
ทยอยซื้อLTF/RMFกันได้แล้ว
LTF เป็นการออมระยะกลาง ส่วน RMF เป็นการออมเพื่อการเกษียณอายุ หลายคนเข้าใจไปว่า ควรจะไปลง RMF ตอนอายุ 50 ปี ซึ่งเป็นตอนที่เกษียณอายุไปแล้วถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะคะ ถ้าจะลงทุน RMF ควรทยอยออมตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่เดือนแรกที่เริ่มทำงานเลยก็ได้ โดยปี ๆ หนึ่ง อาจแบ่งเงินมาลงสัก 3,000 บาท หรือ 5,000 บาทต่อปี ถ้าคิดว่าเพิ่งทำงานใหม่ๆ จะแบ่งเงินขนาดนี้มาลงได้อย่างไร ลองเปรียบเทียบกับการที่คุณดื่มกาแฟวันละแก้ว แก้วละ 100 บาท เดือนหนึ่งก็ 3,000 บาทแล้ว ปีหนึ่งก็ 36,000 บาท ลองลดค่ากาแฟลง เช่น ลดลงอาทิตย์ละ 1 แก้ว ประหยัดเงินได้อาทิตย์ละ 100 บาท เดือนละ 400 บาท ปีหนึ่งก็ได้เงินแล้ว 4,800 บาท มีเงินออมขึ้นมาทันที ยิ่งลดจำนวนแก้วลงเยอะๆ ปีหนึ่งมีเงินเก็บเงินออมเป็นหมื่นบาท
ขณะที่การออมระยะกลางอย่าง LTF ต้องซื้อแล้วเก็บไว้นาน 7 ปีปฏิทิน แต่ระหว่างทางคุณสามารถสลับสับเปลี่ยนกองทุนได้ เป็นจุดหนึ่งที่คนอาจจะไม่รู้ ยกตัวอย่าง คุณซื้อ LTF กับบลจ.ที่ 1 ไปแล้ว ผลการดำเนินงานออกมาไม่ค่อยเข้าท่าเข้าทาง อยากย้ายไปบลจ.ที่ 2 สามารถทำได้นะคะ ย้ายได้ขอแค่ยังคงเงินไว้ไม่นำเงินออกมา ในการดูผลการดำเนินงาน ดูได้ที่ morning star หรือแอพพลิเคชันต่างๆ ที่มีในตลาดวันนี้ก็ได้ การลงทุนยาวๆ บางทีไม่ต้องรอตอนจบ ลองเช็กผลหลังลงทุนไปแล้ว 1-2 ปี ถ้าเลือกกองถูก บางทีคุณได้กำไรมากกว่ากัน 20-30% หรืออาจจะถึง 50-60% ด้วยซํ้า ดังนั้น นอกจากเลือกทำเลของบลจ. หรือแบงก์ที่คุณสะดวก และไว้ใจแล้ว คุณต้องเลือกผลการดำเนินงานด้วย
สำหรับคนฐานเงินเดือนสูง ต้องลงให้เป็น ส่วนคนฐานเงินเดือนน้อยแต่มีกำลังพอที่จะสามารถลงทุนได้ ลงเถอะ เพราะคุณจะได้ภาษีคืนทันที รัฐบาลออกสิ่งนี้มาช่วยกระตุ้นให้คนมาลงทุน หลายๆ คนพอใจแล้วกับการฝากเงินประเภทปลอดภาษีซึ่งต้องฝากติดต่อกัน 24 เดือนขึ้นไป แต่การลงทุนเกิน 5 ปี 7 ปี การลงทุนในตราสารทุนให้ผลตอบแทนดีกว่ากันเยอะมาก สัก 10 เท่าก็ว่าได้
การลงทุน LTF/ RMF ให้ได้ประโยชน์ที่สุด คือ คุณต้องเป็นคนที่เสียภาษีแล้ว จึงจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีคุ้ม ถ้าคุณยังไม่ต้องเสียภาษี ลองศึกษาตัวอื่นที่คล้ายๆ กัน ของซีไอเอ็มบี ไทยเรามีกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เอเชีย แปซิฟิก ไดนามิก อินคัม อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (CIMB-Principal APDIRMF) ที่ไปลงทุนในหุ้น ซึ่งมีทั้ง RMF และไม่ใช่ RMF ส่วน LTF เราเองติด 1 ใน 3 และล่าสุด ก็ติดอันดับ 1 ในเรื่องของผลตอบแทน เป็นอีกทางเลือกในการลงทุน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,311 วันที่ 5 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560






