
LAUSANNE : จากสวิตเซอร์แลนด์สู่สยาม (1)
ประโยคอมตะที่ซาบซึ้งกินใจในบันทึกประวัติศาสตร์ชิ้นนี้คือ
เป็นบันทึกการเดินทางวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2489 เมื่อพระเจ้าอยู่หัวองค์ใหม่เสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยทรงมีพระราชดำรัสอำลาประชาชนทางวิทยุกระจายเสียงว่า
“ข้าพเจ้ามีความจำเป็นที่จะต้องจากประเทศไทยและพวกท่านทั้งหลาย เพื่อไปศึกษาต่อให้มีความรู้ด้านใหม่...”
ยุวกษัตริย์พระองค์นี้ทรงรักษา “สัตย์” ที่ได้ให้ไว้ ทรงเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซานน์ (UNIVERSITE, DE LAUSANNE) และทรงเปลี่ยนจากวิชาที่ชอบส่วนพระองค์คือ วิทยาศาสตร์ ไปทรงศึกษาด้านกฎหมาย การเมือง และสังคมศาสตร์ ด้วยทรงเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการขึ้นครองราชย์
โลกได้ประทานกษัตริย์ที่ดีที่สุดพระองค์หนึ่งให้กับประชาชนชาวไทยและสังคมโลก
ทรงมีพระราชสมภพ ณ โรงพยาบาล MT. AUBURN เมือง CAMBRIDGE มลรัฐ MASSACHUSETTS ประเทศสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจของโลก ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองด้วยวิทยาการสูงสุด
ทรงเติบโตและได้รับการอบรม-ศึกษา ณ ประเทศสมาพันธ รัฐสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนสวรรค์สมบูรณ์ด้วยสิ่งแวดล้อมงดงาม สถานดูแลสุขภาพ บรรยากาศ ความเป็นประชาธิปไตย ผู้คนมีมิตรไมตรี และใฝ่หา “สันติภาพ” เอื้ออำนวยต่อการศึกษาหาความรู้ การฝึกฝนทำงานศิลปะ งานช่าง
สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เจ้านายผู้สนพระราชหฤทัยในเรื่องการส่งเสริมอาชีพ การหารายได้ การพยาบาล และกาชาด ทรงมีส่วนร่วมช่วยริเริ่มการจัดตั้งสภาอุณาโลมแดง หรือ สภากาชาดไทยในปัจจุบัน ทรงริเริ่มงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตั้งแต่สมัยสยามยังใช้เกวียนเป็นพาหนะ
สมเด็จพระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงเป็น “เจ้าฟ้ามหิดล” เจ้านายผู้ทรงอุทิศพระ องค์บุกเบิกการแพทย์สมัยใหม่และการสาธารณสุขให้กับประเทศ แม้พระองค์เองจะมีปัญหาสุขภาพรบกวนตลอดเวลาก็ตาม
“แม่” (คำที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงใช้เมื่อเขียนถึงระยะที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเป็นคนธรรมดาสามัญ) รับภาระสำคัญในการอบรมอภิบาล พระธิดา พระโอรส
อ่านต่อฉบับหน้า
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,306 วันที่ 19 - 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560






