thansettakij
thansettakij
รู้กฎก่อนรุก:ขั้นตอนก่อนส่งออก ผลิตภัณฑ์อาหารไทยไปอินเดีย (ตอนจบ)

รู้กฎก่อนรุก:ขั้นตอนก่อนส่งออก ผลิตภัณฑ์อาหารไทยไปอินเดีย (ตอนจบ)

27 ส.ค. 60 | 23:15 น.
tp12-3291-Ac ในตอนแรกเราได้รับทราบถึงขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาตและใบขอตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารหรือวัตถุดิบที่นำเข้าสู่ตลาดอินเดีย ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงาน Food Safety and Standards Authority of India หรือ FSSAI ในสังกัดกระทรวงสวัสดิการสุขภาพและครอบครัว (Ministry of Health & Family Welfare) ของอินเดียกันไปแล้ว ฉบับนี้จะเป็นขั้นตอนต่อไปที่มีความสำคัญ และผู้ประกอบการด้านอาหารของไทยที่สนใจจะเจาะตลาดอินเดีย ควรจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

3) การตรวจสอบและการสุ่มตัวอย่างของผลิตภัณฑ์อาหาร (Inspection and Sampling of the Consignment) เมื่อผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เจ้าของผลิตภัณฑ์จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามจำนวนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มตัวอย่าง โดยเจ้าหน้าที่จะกำหนดวันและเวลาสำหรับการตรวจสอบทางกายภาพของผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งได้แก่ การตรวจสอบทางกายภาพของผลิตภัณฑ์อาหาร และการตรวจสอบอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์อาหารที่เหลืออยู่ต้องมากกว่า 60% ตามอายุการเก็บรักษา ส่วน “การบรรจุภัณฑ์และฉลาก” ต้องระบุชื่อผลิตภัณฑ์หลังจากผ่านการตรวจสอบแล้ว รวมถึงชื่อและที่อยู่ของผู้นำเข้า โลโกของ FSSAI และหมายเลขใบอนุญาต ตลอดจนฉลากสัญลักษณ์เพื่อแยกประเภทมังสวิรัติหรือไม่มังสวิรัติ

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้าจะถูกส่งไปตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ FSSAI และห้องปฏิบัติการวิจัยจะวิเคราะห์ตามข้อกำหนดของ FSSAI โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5 วันทำการ ในกระบวนการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหาร แต่หากเป็นสินค้าประเภทผักหรือผลไม้ ที่มีอายุบนชั้นวางเฉลี่ยประมาณ 7-9 วัน ทางเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณ 3-5 วัน จากนั้นห้องปฏิบัติการวิจัยจะส่งผลการประเมินตรวจสอบผลิตภัณฑ์นั้นๆ

tp12-3291-3 4) การได้รับการอนุมัติของผลิตภัณฑ์อาหารเข้ามาในอินเดีย (Approval of Food Product into India)
เมื่อห้องปฏิบัติการออกใบสรุปรายงานว่าผลิตภัณฑ์อาหารสอดคล้องกับข้อกำหนดของ FSSAI แล้ว เจ้าหน้าที่จะออกใบรับรอง NOC และใบ NCC ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์อาหารผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จะได้รับอนุญาตให้นำผลิตภัณฑ์ทั้งหมดออกจากคลังสินค้าศุลกากรได้เพื่อนำไปจำหน่ายในลำดับต่อไป

อินเดียและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้ามายาวนาน ทั้งมีอัตราการขยายตัวด้านการนำเข้า-ส่งออกระหว่างกันสูงขึ้นในแต่ละปี ทำให้ผู้ประกอบการไทยยิ่งต้องให้ความสำคัญต่อการรักษาคุณภาพมาตรฐานของสินค้าทุกประเภทก่อนส่งออกมายังตลาดผู้บริโภค เพื่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าไทย นอกจากนี้ผู้ประกอบการและตัวแทนผู้นำเข้ายังจำเป็นต้องศึกษากฎระเบียบและข้อมูลภาษีบางประเภทตามข้อกำหนดของรัฐบาลอินเดียเพื่อสามารถดำเนินธุรกิจกิจการได้อย่างถูกต้องและมั่นคง

พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,291 วันที่ 27 - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560