thansettakij
thansettakij
ธุรกิจสปาในเวียดนาม กับโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้

ธุรกิจสปาในเวียดนาม กับโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้

04 ก.ย. 60 | 23:15 น.
TP10-3293-1C เวียดนามหนึ่งในประเทศภูมิภาคเอเชียที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง อัตราการขยายตัว 6-7% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใน กรุงฮานอย ดานัง และนครโฮจิมินห์ ข้อมูลจากกระทรวงวางแผนและการลงทุนของเวียดนามระบุว่าในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2560 มีมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศรวม 21,932.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นโครงการที่เข้ามาลงทุนใหม่จำนวน 1,408 โครงการ ประเทศที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด คือ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และจีน ตามลำดับ สาขาที่มีการลงทุนมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูป การทำเหมืองแร่ อสังหาริมทรัพย์ การค้าและการซ่อมบำรุงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นต้น

ภาวะเศรษฐกิจของเวียด นามที่เติบโต นำมาซึ่งการเพิ่มปริมาณกลุ่มชนชั้นกลาง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทย ระบุว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า เวียดนามจะมีประชากรระดับชนชั้นกลางถึงกว่า 30 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวกว่า 3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคน/ปี ซึ่งจะทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ภาคบริการมีแนวโน้มที่จะเติบโต ทั้งนี้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 ภาคบริการของเวียดนามเติบโตขึ้นถึง 6.85%

กลุ่มธุรกิจสปา สุขภาพและความงามเป็นธุรกิจบริการหนึ่งที่กำลังเติบโตขึ้น และได้รับความนิยมมากในเวียดนาม ด้วยกำลังซื้อของชาวเวียดนามที่มีรายได้และหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ปัจจุบันการทำธุรกิจสปาในเวียดนาม มี 2 รูปแบบ คือ 1. ธุรกิจสปาขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งอยู่ในโรงแรมและรีสอร์ต ระดับ 4-5 ดาว มีค่าใช้บริการสูง 100-500 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ครั้ง และ 2. ธุรกิจสปาสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางที่เปิดให้บริการอย่างแพร่หลาย ค่าใช้บริการ 10-50 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ครั้ง ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SMEs โดยบางแห่งจะมีบริการต่อยอดจากธุรกิจเสริมความงามโดยเพิ่มการนวดตัวและนวดฝ่าเท้า

TP10-3293-C ธุรกิจสปา สุขภาพและความงามในเวียดนามมีการแบ่งกลุ่มลูกค้าไว้อย่างชัดเจน เป็นกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมและกลุ่มลูกค้าระดับกลาง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าระดับกลางนั้นมีกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนทำงานที่มีอายุระหว่าง 25-40 ปี มีรายได้ปานกลาง เพราะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้ ทั้งนี้ประเภทของสปาที่ชาวเวียดนามกลุ่มนี้นิยม ได้แก่ การนวดผ่อนคลายตัว การขัดตัว และการดูแลผิวหน้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการบริการไม่สูง กลยุทธ์การแบ่งกลุ่มลูกค้าจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้ธุรกิจสปาในเวียดนามเป็นที่นิยมมากขึ้น

ปัจจุบันธุรกิจสปาของเวียดนามมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับจากการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการมีคุณภาพของการให้บริการดีขึ้น ผู้ประกอบการแต่ละรายมีลักษณะการดึงดูดลูกค้า มีบริการลักษณะเฉพาะมากยิ่งขึ้น เช่น การทำสปาในช่วงฤดูร้อน การทำสปาช่วงฤดูหนาว การรักษาผิวหน้า การนวดแผนโบราณแบบเวียดนาม เป็นต้น นอกจากการบริการแล้ว การคัดเลือกผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ ในการทำสปาเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง อาทิ (1) ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติ เช่น นํ้ามันรำข้าว นํ้ามันอโวคาโด (2) ผลิตภัณฑ์ ที่มีชื่อเสียงที่มีมาตรฐานสากล (3) ผลิตภัณฑ์โฮมเมด ที่ทำจากสมุนไพรเวียดนาม เช่น นํ้ามันที่สกัดจากบัวและข้าว และ (4) ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม และหายากในตลาด เน้นการรักษาริ้วรอย สิว ฝ้า เป็นต้น

ไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในบริการด้านสปา สุขภาพและความงาม โดยชาวเวียดนามก็ยอมรับผู้ประกอบการไทยเช่นกัน ผลิตภัณฑ์สปาที่ทำจากสมุนไพรไทยก็เป็นที่ชื่นชอบในตลาดเวียดนาม อาทิ สบู่สมุนไพร ลูกประคบสมุนไพร นํ้ามันนวด ไทยยังมีชื่อเสียงด้านการนวดแผนไทยและมีผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ธุรกิจสปาในเวียดนามของผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสสูง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ดานัง และญาจาง ปัจจุบันเวียดนามยังพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์สปา เป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์สปาของไทย ที่จะเข้าไปทำตลาดในแหล่งช็อปปิ้งของเวียดนามได้ รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวในเวียดนาม

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว จะเห็นว่าโอกาสของภาคธุรกิจบริการด้านสปา สุขภาพและความงามของผู้ประกอบการไทยซึ่งมีศักยภาพและความเชี่ยวชาญสามารถเข้าไปทำการค้าการลงทุนในเวียดนามที่ยังคงเปิดกว้าง ฉะนั้นผู้ประกอบการไทยที่สนใจต้องศึกษาตลาด ทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับตลาดเวียดนาม รวมถึงการศึกษากฎระเบียบต่างๆ เพื่อขยายตลาดและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น

พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,293 วันที่ 3 - 6 กันยายน พ.ศ. 2560