
รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต (จบ)
อย่างไรก็ตาม คนไทยนั้นก็ยังยึดมั่นในโบราณราชประเพณี อันตราไว้ในมณเฑียรบาล และยืนยันเพิ่มเติมด้วยรัฐธรรมนูญว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ จะต้องเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ เราไม่คุ้นเคยกับพระราชบัลลังก์ที่ว่างเปล่า มีแต่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอย่างแน่นอน
ในคืนที่หกนี้จะเป็นคืนที่น่าจดจำอีกประการหนึ่ง ด้วยว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้แถลงให้ทราบทั่วกันว่าหลังจากทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพผ่านไป 7 วันหรือ 15 วัน ไม่นานก็จะเริ่มกระบวนการอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นเป็นพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้รัฐธรรมนูญถาวรฉบับใหม่ด้วย
คืนนี้ คืนที่หก ก่อนหลับ ผมคงทบทวนถึงความมหัศจรรย์ในบ้านเมือง อันเป็นผลจาก สถาบันพระมหากษัตริย์ได้หลอมรวมกับประชาชนอย่างสนิทแนบแน่น จะนึกถึงสถาบันที่รวมใจคนไทยทั้งมวลได้ดีอย่างน่าทึ่งตลอด 70 ปี ของรัชกาลที่เพิ่งจะสิ้นสุดลง คืนนี้คงจะหลับสนิท เพราะความสับสนในใจลดลงอีก เห็นชัดเจนแล้วว่าการสืบราชบัลลังก์ก็กำลังจะเกิด รอไม่นานแน่ บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไป มีทิศทาง มีกำหนดเวลา และรัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ได้ตรงตามกำหนดการหรือโรดแมปเดิมอย่างแน่นอน
หากเทียบเคียงกับพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในระบอบรัฐธรรมนูญในนานาประเทศด้วยก็ได้นะครับ ผมมองว่า สิบเอ็ดวันที่ผ่านมาทำให้เห็นแล้วว่า การเสด็จสวรรคตของพระเจ้าอยู่หัวของเรานั้นคล้ายกับการสวรรคตของพระนางเจ้าวิกตอเรียก็ว่าได้ ในรัชสมัยอันยาวนานมากเช่นกัน ควีนวิกตอเรียทรง “ครอง”และในช่วงวิกฤติสำคัญราวจะ “ปกครอง” ไปด้วย ในห้วงเวลาหกศตวรรษที่ทรง “ครองราชย์” พระบุญญาบารมีแผ่ปกไพศาลไปทั่ว ปวงพสกนิกรสักการะเทิดทูนจนถึงวันสุดท้ายของรัชกาล
วันนี้ เป็นวันปิยมหาราช ในแง่หนึ่งคนไทยรักและสักการะเทิดทูนรัชกาลที่ 9 คล้ายกับรัชกาลที่ 5 รัชสมัยของสองพระองค์ก็ยาวนานคล้ายกัน และในสองรัชกาลนั้น ประเทศชาติก้าวหน้าผ่านวิกฤติใหญ่ไปได้หลายครั้ง ประชาชนทุกเชื้อชาติศาสนาทุกฐานะและระดับ ล้วนร่มเย็นเป็นสุข สิ่งที่ต่างกันคือ รัชกาลที่ 5 นั้น ทรง “ปกครอง” แต่รัชกาลที่ 9 มิได้ทรงใช้พระราชอำนาจปกครองด้วยพระองค์เอง
จนบางครั้ง อดถามตัวเองไม่ได้ว่า ในความเป็นจริงนั้น การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 นั้นคืออะไรกันแน่ อธิบายได้หลายๆ ทางครับ หนึ่ง คือความตั้งใจและความพยายามที่จะนำประชาธิปไตยมาสู่สยาม สอง มันเป็นเพียงเจตนารมณ์และความพยายาม ซึ่งจะจริงจังแค่ไหนถกเถียงกันได้ แต่ก็ไม่สำเร็จหรือยังไม่สำเร็จที่จะนำประเทศสู่ประชาธิปไตย จนถึงขณะนี้เราก็ยังรอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่สาม ผมอดคิดไปอีกทางไม่ได้ว่า 2475 นั้น เอาเข้าจริง น่าพิศวง เพราะคือการเปลี่ยนประเทศจากระบอบกษัตริย์ไปสู่ระบอบกษัตริย์นั่นเอง
และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดใคร่ ครวญจากสิ่งที่ได้เห็น ได้สัมผัส ได้รู้สึกจากคืนแรกหลังพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตจนถึงคืนนี้ คืนที่สิบเอ็ด ตรงกับคืนวันที่ 23 ตุลาคม 2559
• หมายเหตุ : บทความนี้เขียนขึ้นเดือนตุลาคม 2559
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,308 วันที่ 26 - 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560






