thansettakij
thansettakij
โอกาสของไทย ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเวียดนาม

โอกาสของไทย ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเวียดนาม

11 ก.ย. 60 | 23:05 น.
TP10-3295-C1 ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจของโลก เวียดนามได้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งเอเชียได้อย่างโดดเด่นในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา โดยจากการสำรวจของสำนักข่าว Nikkei ปี 2559 พบว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Manufacturing Purchasing Managers’ Index - PMI) ของเวียดนามที่แสดงถึงปริมาณการจัดซื้อสินค้าได้ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 2 ของอาเซียนรองจากฟิลิปปินส์ และนำหน้าไทยซึ่งอยู่อันดับที่ 3 ประกอบกับความเคลื่อนไหวของบางบริษัทที่เริ่มย้ายฐานการผลิตมายังเวียดนาม ด้วยเหตุผลว่า เวียดนามมี “จุดแข็ง” อย่างชัดเจน ในอุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงอุตสาหกรรมการส่งออกคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเวียดนามยังครองตลาดในฐานะประเทศส่งออกรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โดยขยายตัวเทียบกับปี 2558 และปี 2559 ที่อัตรา 16.4% และ 12.8% ตามลำดับ นับว่าสอดคล้องกับกระแสนิยมตลาดเทคโนโลยีจนถึงปัจจุบัน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียด นามเป็นดาวเด่นด้านฐานการผลิตและส่งออกของภูมิภาคในขณะนี้ คือ “แรงงาน” ซึ่งมีความหลากหลาย โดยเฉพาะจำนวนคนวัยทำงานที่มากกว่าหลายประเทศในอาเซียนและอัตราค่าจ้างแรงงานที่ยังไม่สูง นอกจากนี้บรรยากาศทางการเมืองที่มีเสถียรภาพ ประกอบกับทำเลภูมิศาสตร์ที่อยู่บริเวณศูนย์กลางของอาเซียน พื้นที่ส่วนใหญ่กำลังถูกบุกเบิกพร้อมกับรากฐานด้วยเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน ครอบคลุมทั้งการขนส่งทางบก อากาศ และท่าเรือ สู่การเป็น HUB ของภูมิภาค รวมทั้งการที่เวียดนามได้ร่วมลงนามในความตกลง Trans Pacific Partnership (TPP) และอยู่ระหว่างการเจรจาจัด Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) ซึ่งเป็นความตกลงเปิดการค้าเสรีที่ครอบคลุมกว้างขวาง ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เวียดนามได้รับความสนใจมากขึ้น

เมื่อจับตาไปที่ “อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร” ซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับกระแสนวัตกรรมใหม่ ๆ ของโลก พบว่าแม้เวียดนามจะได้รับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากการส่งออกสินค้าประเภทมือถือหรือสมาร์ทโฟนแบรนด์ดัง แต่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังตกเป็นของนักลงทุนต่างชาติมากกว่านักธุรกิจหรือประชาชนชาวเวียดนาม เนื่อง จากวัตถุดิบที่มาจากอุตสาหกรรมขั้นต้นก่อนผลิตสินค้าเพื่อส่งออก อาทิ ชิ้นส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่ ชิ้นส่วนไฟฟ้าประเภทต่างๆ ยังต้องพึ่งพา จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวม ถึงสิงคโปร์เป็นหลัก ซึ่งนับว่ามีสัด ส่วนนำเข้าที่สูงกว่าประเทศไทยมาก

แม้ไทยจะไม่ได้อยู่ในสถานะ “นักลงทุนด้านการผลิตเพื่อส่งออกรายใหญ่” ของเวียดนาม แต่ธุรกิจรายย่อยเพื่อสนับสนุนภาคการผลิตนั้น ยังทำให้ไทยมีโอกาสอีกมากเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือ การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมสนับสนุนของเวียดนาม ได้อีกมาก อาทิ การผลิตแผงวงจรไฟฟ้า แผงวงจรพิมพ์ และชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมสนับสนุนด้านยานยนต์ อาทิ เครื่องจักรกล ส่วนประกอบวัสดุ เหล็ก พลาสติก เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เป็นต้น เนื่องจากสินค้าเหล่านี้เมื่อผลิตจากไทยหรือผู้ประกอบการไทยมาตั้งบริษัทเพื่อผลิตที่เวียดนาม ย่อมมีราคาที่ตํ่ากว่าประเทศอื่นอยู่พอสมควร ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าปลายทางถูกลง และทำให้การแข่งขันของผู้ผลิตรายใหญ่มีมากกว่า เกิดการขยายตัวในเชิงลึกและขยายวงกว้างมากขึ้น สามารถเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุตสาหกรรมหลักของเวียดนามในระยะยาวได้

TP10-3295-1C นอกจากอุตสาหกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์แล้ว เวียดนามยังมีอุตสาหกรรมภาคการผลิตที่แข็งแกร่งอื่น ๆ ที่พร้อมเปิดรับการลงทุนจากเอกชนได้อีกมากเช่นกัน อาทิ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า รถยนต์ อาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น

การลงทุนของคนไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ไม่เพียงเป็นการต่อยอด SMEs ของประเทศไทยและนักธุรกิจไทยในเวียดนามเท่านั้น แต่เวียดนามยังพร้อมให้สิทธิพิเศษด้านการลงทุน เมื่ออุตสาหกรรมนั้นได้สร้างงานให้กับชาวเวียดนาม อันสอดคล้องกับนโยบายการสร้างงานและเพิ่ม พูนศักยภาพแก่แรงงานเวียดนามของรัฐบาลเวียดนามด้วย

เพื่อความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ นอกจากการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ และการผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนเวียดนามแล้ว ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องจัดทำแผนธุรกิจและระบบบัญชีที่มีแบบแผนมาตรฐาน พร้อมทั้งศึกษากฎระเบียบการจับคู่ทางธุรกิจของเวียดนามอย่างละเอียด เพื่อที่จะสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสทธิภาพ คล่องตัว และได้รับการยอมรับในวงการธุรกิจระดับสากลอีกด้วย

พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,295 วันที่ 10 - 13 กันยายน พ.ศ. 2560

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว