
‘พาราไดซ์เปเปอร์ส’ กับการเคลื่อนย้ายเงินระหว่างประเทศ
พาราไดซ์เปเปอร์ส เป็นกรณีล่าสุดที่สื่อ “สาวไส้” พวกหลบเลี่ยงภาษีออกมาประจาน ก่อนหน้านี้ คอลัมน์นี้เคยเขียนถึงกรณีที่ธนาคารสวิสหลายแห่งถูกสอบสวนว่าช่วยคนชาติสหรัฐฯ หลบเลี่ยงภาษี นำไปสู่การกดดันให้สวิตเซอร์แลนด์ต้องยอมปรับแก้กฎหมายความลับธนาคารที่เอื้อให้การซ่อนทรัพย์สินในธนาคารสวิสทำได้อย่างสะดวก และปานามาเปเปอร์ส ซึ่งเปิดเผยเกี่ยวกับธุรกิจการจัดตั้งบริษัทเปลือกหอย (shell companies) เพื่อซ่อนทรัพย์สินจากการเก็บภาษี ซึ่งมีการรั่วไหลของข้อมูลไปยังนักข่าวขนานใหญ่ พาดพิงถึงผู้มีชื่อเสียงในสังคมและนักการเมืองในหลายประเทศ
พาราไดซ์เปเปอร์สเป็นตอนล่าสุดส่วนหนึ่งของนวนิยายเรื่องปรากฏการณ์เหล่านี้ ได้ชื่อมาจากแหล่งข้อมูลของเอกสารนับล้านชิ้นที่ถูกเปิดโปง คือบริษัทกฎหมาย Appleby ซึ่งเชี่ยวชาญด้านบริหารภาษีผ่านการจัดตั้งบริษัทในต่างประเทศและอยู่แนวหน้าในธุรกิจนี้ ตั้งอยู่ที่เบอร์มิวดา เกาะนํ้าใสทะเลสวยในแคริบเบียนที่เรียกได้ว่าเป็น “สวรรค์” อีกทั้งยังสอดคล้องกับศัพท์เทคนิคชื่อในภาษาฝรั่งเศสที่เรียกแหล่งหลบเลี่ยงภาษีเหล่านี้ว่า “ปาราดีส์ ฟิสกาล” หรือ “สวรรค์ทางภาษี”
เช่นเดียวกับคราวก่อน ๆ การเปิดโปงรอบนี้ก็มีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวข้องกับผู้มีชื่อเสียง อาทิ ข้อมูลที่ว่ารัฐมนตรีของประเทศมหาอำนาจหนึ่งพาณิชย์ของสหรัฐฯ มีส่วนได้เสียในบริษัทเดินเรือที่ขนส่งนํ้ามันและก๊าซให้แก่บริษัทพลังงานในอีกมหาอำนาจหนึ่งรัสเซีย ซึ่งผู้ถือหุ้นโดยได้แก่ลูกเขยประมุขรัฐของฝ่ายหลังประธานาธิบดีปูตินและนักธุรกิจจากฝ่ายหลังรัสเซียที่ถูกฝ่ายแรกสหรัฐฯ ควํ่าบาตรอยู่ ซึ่งตอกยํ้าข้อสงสัยเกี่ยวกับความใกล้ชิดพิเศษกับรัสเซียของรัฐบาล หรือข้อมูลว่าการที่ผู้ดูแลทรัพย์สินส่วนพระองค์ของพระราชินีอังกฤษประมุขแห่งรัฐผู้มีชื่อเสียงทำการลงทุนนอกประเทศในที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “สวรรค์ทางแหล่งหลบเลี่ยงภาษี” ซึ่งแม้ไม่พบอะไรผิดกฎหมายแต่บางฝ่ายก็ตั้งประเด็นถึงเรื่องความเหมาะสม
ไม่เพียงแต่ผู้มีชื่อเสียง บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ก็ถูกเพ่งเล็งไปด้วย เรื่องการใช้ช่องว่างทางกฎหมายของบางประเทศเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการภาษี อาทิ ข้อมูลว่าบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ของโลกรายหนึ่ง Procter & Gamble ซึ่งใช้ประโยชน์จากระบบภาษีของเนเธอร์แลนด์ที่เปิดให้หน่วยงานภาษีใช้ดุลพินิจในทางที่เป็นประโยชน์แก่บริษัทได้
นอกจากไม่เพียงแค่รัฐบาลดัตช์แล้ว แต่รัฐบาลสหราชอาณาจักรก็โดนหางเลขไปด้วย เนื่องจากดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรจำนวนมากเป็น “สวรรค์ทางแหล่งหลบเลี่ยงภาษี” ที่ขึ้นชื่อ รวมถึงเกาะไอล์ออฟแมนที่ตั้งอยู่ไม่ไกลในทะเลไอริชไม่ไกลจากดินแดนแม่ด้วย ซึ่งแม้จะมีความพยายามให้ดินแดนสวรรค์ทางภาษีเหล่านั้นได้รับการตรวจสอบมากขึ้น แต่ธุรกิจสนับสนุนการหลีกเลี่ยงภาษีนี้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล คงไม่ง่ายที่จะจัดการกับปัญหานี้ บริษัทที่ปรึกษาบอสตันประเมินว่ามีเงินเกี่ยวข้องประมาณ 10 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับจีดีพีของอังกฤษ ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นรวมกัน คงจินตนาการกันออกใช่ไหมครับว่ามันมหาศาลขนาดไหน คงต้องติดตามตอนต่อไปครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,317 วันที่ 26 - 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560






