
นายกสมาคมคนตาบอดฯ กับวิสัยทัศน์ที่มองไกล
ผมเคยไปบรรยายเรื่อง Business Trends ให้กับสมาคมครั้งหนึ่งในวาระการประชุมประจำปีของสมาคม เป็นการบรรยายที่ค่อนข้างแปลกเพราะขณะบรรยายทุกคนจะตั้งใจฟังผมมาก แต่ต้องใช้ลีลาด้านเสียงเป็นหลัก (หน้าตา และท่าทางของผมไม่ได้ช่วยเลย) ในวันนั้นผมบรรยายเรื่องธุรกิจในอนาคตเพื่อที่สมาคมจะได้นำไปปรับใช้ในการบริหารงาน และก็เป็นจริงเสียด้วย ตอนนี้สมาคมพัฒนาไปมากทีเดียว ผมชอบโครงการศิลปินไม้เท้าขาวที่ยกระดับการเล่นดนตรีของคนตาบอดมากๆ ลองอ่านดูว่าผมคุยอะไรกับนายกบ้าง ท่านอาจจะได้นำไปปรับใช้กับธุรกิจ Startup ของท่านก็ได้
คำถามแรกผมถามว่าคุณต่อพงศ์มองคนตาบอดอย่างไร ท่านถามกลับผมว่าแล้วอาจารย์มองอย่างไร คนส่วนมากจะมองคนตาบอดว่าเป็นคนพิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หลายคนมองว่าเป็นภาระเสียด้วยซ้ำ แต่คุณต่อพงศ์บอกคือ “ทำไมไม่มองว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่ยังไม่ถูกใช้งาน” คนตาบอดในประเทศไทยมีจำนวน 200,000 คน หากนับเป็นวัยทำงานก็มีสูงถึง 30,000 คน คนเหล่านี้ได้รับการฝึกอาชีพ ฝึกการใช้ชีวิตในสังคม สมาคมสอนถึงการใช้ Smartphone ให้เป็นประโยชน์ เชื่อไหมครับว่าคนเหล่านี้ใช้แอพพลิเคชันต่างๆ ได้ ใช้ Line ใช้ Facebook ได้ เนื่องจากโทรศัพท์สมัยนี้มีระบบสำหรับผู้พิการให้สามารถใช้งานได้ คุณต่อพงศ์บอกว่าภาคธุรกิจควรมองว่าจะนำทรัพยากรมนุษย์เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร เพราะทุกคนพร้อมที่จะทำงาน ผมเองเคยไปใช้บริการสปา 5 ดาวของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง พนักงานบอกผมว่า Therapist เต็มหมดเลยมี 1 ท่านแต่เป็นคนตาบอดผมโอเคไหม ผมตอบรับอย่างไม่ลังเล เพราะทราบมาว่าคนตาบอดมีเทคนิคการนวดที่ดีมาก ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และยิ่งอยู่ในสปาระดับนี้ต้องผ่านการเทรนมาอีกแน่นอน ซึ่งก็เป็นไปดังคาด พนักงานท่านนั้นนวดดีมาก มีความรู้จริง และนวดมาแล้วเป็นสิบปี นี่คือสิ่งที่คุณต่อพงศ์บอกถึงการมองทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า
สิ่งที่ได้รับจากการสนทนาบนเครื่องบินเพียง 50 นาที แต่เหมือนเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ประกอบการ เริ่มตั้งแต่การมองมุมบวก (Positive Thinking) ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หากแต่มองเป็นโอกาสที่สำคัญในการพัฒนา การมีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ (Entrepreneurship Spirit) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของคนทำธุรกิจ สมาคมต้องดูแลตัวเองได้ในระยะยาว การมีพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partner) เพราะโลกธุรกิจทุกวันนี้โตคนเดียวลำบาก และช้า ต้องหาคนที่จะช่วยให้เติบโตไปด้วยกัน และได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย และสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ Startup คือการมีวิสัยทัศน์ (Vision) ผมเคยอ่าน Forbes แนะนำการวางวิสัยทัศน์ที่ดีต้องมาจากสมาชิกในทีม มองจุดแข็งของทีม นำมากำหนดเป็นวิสัยทัศน์ อีกอย่างคืออำนาจของผู้กำหนดวิสัยทัศน์มาจากตัวอย่างของความสำเร็จ เชื่อว่าผู้ก่อตั้งและ ceo ทุกคนของ Startup มีตรงจุดนี้ ทำงานอย่างหนักเพื่อเป็นตัวอย่าง แล้วทีมของท่านจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เอาใจช่วยครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,292
วันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน พ.ศ. 2560






