การพัฒนาระบบการค้าปลีกสมัยใหม่ที่ร้านค้าสะดวกซื้อหรือ Convenient Store ปรากฏให้เห็นในทุกตรอกซอกซอย และบางซอยในกรุงเทพฯหรือเมืองใหญ่ๆ อาจมีมากกว่า 1 สาขา บางทีเดินผ่านร้านสะดวกซื้อร้านหนึ่งมานิดเดียวก็เจออีกร้าน แถมยังเป็นเจ้าเดียวกันอีก ซึ่งนั่นอาจเป็นกลยุทธ์ปิดช่องว่างการตลาดหรือสามารถบริการลูกค้าได้ครบทุกพื้นที่ หรือบางพื้นที่อาจมีการแข่งกันมากกว่า 1 บริษัท โดยในต่างจังหวัดการมีสาขาร้านสะดวกซื้อ หรือห้างร้านค้าปลีกสมัยใหม่แสดงถึงระดับการพัฒนาของพื้นที่ ซึ่งแน่นอนสำหรับประชาชนในฐานะผู้บริโภคแล้ว การมีร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าปลีกขนาดใหญ่สมัยใหม่มาตั้งในพื้นที่ใกล้ๆ นั้นทำให้ชีวิตความเป็นอยู่สะดวกสบายมากขึ้น และก็อยากให้มาตั้งในพื้นที่ แต่ในขณะเดียวกันผู้ค้าปลีกดั้งเดิมก็มีการต่อต้านไม่ให้ร้านเหล่านี้เข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่ เพราะทำให้ธุรกิจของตัวเองเดือดร้อน และความจริงที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะที่ไหนที่ร้านสะดวกซื้อเข้าถึงก็จะทำให้ร้านค้าปลีกค่อยๆ ล้มหายตายจากไปที่ละร้านสองร้าน จนบางพื้นที่เกิดแรงต่อต้านร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งผมก็เข้าใจครับว่าทำไมทำอย่างนั้น
ผมขอเล่าเรื่องที่ผมสังเกตจากสิ่งที่เห็นในหัวเมืองหรือชุมชนเล็กๆ ของญี่ปุ่น ประเทศเจ้าของตำรับความสำเร็จและต้นกำเนิดร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ผมพบว่าร้านค้าปลีกเล็กๆ ของชาวบ้านในชุมชนยังเปิดอยู่เคียงข้างกับร้านค้าสะดวกซื้อดังๆ ที่ตั้งขนาบข้างได้อย่างสบายๆ สิ่งที่ทำให้เขาเหล่านี้อยู่ได้ ไม่ยากครับ เขาขายของหรือทำสิ่งที่ร้านสะดวกซื้อเหล่านั้นไม่ทำหรือไม่ขาย ในเมืองใหญ่ๆ สินค้าที่ร้านขายปลีกเล็กๆ เหล่านี้จำหน่าย คือ อาหารสะดวกซื้อต่างๆ จานด่วน พวกข้าวราดแกงกะหรี่ ราเมง และร้านขายของชำที่มีสินค้าจิปาถะซึ่งผมเคยใช้บริการบ่อยๆ ของที่ขายกว่า 90% ไม่มีขายในร้านสะดวกซื้อ ผมยังเห็นดำเนินธุรกิจตามปกติได้ ของที่ขายเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนจากวัตถุดิบในพื้นที่ อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์การเกษตรจากพื้นที่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ผลิตในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้มีความได้เปรียบในการทำธุรกิจที่ขนาดไม่ใหญ่และบริการในพื้นที่กว้าง ร้านค้าขนาดเล็ก จำนวนไม่มาก สามารถบริหารจัดการได้ในระดับเล็กๆ ได้ดี อาจเป็นเพราะสินค้าเหล่านี้ควบคุมปริมาณได้ยาก การจัดเก็บรักษายาก และการจัดส่งไปไกลๆ ทำได้ไม่คุ้มสำหรับบริษัทใหญ่ๆ ที่มีสาขาเยอะๆ ส่วนมากที่ผมเห็น ในร้านค้าเหล่านี้สินค้าที่วางขายจะเป็นสินค้าในพื้นที่ สินค้าที่ผลิตในชุมชนและไม่มีวางขายในพื้นที่อื่นๆ และที่สำคัญแม้แต่ในร้านสะดวกซื้อสาขาในพื้นที่ก็ไม่มีขาย
ตัวอย่างของร้านค้าปลีกท้องถิ่นในบ้านเรามีให้เห็นพอสมควรครับ เพียงแต่เราอาจไม่สังเกตก็ได้ ร้านค้าเหล่านี้อาจเกิดขึ้นมาใหม่โดยอาศัยการมีร้านค้าสะดวกซื้อมาตั้งอยู่ ผมว่าร้านบะหมี่เกี๊ยว ร้านอาหารจานเดียว หรืออื่นๆ ที่เกิดตามร้านสะดวกซื้อไม่น่าเพียงพอ แต่ที่ผมเห็นที่ร้านค้าปลีกท้องถิ่นที่พยายามเปลี่ยนแปลงและต่อสู้กับร้านสะดวกซื้อโดยการปรับปรุง ตกแต่งร้าน จัดการวางสินค้าใหม่ ติดแอร์เย็นสบาย แต่สินค้าเหมือนกับร้านสะดวกซื้อ ผมก็ไม่เห็นรอดสักราย เพราะสิ่งที่เราทำเป็นการเดินเข้าต่อสู้ในเวทีและรูปแบบที่เขาได้เปรียบกว่าเรามาก แต่อีกด้านหนึ่ง ร้านค้าที่สามารถดำรงอยู่ได้ภายใต้สภาวะการแข่งขันจากร้านค้าโมเดิร์นเทรดจากภายนอกและยังคงเป็นสัญลักษณ์ของท้องถิ่นดั่งที่เคยเป็นมาช้านาน ยิ่งร้านค้าปลีกในพื้นที่ท่องเที่ยวที่เราไปเที่ยวในญี่ปุ่น ส่วนมากจะเห็นเขาขายขนมของพื้นบ้าน ของทานเล่นที่เป็นสัญลักษณ์ท้องถิ่น และอื่นๆ หรือแม้แต่ไอศกรีมที่ทุกเมืองจะมีรสชาติที่เป็นเฉพาะของท้องถิ่น
ก่อนหน้านี้ผมไป Nagano มา ผมหาทานไอศกรีมรสแอปเปิลจนเจอ และที่ Wakayama ก็ต้องหาร้านที่มีไอศกรีมรสส้มจนได้ครับ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น เยลลี่ส้มทั้งผลที่สามารถทานได้เลย แยกส้ม ลูกอมช็อกโกแลตที่มีแยมส้มตรงกลาง ก็อร่อยๆ แปลกๆ ดีครับ … ทั้งหมดนี้เราหาในร้าน 7-11 หรือ family Mart ที่ตั้งติดๆ กันไม่ได้นะครับ
ผมว่าพวกเราคงเคยได้ยินชื่อ Super Cheap ที่จังหวัดภูเก็ต ที่เป็นร้านค้าปลีกและส่งที่สามารถยืนหยัดฟัดเหวี่ยงกับร้านสะดวกซื้อและร้านโมเดิร์นเทรดได้อย่างสบาย มีสาขาในภูเก็ตกว่า 45 สาขาในปัจจุบัน เปิดขาย 24 ชั่วโมง เพราะที่ผ่านมาความเป็นร้านค้าท้องถิ่นที่สามารถปรับตัวและกลยุทธ์ได้ง่ายกว่า การคัดเลือกสินค้าวางขายปรับเปลี่ยน คัดเลือกได้เหมาะสมกับพื้นที่และฤดูกาล ซึ่งเป็นสินค้าที่ร้านสะดวกซื้อระดับชาติไม่มีให้บริการ ร้านสะดวกซื้อระดับชาติต้องมีกฎระเบียบหยุมหยิมตามปกติทั่วไปขององค์กรใหญ่ทำให้ร้านค้าปลีกท้องถิ่นยังมีช่องว่างที่จะเล่นได้อีกมาก หากมีการปรับตัวและอาศัยความได้เปรียบในการเป็นคนตัวเล็กที่มีความคล่องตัวสูงมาเป็นกลยุทธ์ในการต่อสู้ ในราคาที่เหมาะสม จูงใจ และตอนนี้การกลับมาใหม่ของ Super Cheap ที่เปิดตัวใหม่อีกครั้งหลังจากไฟไหม้เมื่อปีที่แล้ว ให้กำลังใจและลุ้นเชียร์ ขอให้สามารถเป็นตัวอย่างของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งท้องถิ่นที่แข่งขันและดำรงอยู่ในสภาพการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่รุนแรงมากขึ้น
บางทีการแข่งขันกับคนที่มีทุน วิทยาการ ความรู้ บุคลากร และความพร้อมอื่นๆ หลายอย่างมากกว่าเรา ถ้าจะต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเรา ก็ต้องสู้ในพื้นที่ที่เขาไม่เก่ง หรือทำไม่ได้ ทุกที่มีโอกาส มีช่องทาง ฉะนั้นเราต้องมองให้ละเอียด รอบคอบ หาช่องว่างของธุรกิจ มองจุดเด่นของเรา และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเสมอ ทำเช่นนี้ เราก็ “อยู่” ได้ครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,313 วันที่ 12 - 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560