
ถามเหตุและผล‘3บิ๊กทหาร’ ทำไมคนดีต้องออกอาการ!?
แต่เชื่อหรือไม่?ว่า ตลอดห้วง 3 ปี 4 เดือนนั้น “รัฐบาลทหาร” แทบไม่มีผลงานอะไร? เป็นชิ้นเป็นอันพอที่จะเอามากล่าวอ้างได้แม้สักเรื่องเดียว ทั้งที่เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ รวมทั้งยังมีมาตรา 44 หรือ ม.44 เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาของชาติในด้านต่างๆ และปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ภาวะเศรษฐกิจตกตํ่าที่ซํ้าเติม “ศรัทธาและความเชื่อถือ” ต่อทหารให้ดำดิ่งลงอย่างรวดเร็วด้วย
สถานการณ์ตอนนี้สภาพ “รัฐบาลและคสช.” จึงดูเหมือนจะเข้าสู่ยุคเสื่อมสุดๆ อาจจะเป็นเพราะว่า สาธารณะเริ่มจับได้ไล่ทันแล้วว่า “รัฐบาลทหาร” ที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเองว่าเป็น “รัฐบาลที่ดี” สุดท้ายก็ไม่ต่างจาก “รัฐบาลเลือกตั้ง” ซํ้าร้ายกว่านั้นก็คือ ยังทำเรื่องบางเรื่องแย่กว่า “นักการเมือง” เสียอีก!!!!
ควันหลงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ “ครม.สัญจร” นอกจากฉากที่ “บิ๊กตู่” โพกผ้า ดำนา เลี้ยงสัตว์และรำลิเก จนกลายเป็นจุดเด่น-ไฮไลต์ มาตั้งแต่คราวที่ไปจัดที่จ.นครราชสีมา เรื่อยมาจนถึง “เมืองกรุงเก่า” คนข้างกายแทนที่จะเป็น “พี่ใหญ่และพี่รอง” บูรพาพยัคฆ์ แต่เป็นดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ
เรื่องอย่างนี้ โบราณว่า “ไม่เชื่อ-อย่าลบหลู่”...เพราะแว่วๆ ข่าวว่า รองนายกฯ สมคิดคือ ออร์แกไนซ์หรือคนเบื้องหลังของการจัดครม.สัญจร และระดับหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลลงมาเล่นเป็น “เจ้าภาพ” ซะเองก็เลยไม่แปลกที่งานนี้ จะเป็นงานการเมืองล้วนๆ หลังจากฝ่ายทหารถูกนักการเมือง “รุก” ไล่มานาน
รายงานข่าวแจ้งว่า ตามจริงแล้ว ฉากการพบปะกันระหว่าง “บิ๊กตู่” กับนักการเมืองเฉพาะอย่างยิ่งพลพรรคของ พรรคชาติไทยพัฒนาถูกวางเป็น “คิวแรก” พร้อมๆ กับพรรคชาติพัฒนาที่เมืองย่าโมแล้ว หากแต่คนทำหน้าที่ประสานงานกับสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ทำงานผิดพลาดนิดหน่อย!?!?
อย่างไรก็ตาม “จังหวะ” เดียวกันนี้ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาฯ พรรคประชาธิปัตย์ ก็พลันออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปิดช่องว่างไม่ให้ฝ่ายทหารเพลี่ยงพลํ้าหรือทำให้เรตติ้งพี่น้องบูรพาพยัคฆ์ คือ “บิ๊กตู่-พี่ใหญ่ และพี่รอง” ตกตํ่าไปมากกว่านี้พอดี
ภายหลังจาก “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ถูกซัก-ถูกถามจากนักข่าวในเรื่องการเดินทางไปประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะข่าวการพบปะเจรจากับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เรื่องการจัดตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ” และการจับมือหรือร่วมกับพรรคการเมืองขนาดกลางๆ จัดตั้ง “รัฐบาลใหม่” หลังเลือกตั้งในปี 2561
ขณะที่ “พี่รองหรือบิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยเอง ก็หน้าดำครํ่าเครียดกับพิษ “ป่ากระทิงแดงและเรือเหาะทบ.” ที่เป็นประเด็นถูกนักข่าวซักถามจนอารมณ์เสีย เพราะที่ผ่านมามีแต่ “บิ๊กตู่” กับพล.อ.ประวิตร 2 คนเท่านั้นที่ถูกซัก-ถูกถามจนออกอาการตบะแตก...ส่วนตัวเอง อยู่สบายเงียบๆ เรียบๆ ร้อยๆ มาตลอด 3 ปี 4 เดือน
เจอเข้ากับตัวเองบ้างแค่ 2 ดอก โดยเฉพาะอาฟเตอร์ช็อกจากวันที่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.แถลงข่าวยกเลิกการใช้ “เรือเหาะทบ.” ที่กองทัพบกจัดซื้อในยุคที่พล.อ.อนุพงษ์เป็นผบ.ทบ. ก็ทำเอาหัวร้อนขึ้นมาทันที?
ล่าสุด เมื่อ 2-3 วันก่อนถูกซักและถูกฟ้องเรื่อง “เรือเหาะทบ.” ถามมากซักมากก็ออกลูกยั๊วะ เล่นบท “บิ๊กตู่และบิ๊กป้อม” เหมือนกัน ถามกลับบ้างว่า “...สื่อมั่นใจหรือเปล่าว่าตัวเองมีจรรยาบรรณ? ที่เขียนกันเหมือนทำลายชื่อเสียง”
หาก “บิ๊กทหาร” ที่เป็นแกนนำ “รัฐบาลและคสช.” ยังเล่นบทเดียวกันอย่างนี้ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกคนโยนทิ้ง “หลักการ” ที่เป็นเหมือนสัญญาประชาคม และคำมั่นสัญญาต่างๆ เป็นเพียงลมปากพวกท่านเท่านั้น เมื่อปัญหาเศรษฐกิจเข้ารวมอยู่ในตัวปัญหาแกนนำด้วยอย่างนี้ “รัฐบาลทหาร” ชุดนี้ ก็เริ่มนับถอยหลังกันได้แล้วล่ะครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,299 วันที่ 24 - 27 กันยายน พ.ศ. 2560






