thansettakij
thansettakij
เมียนมาปรับปรุงกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ ชวนต่างชาติเข้าไปลงทุน (จบ)

เมียนมาปรับปรุงกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ ชวนต่างชาติเข้าไปลงทุน (จบ)

25 ธ.ค. 60 | 23:15 น.
TP10-3325-1B ต่อเนื่องจากบทความ “เมียนมาปรับปรุงกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ชวนต่างชาติเข้าไปลงทุน (ตอนที่ 1)” ซึ่งได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับ กฎหมายการลงทุนของเมียนมา (Myanmar Investment Law-MIL) ที่จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการการลงทุนแห่งเมียนมา (Myanmar Investment Commission- MIC) ขึ้นมาตามกฎหมาย มีหน้าที่ประสานงานระหว่างผู้ลงทุนกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ลงทุน ในตอนนี้จะขอกล่าวถึงกฎระเบียบสำคัญอื่นๆ ที่ผู้ลงทุนต่างชาติต้องปฏิบัติตาม ได้แก่

เรื่องการยื่นคำขอ ผู้ลงทุนต้องยื่นคำขอต่อคณะกรรมการการลงทุนแห่งเมียนมา (MIC) ในการลงทุนดังต่อไปนี้ (1) โครงการลงทุนที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของชาติ เช่น สาขาการสารสนเทศ การสื่อสาร การแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ การขนส่ง พลังงาน การพัฒนาเมือง และทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น (2) โครงการลงทุนที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดยเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงเกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3,280 ล้านบาท (3) โครงการที่ อาจมีผลกระทบอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือเป็นโครงการ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง (4) โครงการลงทุนที่ใช้ที่ดินและอาคารของรัฐ และ (5) โครงการลงทุนอื่นๆ ที่รัฐบาล กำหนดให้ยื่นคำขอต่อคณะกรรมการการลงทุนแห่งเมียนมา (MIC)

[caption id="attachment_242517" align="aligncenter" width="503"] เมียนมาปรับปรุงกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ ชวนต่างชาติเข้าไปลงทุน (จบ) เมียนมาปรับปรุงกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ ชวนต่างชาติเข้าไปลงทุน[/caption]

ส่วนธุรกิจต่างชาติที่ต้องการใช้ที่ดินในเมียนมา ตามกฎหมายการลงทุนของเมียนมา (MIL) ระบุว่า ผู้ลงทุนต่างชาติมีสิทธิเช่าที่ดินระยะยาว ซึ่งอาจจะเป็นที่ดินหรืออาคารจากเอกชนหรือจากหน่วยงานของรัฐก็ได้ โดยผู้ลงทุนต่างชาติอาจเช่าที่ดินหรืออาคาร ระยะแรกเป็นระยะเวลาสูงสุด 50 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตจาก MIC และหากสิทธิการใช้ที่ดินหรืออาคารตามระยะเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดลง MIC อาจให้ความเห็นชอบแก่ผู้ลงทุนต่างชาติให้รับสิทธิเช่าที่ดินหรืออาคารดังกล่าวต่ออีก 10 ปี

ในประเด็นเรื่องการจ้างพนักงานและคนงานในเมียนมา ผู้ลงทุนอาจแต่งตั้งพลเมืองเมียนมาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้เป็นผู้จัดการอาวุโสหรือที่ปรึกษาสำหรับการลงทุนของตนเองภายในเมียนมา ส่วนงานที่ไม่ต้องการความชำนาญ ผู้ลงทุนต้องแต่งตั้งพลเมืองเมียนมาเท่านั้นให้รับผิดชอบงานดังกล่าว โดยผู้ลงทุนต้องกำหนดสิทธิและหน้าที่ ตลอดจนข้อกำหนดและ เงื่อนไขในสัญญาจ้าง ให้ลูกจ้างได้รับสิทธิหรือมีสิทธิตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านแรงงานของเมียนมา รวมถึงค่าจ้างและเงินเดือนขั้นตํ่า การลางาน วันหยุด ค่าทำงานล่วงเวลา ค่าเสียหาย ค่าชดเชยสำหรับลูกจ้าง ประกันสังคม และประกันอื่น ๆ สำหรับลูกจ้าง

บาร์ไลน์ฐาน ในส่วนของการโอนเงิน ผู้ลงทุนต่างชาติอาจโอนเงินออกไปยังต่างประเทศได้ โดยต้องเป็นเงินที่เกี่ยวกับการลงทุน ได้แก่ เงินทุนตามบทบัญญัติเกี่ยวกับบัญชีทุนตามที่ธนาคารกลางแห่งเมียนมากำหนด กำไรที่ได้จากสินทรัพย์ หุ้นกู้ ค่าสิทธิบัตร เงินที่ได้มาจากการขายหรือการชำระบัญชีการลงทุน เงินที่ชำระตามสัญญา เงินที่ชำระเพื่อระงับข้อพิพาทด้านการลงทุน ค่าชดเชยจากการลงทุนหรือเวนคืน และค่าตอบแทน เงินเดือน และเงินของผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่ได้รับการจ้างตามกฎหมายภายในของเมียนมา โดยการโอนเงินใดๆ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้ชำระภาษีตามกฎหมายภาษีแล้ว ทั้งนี้ การโอนเงินโดยผู้ลงทุนต่างชาตินั้น จะรวมถึงบัญชีทุนหรือบัญชีเงินฝากกระแสรายวันตามกฎหมายว่าด้วยการจัดการการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และอาจโอนผ่านธนาคารที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการซึ่งจัดตั้งขึ้นถูกต้องตามกฎหมายเมียนมา โดยสามารถใช้สกุลเงินทุกชนิดที่เป็นสมาชิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งใช้ชำระเงินธุรกรรมระหว่างประเทศได้ นอกจากนี้ ผู้ลงทุนต้องทำประกันกับบริษัทประกันที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในเมียนมา ในประเภทตามที่กฎระเบียบกำหนดอีกด้วย

ผู้ประกอบการไทยสามารถศึกษากฎหมายการลงทุนของเมียนมา (MIL) ฉบับเต็มได้ที่ http://www.thaibizmyanmar.com/th/economy/trade-investment.php

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,325 วันที่ 24 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9