
ยิ่งลักษณ์‘หนี’ เกมนี้ใครได้ใครเสีย?
เพราะ “รัฐ” ที่สามารถบริหารประเทศได้นั้น จะต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการ ดังนี้
1.ประชากร รัฐทุกรัฐจะต้องมีประชากรจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ มีจุดมุ่งหมายและมีประโยชน์ร่วมกัน จำนวนประชากรของแต่ละรัฐอาจมีมากน้อยแตกต่างกันไป ที่สำคัญคือ จะต้องมีประชากรดำรงชีพอยู่ภายในขอบ เขตของรัฐนั้น
2.ดินแดน รัฐต้องมีดินแดนอันแน่นอนของรัฐนั้น กล่าวคือ มีเส้นเขตแดนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั้งโดยข้อเท็จจริงและโดยสนธิสัญญา ทั้งนี้ รวมถึงพื้นดิน พื้นนํ้า และพื้นอากาศ
3.รัฐบาล รัฐบาลคือองค์กร หรือหน่วยงานที่ดำเนินงานของรัฐในการปกครองประเทศ รัฐบาลเป็นผู้ทำหน้าที่สาธารณะสนองเจตนารมณ์ของสาธารณชนในรัฐ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและป้องกันการรุกรานจากรัฐอื่น? รัฐบาลเป็นองค์กรทางการเมืองที่ขาดไม่ได้ของรัฐ
4.อำนาจอธิปไตย คือ “อำนาจรัฐ” หมายถึงอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ทำให้รัฐสามารถดำเนินการทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองภายในและภายนอก
ขณะที่อำนาจอธิปไตยเองนั้น ก็มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ อำนาจอธิปไตยภายใน หมายถึงการที่มีอำนาจที่จะปกครองตนเอง และมีอำนาจสูงสุดที่จะดำเนินการใดๆ ในประเทศอย่างมีอิสระ ปราศจากการควบคุมจากรัฐอื่น? และ อำนาจอธิปไตยภายนอก ซึ่งหมายถึงการมีอิสระ มีเอกราช สามารถจะดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า เอกราชก็คืออำนาจอธิปไตยภายนอกนั่นเอง
องค์ประกอบของรัฐ 4 ประการนี้ มีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด และหากรัฐใดขาดองค์ประกอบในข้อใดข้อหนึ่งไป แม้เพียงองค์ประกอบเดียวก็ถือว่า ขาดคุณสมบัติแห่งความเป็นรัฐโดยสิ้นเชิง
เช่นเดียวกับ “ปริศนา” การหายตัวไปของน.ส.ยิ่งลักษณ์... “รัฐบาลและรสช.” เอง ก็ไม่รู้ระแคะระคายเลยสักนิดว่า อดีตนายกฯไปอยู่ที่ไหน? และออกนอกประเทศได้อย่างไร? นั่นก็ย่อมแสดงว่า รัฐบาลทหารไม่มีเสถียรภาพและไม่มีอำนาจอธิปไตยที่จะบริหารประเทศอีกต่อไป
เพราะ “อำนาจรัฐ” ที่เป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศก็ยัง ถูกท้าทายและหักหน้า...ถูกด่าขรมทั้งเมืองที่ปล่อยอดีตนายกฯ หนีออกนอกประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางหลบหนีที่อ้างว่า ข้ามชายแดนฝั่งตะวันออก พื้นที่อิทธิพลของพลพรรค “บูรพาพยัคฆ์” ที่ยึดครองกองทัพและบริหารประเทศในปัจจุบัน
ทั้งนี้ โดยไม่นับรวมฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลและคสช.ที่เคยเกาะติดการเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์แบบชนิดเข้าห้องสุขายังไม่ละสายตา แต่มาวันนี้ กลับปล่อยปละละเลยเช่นเดียวกับที่ไม่เคยสนใจเสียงทักท้วงต่างๆ ที่เรียกร้องให้นายกฯ เข้าไปตรวจสอบการดำเนินนโยบาย “จำนำข้าว” ภายหลังจากเกิดข่าวลือว่า มีการทุจริตกันอย่างกว้างขวาง
และล่าสุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ร้างราการแสดงความเห็นในโซเชียลมีเดียนานกว่า 2 ปี ก็หวนคืนเวทีทวิตเตอร์ด้วยการโพสต์ข้อความโจมตีรัฐบาลและคสช. ยกคำกล่าวของ “มองเกสกิเยอ” เกี่ยวกับการใช้อำนาจที่เลวร้ายของรัฐ ซึ่งกำลังเพลี่ยงพลํ้าจากปัญหารุมเร้าต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ
ก็ดูสิครับ... กว่า 2 ปีที่ “น้องสาว” ถูกลุกไล่จาก “ปม” ปัญหาทุจริตโครงการจำนำข้าว ทั้งคดีอาญาและจะถูกยึดทรัพย์เพื่อชดใช้ค่าเสียหายหลายแสนล้าน แต่ “เฮียแม้ว” ก็ไม่สนใจหรือออกโรงมาช่วยน้องสาว กระทั่งน.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีคดีออกนอกประเทศไทยเรียบร้อยแล้วนั่นแหละ จึงหวนกลับสังเวียนโซเชียลมีเดียอีกรอบ
มาถึงตรงนี้ จึงสรุปสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ยากแล้วล่ะครับ เพราะขนาด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกมา “ดักคอ” คาดโทษ “สีกากี” ในท่ามกลางกระแสการ “ปฏิรูปตำรวจ” ตรงๆ แต่สุดท้าย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็ยังลอยนวลหลบหนีคดีออกนอกประเทศจนได้...“บิ๊กทหาร vs ระบอบทักษิณ” ใคร?จะอยู่ใคร?จะไป อีกไม่นานเกินรอคงมีตำตอบ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,293 วันที่ 3 - 6 กันยายน พ.ศ. 2560






