
การประชุม SEASIA 2017 เอกภาพในความแตกต่าง
การประชุม SEASIA ครั้งแรกจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมหาวิทยาลัยเกียวโตเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 โดยเจ้าภาพได้แก่ คณะอักษรศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ และสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในวันแรก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน
ในการประชุมครั้งนี้ นอก จากการสัมมนาและเสนอผลงานทางวิชาการโดยนักวิชาการจากนานาประเทศกว่า 400 คนแล้ว ยังมีการแนะนำหนังสือและการฉายภาพยนตร์ หนังสือที่ได้รับการแนะนำในงานนี้ คือหนังสือเรื่อง ประวัติศาสตร์อยุธยา ซึ่งเขียนโดย ดร.คริส เบเคอร์ และศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรกที่ศึกษาประวัติศาสตร์ตลอด 417 ปี โดยวิเคราะห์ธรรมชาติของสังคมอยุธยา และปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการล่มสลาย
ส่วนภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อฉายในงานนี้ ได้แก่ ภาพยนตร์ที่ชื่อว่า BOU ซึ่ง แปลว่า เจ้าสาว ในภาษาโรฮิงญา ที่สร้างโดย Mahi Ramakrishnan ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสารคดีที่เกี่ยวกับชีวิตของเด็กหญิงชาวโรฮิงญาที่ถูกลักพาตัวและถูกขายให้เป็นเจ้าสาววัยละอ่อนในประเทศมาเลเซีย ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายภาพของวิกฤติที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและสิทธิมนุษยชนของชาวโร-ฮิงญาในประเทศเมียนมา และการลักพาตัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่อาศัยในประเทศเมียนมา อินเดีย บังกลาเทศ มาเลเซีย และ ไทย ตลอดจนการบังคับเด็กหญิงให้แต่งงานก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแพร่หลายในบางส่วนของประเทศมุสลิมรวมทั้งในมาเลเซียและในชุมชนชาวโรฮิงญา หลังจากการชมภาพยนตร์มีการเสวนาโดยผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้และนักวิจัยที่มีชื่อเสียงทางด้านสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคทางเพศ
มีการสัมมนาในหลายหัวข้อย่อย เช่น การเปลี่ยนแปลงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ชนกลุ่มน้อยที่ชายขอบ: สงคราม การเคลื่อนย้าย และ เอกลักษณ์ และ คิดถึงอยุธยาอีกครั้งหนึ่ง: 250 ปีหลังจากการเสียกรุงครั้งที่ 2 เป็นต้น ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นกับความหลากหลายและน่าสนใจของงานวิจัยเหล่านี้ ทั้งการประชุมนี้ยังเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิชาการที่มาจากหลายสาขาวิชาทางสังคม ศาสตร์และมานุษยศาสตร์
ในหัวข้อใหญ่ที่ 11 เศรษฐกิจอาเซียน: ความท้าทายและโอกาส ผู้เขียนมีส่วนร่วมสัมมนาในหัว ข้อย่อยที่ชื่อว่า การลดความยากจนและการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยผู้เขียนเป็นผู้วิจารณ์บทความร่วมกับศ.ดร.มิเอโน จากมหาวิทยาลัยเกียวโต บทความแรกชื่อว่า การจัดการกับปัญหาเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือในประเทศลาว โดย Chansathith Chaleunsinh และคณะจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติของลาว การศึกษานี้พบว่า 18% ของจำนวนเด็กที่ควรได้รับการศึกษาชั้นประถมศึกษา และ 13% ของจำนวนเด็กที่ควรได้รับการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นไม่มีโอกาสเข้าโรงเรียน
นอกจากนั้นความไม่เท่าเทียมกันของโอกาสในการศึกษาระหว่างคนชนบท และผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองและความไม่เท่าเทียมกันของโอกาสในการศึกษาระหว่างเพศหญิงและชายยังเป็นปัญหาที่สำคัญในลาว ครอบครัวที่หัวหน้าครอบครัวมีการศึกษาตํ่าและมีบุตรหลายคนมักจะไม่ส่งเสริมให้บุตรธิดาเรียนหนังสือ นอกจากนั้นเด็กที่มีความทุพพล ภาพมักจะไม่ได้เข้าโรงเรียน การศึกษานี้เสนอว่า ควรจะมีการส่งเสริมสิทธิของเด็กในการเข้าศึกษา และรัฐควรมีมาตรการที่เอื้อให้ครอบครัวที่ยากจนมีโอกาสในการศึกษามากขึ้น
ส่วนบทความที่ 3 ได้แก่ การศึกษาผลกระทบของการเข้ามาของทุนต่างชาติในภาคธนาคารพาณิชย์ของไทย ระหว่างปี1999-2015 โดย Wanxue Lu และ ศ.ดร.มิเอโน จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งพบว่า การเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของทุนต่างชาติในธนาคารพาณิชย์ไทยทำให้มีการเพิ่มขึ้นของความแตกต่างของดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก และคุณภาพของเงินกู้ ยิ่งกว่านั้น งานวิจัยนี้ยังพบว่าการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในระยะยาว
การประชุม SEASIA 2017 ได้บรรลุเป้าหมายในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงวิชาการอย่างกว้างขวางของนักวิจัยกว่า 400 คนจาก 31 ประเทศ พบ กันใหม่ในการประชุมครั้งหน้าSEASIA 2019
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,324 วันที่ 21 - 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560






