มีการปรับปรุงความคล่องตัวและความสะดวกให้มากขึ้น แต่วันนี้อย่างน้อยเราเห็นภาพของการ
บูรณาการที่ดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และการบริการที่ลงถึงภูมิภาคและท้องถิ่นมากกว่าแต่ก่อน สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือการให้วิสาหกิจและผู้ประกอบการรับรู้ และมีความมั่นใจสบายใจเดินเข้ามาหา และรับรู้ว่าความหวังที่รัฐทำนี้เป็นความหวังที่มีประสิทธิภาพต่อการแก้ปัญหาเรื่องความจนได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญ ผู้ประกอบการวิสาหกิจต้องมีจิตวิญญาณและวิธีคิดแบบผู้ประกอบการมืออาชีพ “Entrepreneurial Spirit” เพราะนั้นคือปัจจัยแรกและปัจจัยที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จในการทำวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจขนาดไหนหรือรูปแบบใด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,331 วันที่ 14 - 17 มกราคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9