
Content is King
งานพระราชพิธีในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนชาวไทย ทุกฝ่าย ทุกคนถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบสูงสุด และเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้สนองพระมหากรุณาธิคุณ ตราบถึงวาระสุดท้ายแห่งการถวายบังคมลา
การถ่ายทอดพระราชพิธีได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชาวไทย และชาวโลกได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระองค์ท่าน ยิ่งไปกว่าความสวยงาม และสมพระเกียรติของพระราชพิธีคือ เนื้อหา องค์ความรู้ ข้อมูล ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับทุกคน
เริ่มตั้งแต่พระราชประวัติ พระบรมราโชวาท รวมถึงพระราชกรณียกิจกว่า 4,000 โครงการที่พระองค์ท่านได้ทำเพื่อพสกนิกรมาตลอดการครองราชย์ 70 ปี ข้อมูลทุกอย่างถูกโพสต์ในโลกออนไลน์อย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งผู้ใหญ่ วัยทำงาน วัยรุ่นหรือเด็กๆ ท่านผู้อ่านที่เปิดเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมหรือทวิตเตอร์น่าจะเห็นตรงกัน มีข้อมูลหลายอย่างที่เราไม่เคยทราบมาก่อน และด้วยเทคโนโลยีทำให้เราได้เห็นภาพเคลื่อนไหว ได้ฟังพระสุรเสียง ทำให้พวกเรามั่นใจว่าพระองค์ท่านทรงพระปรีชาสามารถเป็นที่ยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี ด้านงานเขียน ด้านสถาปัตยกรรม ด้านภาษาศาสตร์ และทุกๆด้าน นอกจากนี้ในงานพระราชพิธียังทำให้พวกเราได้รับเนื้อหา (Content) ที่เป็นประโยชน์และหาได้ยากยิ่ง ทั้งความรู้ในรายละเอียดงานพระราชพิธี ความรู้ทางศาสนา ความรู้ทางสถาปัตยกรรม ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรม ความรู้ทางขนบธรรมเนียมประเพณี นับว่าเป็นการรวมองค์ความรู้ในทุกด้านของประเทศไทยไว้ได้อย่างครบถ้วน
ภายหลังจากเสร็จพระราชพิธี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้มีพระราชานุญาตให้จัดนิทรรศการพระเมรุมาศขึ้น ณ บริเวณท้องสนามหลวง ตั้งแต่วันที่ 2-30 พฤศจิกายน 2560 รวมเป็นเวลา 1 เดือน ในงานจะแสดงให้เห็นถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศ และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตลอดจนพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ไปชมกันนะครับจะได้เก็บไว้เป็นความทรงจำไว้เล่าให้ลูกหลานฟัง แล้วจะรู้ว่า Content is King นั้นมีคุณค่ามากเหลือเกิน และจะสถิตอยู่ในใจของพวกเราคนไทยตลอดไปครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,310 วันที่ 2 - 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560






