thansettakij
thansettakij
'กฎ 5 ข้อ' ที่ลดความขัดแย้งใน 'ธุรกิจครอบครัว'

'กฎ 5 ข้อ' ที่ลดความขัดแย้งใน 'ธุรกิจครอบครัว'

12 พ.ย. 60 | 06:16 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ย. 60 | 13:16 น.
mp35-3313-1A แม้ความขัดแย้งจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานก็จริง แต่หากเพื่อนร่วมงานและพนักงานเป็นสมาชิกในครอบครัวด้วยแล้วความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะซับซ้อนกว่าปกติเพราะมี
อารมณ์มาเกี่ยวข้อง โดยธรรมชาติของธุรกิจครอบครัวแล้วจึงอาจทำให้มีการเชื่อมโยงไปเป็นปัญหาครอบครัว นั่นก็คือเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอในกลุ่มเจ้าของธุรกิจที่เป็นญาติพี่น้องกัน ธุรกิจครอบครัวหลายแห่งขาดกระบวนการที่เป็นทางการและกลยุทธ์ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททำให้ยากที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ไม่มีกลไกในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว มีนักวิจัยชื่อ David Harland ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจครอบครัวได้เสนอแนะกฎ 5 ข้อเพื่อช่วยจัดการความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัว ดังนี้

กฎข้อที่ 1 : โครงสร้างการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการช่วยลดความขัดแย้ง ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในธุรกิจครอบครัว 
บ่อยๆ ก็คือสมาชิกในครอบครัวขาดเวทีสนทนาเพื่อหารือเรื่องต่างๆ ในธุรกิจ ทั้งนี้โครงสร้างที่เป็นทางการ เช่น สภาครอบครัว คณะกรรมการและการประชุมครอบครัวจะทำให้สมาชิกในครอบ ครัวนำเสนอปัญหาและเจรจาความขัดแย้งกันได้ ซึ่งการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการสามารถช่วยบรรเทาปัญหาครอบครัวและการเงินได้ด้วยการแยกความเป็นเจ้าของธุรกิจออกจากหน้าที่การเป็นผู้บริหารนั่นเอง

mp35-3313-1B

กฎข้อที่ 2 : ให้สมาชิกในครอบครัวมีช่องทางในการพูดหรือการแสดงความคิดเห็น ปัญหาหนึ่งที่มักเห็นในธุรกิจที่ผู้ก่อ
ตั้งรุ่นแรกยังอยู่ คือสมาชิกในครอบครัวขาดช่องทางในการแสดงความต้องการและความกังวลของตนได้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา และเมื่อคนในครอบครัวไม่รู้สึกอยากรับฟังหรือชื่นชมกันอย่างแท้จริง ปัญหาเล็กๆ เหล่านี้ก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ทางธุรกิจและครอบครัวได้ ดังนั้นเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ผู้นำครอบครัวควรสนับสนุนให้สมาชิกในครอบครัวแสดงออกถึงความกังวลใจที่เกิดขึ้นและให้พื้นที่ในการแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยต่างๆ รวมถึงผู้นำอาวุโสควรพร้อมที่จะรับฟังโดยปราศจากอคติและยินดีที่จะพิจารณาสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม เรื่องนี้เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมครอบครัวที่จะทำให้สืบทอดกิจการได้อย่างยั่งยืน

กฎข้อที่ 3 : อย่าปล่อยให้ธุรกิจเบียดบังเวลาของครอบครัวมากเกินไป เป็นเรื่องยากไม่น้อยที่จะไม่นำเรื่องของธุรกิจกลับบ้านด้วย และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ความขัดแย้งกลายเป็นปัญหาครอบครัวก็คือการไม่สามารถแยกธุรกิจออกจากครอบครัวได้ ดังนั้นผู้นำธุรกิจครอบครัวต้องเป็นตัวอย่างในการแยกเวลาทำงานและเวลาของครอบครัวออกจากกันให้มากที่สุด ซึ่งวิธีหนึ่งที่มักได้ผลคือ การมีพื้นที่อย่างป็นทางการและกำหนดเวลาที่แน่ชัดเพื่อใช้ในการหารือ เกี่ยวกับประเด็นทางธุรกิจ นอกจากนี้การทำโซนปลอดธุรกิจ จะ ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวรู้สึกผ่อนคลายในบทบาทส่วนตัวและหลีกเร้นจากงานได้ และอย่าลืมว่ามีทายาทรุ่นใหม่ๆ ที่เฝ้ามองการ ใช้ชีวิตของผู้ใหญ่ในครอบครัวอยู่

แบนเนอร์รายการฐานยานยนต์ กฎข้อที่ 4 : สื่อสารกันตั้งแต่เนิ่นๆ และบ่อยๆ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ความยุ่งยากอย่างใหญ่หลวงส่วนมากมักเริ่มต้นจากปัญหาเล็กๆที่สามารถแก้ไขได้แต่เนิ่นๆ บางครั้งการจับประเด็นปัญหาแต่เนิ่นๆ และแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยการสื่อสารที่ชัดเจนอาจเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้พัฒนาไปเป็นความขัดแย้งได้ แม้ว่าสมาชิกในครอบครัวจะพบกันเป็นประจำในบริษัทอยู่แล้ว แต่การประชุมครอบครัวอย่างเป็นทางการอาจดีกว่าในการขจัดปัญหาที่ซับซ้อนออกไป ไม่ว่าจะเป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของครอบครัวหรือเพียงแค่การประชุมแยกต่างหาก ซึ่งการหยุดพักจากกิจวัตรประจำวันเพื่อแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ จะช่วยให้การสื่อสารเปิดกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตามการกำหนดรูปแบบที่เป็นทางการจะ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าปัญหาจะไม่ถูกละเลยและสมาชิกในครอบครัวมีโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นได้

กฎข้อที่ 5 : นำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งที่สำคัญ ปัญหาบางอย่างไม่สามารถแก้ไขได้เป็นการภายใน ดังนั้นเมื่อสมาชิก ในครอบครัวเริ่มพูดคุยกันแบบไม่สร้างสรรค์ การมีผู้เชี่ยวชาญที่ครอบครัวยอมรับเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งจะช่วยลดอารมณ์ที่ร้อนแรงและมุ่งประเด็นไปที่ปัญหาได้ คนกลางสามารถช่วย แนะนำครอบครัวตั้งแต่เริ่มต้นการสนทนาไปจนถึงการแก้ปัญหาได้ในที่สุด ซึ่งบางครั้งหลายกลุ่มครอบครัวสามารถแก้ไขความขัดแย้งร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งสำเร็จมากกว่าที่พวกเขาใช้เวลาเป็นปีในการคุยกันเองเสียอีก

อย่างไรก็ตามความขัดแย้งในครอบครัวเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง ที่สุดแล้วการจัดการความขัดแย้งในครอบครัวควรเริ่มต้นด้วยการปลูกฝังทัศนคติที่ดี จัดทำธรรมนูญครอบครัว สร้างทักษะการสื่อสารที่ดี และเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็ต้องมีกลไกแก้ไข โปรดจำไว้ว่าความขัดแย้งแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเป็นอันตรายได้เช่นเดียวกับความขัดแย้งที่มากเกินไป การวิพากษ์วิจารณ์และการโต้แย้งกันอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโต อย่าจัดการความขัดแย้งโดยการหลีกเลี่ยงหรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ควรจัดการมันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจและการพัฒนาทักษะในการจัดการความขัดแย้ง ยังสามารถช่วยให้ธุรกิจมีสุขภาพดีและส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,313 วันที่ 12 - 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว