
ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยทรัพย์อิงสิทธิ ผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์
ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ. ... ที่ทางกระทรวงการคลังเพิ่งจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อตอนต้นเดือนมิถุนายน 2560 นั้นน่าสนใจมาก เพราะมีผลต่อที่ดินเช่าระยะยาวทั้งระยะเวลา 30 ปี และการเช่าที่ดินตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม ซึ่งมีระยะเวลาเช่าตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 50 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาเช่าได้อีก 50 ปี
แต่การเช่าที่ดินตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเพื่อการพาณิชย กรรมและอุตสาหกรรมเท่านั้น ทำให้ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก อีกทั้งที่ดินเช่าตามรูปแบบเดิมที่อยู่ภายใต้กฎหมายเดิมก่อนหน้านี้นั้นไม่สามารถนำไปขอสินเชื่อจากทางธนาคารได้เทียบเท่ากับที่ดินกรรมสิทธิ์และไม่สามารถขายหรือโอนสิทธิ์ในการพัฒนาบนที่ดินนั้นให้กับบุคคลอื่นๆ ได้ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นอุปสรรคสำคัญของที่ดินสิทธิการเช่าระยะยาวในประเทศไทย
สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเปิดเผยร่างพระราชบัญญัตินี้หลังจากที่มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว โดยประเด็นที่น่าสนใจคือ การให้เจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนทรัพย์ สินนั้นเป็นทรัพย์ อิงสิทธิจากนั้นสามารถเปลี่ยนมือเจ้าของกรรม สิทธิ์ทรัพย์อิงสิทธินั้นได้ทั้งการขายหรือเช่า แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่เกิน 30 ปีนับจากการจดทะเบียนทรัพย์อิงสิทธินั้นอีกทั้งสามารถใช้ทรัพย์ อิงสิทธิในการคํ้าประกันเงินกู้ได้ด้วย
ประเด็นต่างๆ ที่เปลี่ยนไปคาดว่าจะช่วยให้การพัฒนาบนที่ดินเช่ามีความน่าสนใจมากขึ้นแน่นอนและที่ดินเช่าหลายแปลงของหน่วยงานราชการ เช่น ที่ดินแปลงใหญ่ๆ ของกรมธนารักษ์ทั่วประเทศ ที่ดินแปลงใหญ่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยในกรุงเทพมหานครทั้งมักกะสัน สถานีแม่นํ้า บางซื่อ ที่ดินของการเคหะแห่งชาติ หรือที่ดินที่ยังไม่ได้เปิดให้เอกชนเข้ามาพัฒนาของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
รวมไปถึงที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนทั่วประเทศและเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก มีความน่าสนใจในการพัฒนามากขึ้น เพราะสามารถเปลี่ยนมือหรือโอนสิทธิ์ในการพัฒนาต่อได้ แต่ต้องดูต่อไปว่าฉบับสุดท้ายที่ผ่านการอนุมัตินั้นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงจากร่างพระราชบัญญัตินี้หรือไม่???
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,293 วันที่ 3 - 6 กันยายน พ.ศ. 2560






