
เคนยา ประตูการค้า-ลงทุน‘แอฟริกา’
[caption id="attachment_214177" align="aligncenter" width="503"]
ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ส่งเสริมการพัฒนาของเคนยา คือ ความมีเสถียรภาพทางการเมืองอันส่งผลให้การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแผนการพัฒนาของรัฐบาลเคนยา ภายใต้การนำของนายอูฮูรู มุยไก เคนยาตา ประธานาธิบดีเคนยา ระหว่างปี 2556 - 2560 มุ่งเน้นการพัฒนาเคนยาให้กลายเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการลงทุนของแอฟริกา ด้วยการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ การอำนวยความสะดวกเพื่อการลงทุนต่างๆ การมีมาตรการคุ้มครองการลงทุนต่างชาติเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน การส่งเสริมความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และการให้ความสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs เพื่อผลักดัน ให้ตัวเลขจากการค้าการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศมีมูลค่าเป็น 32% ของตัวเลข GDP รวมถึงแผนการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะด้านชลประทานและระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งในประเทศ อาทิ การสร้างท่าเรือที่เมืองลามู (LAMU) และเพิ่มท่าเทียบเรือขนถ่ายตู้สินค้าแห่งที่ 2 ที่เมืองมอมบาซา (Mombasa) ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ทำให้เพิ่มโอกาสให้กรุงไนโรบีเป็นเมืองหลวงที่มีการลงทุนอันดับต้นๆ จากนักลงทุนต่างชาติสำหรับการเข้ามาลงทุนในแอฟริกา และกรุงไนโรบียังได้รับการพัฒนาให้มีจุดแข็งในฐานะศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอีกด้วย
ทั้งนี้ ปัจจุบัน เคนยามีการลงทุนจากต่างชาติแล้วประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นการลงทุนจากบริษัทชั้นนำทั้งจากเอเชีย ยุโรป รวมถึงจากประเทศไทย อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าไปลงทุนทางด้านพลังงาน และบริษัทในเครือดุสิตธานี ลงทุนในกลุ่มโรงแรม
นอกจากนี้ รัฐบาลเคนยายังได้กำหนดนโยบาย Vision 2030 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในสาขาต่างๆ อาทิ การเงิน แร่ธาตุ ก๊าซธรรมชาติ นํ้ามัน เป็นต้น มุ่งส่งเสริม การส่งออกของภาคอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อให้มีสัดส่วนเพิ่มเป็น 7% ของ GDP และเพิ่มโอกาสการลงทุนในสาขาที่เคนยายังต้องการพัฒนา อาทิ เกษตร สิ่งทอ เคมี เหล็ก ยา ยานยนต์ เพื่อกระตุ้นภาคการค้าระหว่างประเทศ
ฉบับหน้าเราจะมาต่อกันด้วยเรื่องโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยในเคนยาที่ว่ายังเปิดกว้างนั้น มีด้านใดกันบ้าง โปรดติดตาม
พบกับอัพเดตความเคลื่อน ไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560






