ตอนนี้เทคโนโลยีในการออกแบบได้ก้าวลํ้านำหน้าออกไปมากกว่า 10 ปีที่แล้วมากครับ รายละเอียดในการออกแบบอาคารอาจจะมีเพิ่มเติมมาก ขึ้นจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการพัฒนาของวัสดุก่อสร้างใหม่ๆที่มีให้เลือกใช้มากขึ้น ทำให้มีเรื่องของรายละเอียดที่เราต้องศึกษาพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ วันนี้จะมาเล่าเกี่ยวกับเรื่องของผนังนะครับ
บ้านเราเวลาจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศหรือระบบไฟ ก็มักเลือกเอาที่ใหญ่ ที่สว่างมากๆไว้ก่อน ปัจจุบันการออกแบบผนังซ้อน (wall captivity) มีการพัฒนาเพื่อป้องกันความร้อน อุณหภูมิ ความชื้น โดยการใช้วัสดุใหม่ที่บางเบา และทนทาน ซึ่งมีมาตรฐานการผลิตที่สูงมากขึ้น มาตรฐานเหล่านี้เราสามารถนำมาคำนวณค่าการใช้พลังงานภายในอาคารที่ลดลงได้ เป็นการประหยัดค่าไฟฟ้าในการใช้เครื่องปรับอากาศได้ ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่เรามักจะไม่ค่อยนึกถึงครับ
มาตรฐานเหล่านี้คือความชื้น Liquid/ Vapor Moisture (ASTM E331 และ ASTM E2112) ซึ่งเป็นการกักกลิ่นและความชื้นที่ดีมาก จนลดการใช้เครื่องดูดอากาศ หรือลดกำลังงานแอร์ และปิดรอยต่อของอาคารได้ดี
มาตรฐานเรื่องไฟ NFPA 285 มาตรฐานเรื่องความร้อน ECC, ASHRAE 90.1 หรือ ASHRAE 189.1 ซึ่งทำให้เราเลือกใช้สีที่ต้องทนไฟในระดับที่สัมพันธ์กันด้วย ถึงจะเกิดความสมดุล หรือมาตรฐานเรื่องเสียง Sound Transmission Class (STC) for Sound through an Assembly; Noise Reduction Coefficient (NRC) ซึ่งทำให้การบุผนังเพื่อป้องกันเสียงโดยใช้วัสดุอื่นเพิ่มเติมแทบไม่จำเป็นอีกต่อไป บางบ้านถึงกับกั้นอาคารออกแบบ 2 ผนังซ้อนกันมีช่องว่างนิดหน่อยเพื่อป้องกันเสียงสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายกันอีก
ถ้าเราทำการออกแบบไปพร้อมกับการเรียนรู้และเลือกใช้นวัตกรรมวัสดุใหม่ๆ จะทำให้งานออกแบบของเรามีคุณค่ามากขึ้นครับ (value of design) แต่บางครั้งตามประสบการณ์แล้ว เรามักจะออกแบบไปก่อนแล้วค่อยมาเลือกวัสดุ ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็เหมือนกับการทำงานย้อนทาง ที่เราต้องมาแก้รายละเอียดทีหลัง ทำให้ขั้นตอนงานออกแบบยาวขึ้นไปอีก
ถ้าอย่างไร ให้ท่านเจ้าของโครงการซึ่งมีเวลาช่วยกันดูเรื่องวัสดุใหม่ในการสร้างอาคารทั้งภายในและภายนอก ลองช่วยแนะผู้ออกแบบมองประเด็นเหล่านี้ดูก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเหมือนกันนะครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,317 วันที่ 26 - 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560