
ธุรกิจสปาในเวียดนาม กับโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้
ภาวะเศรษฐกิจของเวียด นามที่เติบโต นำมาซึ่งการเพิ่มปริมาณกลุ่มชนชั้นกลาง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทย ระบุว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า เวียดนามจะมีประชากรระดับชนชั้นกลางถึงกว่า 30 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวกว่า 3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคน/ปี ซึ่งจะทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ภาคบริการมีแนวโน้มที่จะเติบโต ทั้งนี้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 ภาคบริการของเวียดนามเติบโตขึ้นถึง 6.85%
กลุ่มธุรกิจสปา สุขภาพและความงามเป็นธุรกิจบริการหนึ่งที่กำลังเติบโตขึ้น และได้รับความนิยมมากในเวียดนาม ด้วยกำลังซื้อของชาวเวียดนามที่มีรายได้และหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ปัจจุบันการทำธุรกิจสปาในเวียดนาม มี 2 รูปแบบ คือ 1. ธุรกิจสปาขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งอยู่ในโรงแรมและรีสอร์ต ระดับ 4-5 ดาว มีค่าใช้บริการสูง 100-500 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ครั้ง และ 2. ธุรกิจสปาสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางที่เปิดให้บริการอย่างแพร่หลาย ค่าใช้บริการ 10-50 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ครั้ง ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SMEs โดยบางแห่งจะมีบริการต่อยอดจากธุรกิจเสริมความงามโดยเพิ่มการนวดตัวและนวดฝ่าเท้า
ปัจจุบันธุรกิจสปาของเวียดนามมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับจากการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการมีคุณภาพของการให้บริการดีขึ้น ผู้ประกอบการแต่ละรายมีลักษณะการดึงดูดลูกค้า มีบริการลักษณะเฉพาะมากยิ่งขึ้น เช่น การทำสปาในช่วงฤดูร้อน การทำสปาช่วงฤดูหนาว การรักษาผิวหน้า การนวดแผนโบราณแบบเวียดนาม เป็นต้น นอกจากการบริการแล้ว การคัดเลือกผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ ในการทำสปาเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง อาทิ (1) ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติ เช่น นํ้ามันรำข้าว นํ้ามันอโวคาโด (2) ผลิตภัณฑ์ ที่มีชื่อเสียงที่มีมาตรฐานสากล (3) ผลิตภัณฑ์โฮมเมด ที่ทำจากสมุนไพรเวียดนาม เช่น นํ้ามันที่สกัดจากบัวและข้าว และ (4) ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม และหายากในตลาด เน้นการรักษาริ้วรอย สิว ฝ้า เป็นต้น
ไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในบริการด้านสปา สุขภาพและความงาม โดยชาวเวียดนามก็ยอมรับผู้ประกอบการไทยเช่นกัน ผลิตภัณฑ์สปาที่ทำจากสมุนไพรไทยก็เป็นที่ชื่นชอบในตลาดเวียดนาม อาทิ สบู่สมุนไพร ลูกประคบสมุนไพร นํ้ามันนวด ไทยยังมีชื่อเสียงด้านการนวดแผนไทยและมีผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ธุรกิจสปาในเวียดนามของผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสสูง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ดานัง และญาจาง ปัจจุบันเวียดนามยังพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์สปา เป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์สปาของไทย ที่จะเข้าไปทำตลาดในแหล่งช็อปปิ้งของเวียดนามได้ รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวในเวียดนาม
พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,293 วันที่ 3 - 6 กันยายน พ.ศ. 2560






