
จีนเข้าสู่ยุคใหม่ อย่างเป็นทางการ
ในรายงานข่าวต่างประเทศนั้นมุ่งจับตาการประชุมครั้งนี้ โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า สี จิ้นผิง จะดำรงตำแหน่งผู้นำจีนต่อไปอีกเป็นสิบปีครับ หลังจากที่เขาไม่ได้เปิดเผยชื่อทายาททางการเมืองคนต่อไปแต่อย่างใด เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น เพราะอะไรจีนถึงปูทางให้สี จิ้นผิง รวบอำนาจและปูทางสู่การบริหารประเทศอีกนับทศวรรษ?
แน่นอนว่า เติ้ง เสี่ยวผิง และเจียง เจ๋อหมิน เป็นผู้นำที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และเศรษฐกิจของจีนครั้งสำคัญ จากการเปลี่ยนถ่ายสู่ระบบการปกครองแบบสังคมนิยม ก่อนที่จีนจะเริ่มเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจแบบที่เน้นตลาดมากขึ้น หรือ Market-oriented Economy ซึ่งถือว่าเป็นการปูทางให้จีนมีความมั่งคั่งทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญมาจนถึงปัจจุบันนี้
[caption id="attachment_225849" align="aligncenter" width="503"]
แต่ทว่า โมเดลเศรษฐกิจของจีนแบบที่ว่า ก็ได้ทำให้จีนประสบปัญหาตามมามากมาย โดยเฉพาะการเน้นไปที่การผลิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัญหาหมอกควันในเมืองใหญ่จากโรงงานอุตสาหกรรมเป็นปัญหาเข้าขั้นวิกฤติ การเน้นการผลิตที่มากเกินไปจนทำให้เกิดการผลิตที่เรียกว่า Overcapacity และ Oversupply หรือการผลิตส่วนเกิน เป็นต้น
ในอดีตนั้น คนไทยจะรับรู้ถึงสินค้าจากประเทศจีนว่าเป็นของ “จีนแดง” ซึ่งมีนัยหมายถึงสินค้าที่ไร้คุณภาพ แต่ราคาถูก สินค้าจีนแดงตีตลาดไปทั่วโลก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนเกิดความมั่งคั่ง แต่นั่นก็สร้างปัญหาให้จีนมากมาย
นอกเหนือจากปัญหาสิ่งแวดล้อม และการผลิตส่วนเกินแล้ว โมเดลเศรษฐกิจแบบเก่ายังทำให้จีนติดกับดักของการเป็นประเทศกำลังพัฒนา และเศรษฐกิจจีนมักจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบจากต่างประเทศอย่างรุนแรง อย่างเช่นจากกรณีวิกฤติเศรษฐกิจโลกในปี 2009 ก็ทำให้จีนได้รับผลกระทบเช่นกัน
1.แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดการผลิตส่วนเกิน
2. เน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง จีนมีการลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ ดี) ที่สูงมาก และต่อเนื่อง
3. ปรับเปลี่ยนโมเดลทางเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการผลิตและส่งออก หันมาพึ่งพาการบริโภคภายในมากขึ้น และพึ่งพาภาคบริการ ตามแบบฉบับของ ประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลาย
4. ข้อนี้สำคัญมากที่สุด คือจีนต้องผลักดัน นโยบาย หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง หรือ One Belt One Road ให้จีนขยายอิทธิพลทั้งทางด้านการเมือง ทหาร และเศรษฐกิจไปทั่วโลก
ภาระหน้าที่ของสี จิ้นผิง จึงเป็นภาระที่ผูกพันระยะยาว โดยจีนจำเป็นที่จะต้องมีผู้นำที่แข็งแกร่ง และการบริหารงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะเห็นได้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ได้กวาดล้างข้าราชการ และนักการเมืองขี้ฉ้อทั้งหลายเป็นจำนวนมาก และดึงพรรคพวกเข้ามานั่งในพรรคคอมมิว นิสต์ และกรรมการกลางของกองทัพ แทบจะหมดแล้วครับ
การประชุมสมัชชาใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์จีนในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ที่จีนได้ชูผู้นำประเทศคนสำคัญขึ้นมาอีกครั้งเพื่อให้เป็นผู้กุมบังเหียนให้จีนก้าวสู่ยุคใหม่ และการเป็น ผู้นำโลกอย่างสมบูรณ์ครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,310 วันที่ 2 - 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560






