
การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส3
ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ได้มีการจัดตั้งสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกขึ้นอย่างเป็นทางการ ภาพการพัฒนาโครงการต่างๆก็เริ่มมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาท่าเรือ 3 ท่าเรือ (แหลมฉบัง-สัตหีบ-มาบตาพุด) โดยการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะ 3 เพื่อให้เกิดการรองรับการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเช่นการส่งออกรถยนต์3ล้านคัน/ปี รองรับเรือขนส่งขนาดความจุ 1.6 แสนตัน
ขณะที่ท่าเรือมาบตาพุดระยะ 3 จะพัฒนาเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณูปโภคหลักในการรองรับการขนส่งสินค้าเหลวก๊าซธรรมชาติและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และท่าเรือสัตหีบ จะปรับปรุงให้สามารถรองรับด้านการท่องเที่ยวเรือขนาดใหญ่ที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไว้ด้วยกัน
เป็นที่ทราบกันดีว่าการขนส่งสินค้าทางนํ้ามีต้นทุนตํ่าที่สุด รองลงมาคือ ระบบรางและทางถนน ประเทศไทยยังนับว่ามีต้นทุนการขนส่งสินค้าค่อนข้างสูงซึ่งจะส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุนการขนส่งช่วยประหยัดเม็ดเงินค่าขนส่งสินค้าถึงปีละ 2แสน5หมื่นล้านบาท
โดยมีการประเมินกันว่าจะประหยัดเม็ดเงินจากการขนส่งสินค้าได้ถึงปีละ 2 แสน 5 หมื่นล้านบาทซึ่งการก่อสร้างการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังในระยะที่ 3 ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ และในเดือนหน้าจะส่งให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ.พิจารณาอนุมัติโครงการหากผ่านการพิจารณาคาดว่าจะเริ่มลงมือก่อสร้างได้ และแล้วเสร็จภายใน 5 ปี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560






