thansettakij
thansettakij
Startup ไม่อยากเซ ต้องอย่าเทลูกค้า

Startup ไม่อยากเซ ต้องอย่าเทลูกค้า

01 ธ.ค. 60 | 23:59 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ธ.ค. 60 | 06:59 น.
MP25-3318-1B ผมโดนเทครับ (เทเป็นคำศัพท์ของ Gen Y หมายถึง โดนทิ้ง โดนชิ่งหรือไม่ได้รับการใส่ใจ คาดว่ามาจากซีรีส์เรื่องไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์) จึงเป็นที่มาของบทความในวันนี้ว่า “ไม่อยากเซ ต้องอย่าเทลูกค้า”

Yourstory.com ได้กล่าวไว้ว่า 25% ของ Startup ที่ดำเนินการไปแล้ว (และมักจะได้รับการระดมทุนไปแล้ว) อยู่ในหุบเหวแห่งความตาย (Valley of Death) แม้ว่าจะอยู่รอดมาได้เกือบ 2 ปี แต่ก็จะประสบปัญหาคล้ายๆ กัน จากรายงานของ Nasscom 2017 พบว่า 55% ของ Startup ที่ล้มเหลวเคยได้รับเงินทุนมาแล้ว และ 20% เกิดมาจากการบ่มเพาะ (Incubators and Accelerators) บริษัทจำนวนมากประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องหรือไม่มีเงินทุนหมุนเวียน แต่ถ้าพิจารณาว่าทำไมถึงขาดเงินก็พอจะมองออกได้ว่า ขายไม่ได้ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดหรือพูดง่ายๆ ไม่มีลูกค้านั่นเอง

ประเด็นนี้แบ่งได้เป็น 2 สาเหตุ ประการแรกคือ Startup เกือบ 50% เริ่มต้นธุรกิจด้วยความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่ความเป็นจริงที่เจอคือโลกไม่ได้ต้องการเปลี่ยนตามที่คุณคิด ทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณขายไม่ได้ ประการที่ 2 คือ ผลิตภัณฑ์อาจจะขายได้ แต่คุณไม่ได้รักษาลูกค้าไว้จนสุดท้ายแล้วคุณไม่มีลูกค้า Chubbybrain.com รายงานว่าการเพิกเฉยลูกค้าเป็นสาเหตุอันดับแรกที่ทำให้ Startup ล้มเหลว

จากรายงานกล่าวว่า Startup ที่ระดมทุนได้ถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลับไม่ได้ไปต่อเพราะ scale up ธุรกิจไม่ได้ ใน Valley of Death หรือวงจรแห่งการอยู่รอดของ Startup แบ่งออกได้เป็น 5 ระยะ เริ่มตั้งแต่ Inception (ช่วงเริ่มต้น), Seed Stage (ช่วงบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์), Early Stage (ช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจ), Growth Stage (ช่วงเติบโต) และ Expansion Stage (ช่วงขยายธุรกิจ) หากคิดว่าจะอยู่รอดต้องให้พ้นช่วง Early Stage เข้าสู่ Growth Stage ให้ได้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังไม่ให้ธุรกิจของท่านเซ มีดังต่อไปนี้

MP25-3318-2B ประการแรก ต้องสร้างธุรกิจของท่านให้เป็นที่ต้องการของตลาด (Market Need) หลายธุรกิจอาจต้องสร้าง Demand หรือความต้องการ ด้วยการให้ความรู้กับตลาดมากๆ เพื่อให้สินค้าเป็นที่ต้องการ ต้องอาศัยการสื่อสารอย่างครบวงจร พยายามนำผลิตภัณฑ์ บริการและ Brand ของท่านเข้าไปไว้ในเส้นทางการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคให้ได้ (Customer’s Journey) ตัวอย่างเช่นการชำระเงินแบบ Cashless ด้วย QR code หลายๆ ธนาคารกำลังพยายามเอาเข้าไปไว้ในชีวิตของผู้บริโภคด้วยการขยายบริการให้ครอบคลุมทุกการใช้จ่าย มอเตอร์ไซค์รับจ้างยังมีเลยครับ
ประการที่ 2 ต้องระวังด้านสภาพคล่อง นอกจากระมัดระวังด้านการใช้จ่ายของกิจการแล้ว ยังต้องสร้างสภาพคล่องเพิ่ม ทั้งการสร้างยอดขายเพิ่ม ควบคุมสินค้าคงคลัง โดยควรศึกษางบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) วิเคราะห์อัตราส่วนสภาพคล่องของกิจการ (Current Ratio, Quick Ratio)

ประการที่ 3 ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง 14% ของ Startup ที่ล้มเหลวขาดการทำการตลาดที่ดีรวมไปถึงขาด Business Model ที่ดี ผมเพิ่งทำงานร่วมกับ Chulalongkorn Business School (CBS) ในการให้คำปรึกษากับ SMEs ของธนาคารออมสินกว่า 50 ราย ผมมักจะถามเรื่อง Revenue Stream หรือแหล่งที่มาของรายได้ว่ามาจากกี่ทาง ก่อนจะแนะนำวิธีการโปรโมตสินค้า เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจมีเงินเข้าหรือมีเงินที่จะทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป

บาร์ไลน์ฐาน อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ Startup ต้องไม่ลืมคือการรักษาลูกค้า เมื่อมีลูกค้าแล้ว ต้องไม่ “เท” ลูกค้า ตัวผมเองโดนเทตั้งแต่จอง iPhone กับค่ายโทรศัพท์ไม่ได้ทั้งๆ ที่เป็นลูกค้าผู้ทรงเกียรติ (ภาษาอิตาเลียนเรียกว่า Serenata) ด้วยคำกล่าวของพนักงานที่ว่า “พี่จองไม่ได้เหรอคะ หนูยังจองได้เลย” จนทำให้ผมไปซื้อกับร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์ที่บริการดีมากๆ แทน ทราบภายหลังว่าเครื่องเหลือเยอะมากจน Call Center ต้องโทร.มาถามผมว่าอยากได้เครื่องไหม ไม่เป็นไรครับผมได้เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ร้านกาแฟชื่อดังจำหน่ายแพลนเนอร์ประจำปีแบบ Limited Edition ผมก็โดนเทอีกเช่นกัน ทั้งๆ ที่ซื้อกาแฟนี้ด้วยบัตรทองปีละมากกว่า 25,000 บาท ด้วยคำกล่าวของพนักงานและแผนกบริการลูกค้าว่า “ของมีจำนวนจำกัดสำหรับลูกค้าพิเศษเท่านั้นนะคะ” ทราบภายหลังอีกเช่นกันว่ากาแฟแบรนด์นอกนี้ ยอดขายถูก Cafe Amazon แซงไป 2 ปีแล้ว ธุรกิจที่ดีต้องอย่าเทลูกค้า เพราะสมัยนี้ลูกค้าเทกลับได้เสมอครับ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,318
วันที่ 30 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว