
จัดพอร์ตเงินออม-ลงทุน นาทีทองซื้อ LTF-RMF
สำหรับใครที่จัดอยู่ในกลุ่มแรก มีเงินเก็บมาพอสมควร และรับความเสี่ยงได้ แนะนำให้ลงทุนในหุ้นโดยตรง แต่มุมมองที่เปลี่ยนไป คือ ในอดีตส่วนตัวเคยแนะนำให้ซื้อหุ้นในกลุ่มอุตสาห กรรมที่เราทำงานอยู่ จะได้มีข้อมูลมีความเข้าใจและทราบความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรมนั้นๆ
แต่มาวันนี้ที่เศรษฐกิจเผชิญความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ส่วนตัวจะแนะนำให้เลือกหุ้นรายตัว เลือกหุ้นที่อยู่คนละอุตสาหกรรมกับที่คุณทำงานอยู่ เพื่อกระจายความเสี่ยงกรณีมีเหตุปัจจัยภายนอกมากระทบ อาทิ ภัยพิบัติ ส่งผลกระทบกับที่ทำงานไปแล้ว จะได้ไม่ต้องกระทบกับหุ้นที่ถืออยู่ซํ้าเติมไปอีก เช่น ทำงานในอุตสาหกรรมพลังงาน ก็เลือกลงหุ้นในหมวดอสังหาริมทรัพย์ หากทำงานหมวดธนาคาร ก็เลือกลงหมวดพลังงาน
นอกจากนี้ ลองทบทวนพอร์ตดีๆว่ามี concentration risk คือถือหุ้นบริษัทใดในสัดส่วนที่สูงเกินไปหรือเปล่า แนะนำว่าไม่ควรถือหุ้นตัวใดตัวหนึ่งเกิน 20% ของพอร์ต ยกเว้นแต่ว่ามั่นใจจริงๆ
โดยภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังน่าลงทุน ถามตัวเองว่ารับความเสี่ยงได้ไหม ถ้ารับได้ มีเงินเก็บแนะนำลงหุ้นเลย 100% แต่ถ้าหวั่นไหวและตื่นตระหนกง่าย รอจังหวะเหมาะ แล้วแบ่งลงสัก 20-25% ก็ได้
อีกหนึ่งทางเลือก ที่น่าสนใจมาก คือ การลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อรับยีลด์เพิ่มขึ้น เพราะช่วงนี้ค่าเงินบาทแข็งมาก จากที่เคยอยู่ระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่ามาที่ราวๆ 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะลงทุนตรงโดยซื้ออัตราแลกเปลี่ยนมาถือไว้ก็ได้ หรือจะเปิดบัญชีเงินฝากต่างประเทศ (FCD) เพื่อได้รับดอกเบี้ยระหว่างถือครองเงินสกุลต่างประเทศก็ได้ แต่บัญชีประเภทนี้บางรายการอาจมีค่าธรรมเนียม หรืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่น่าสนใจคือ หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงอ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน หรือ DCI ซึ่งธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มีผลิตภัณฑ์นี้ไว้นำเสนอเป็นทางเลือก สำหรับใครที่มุมมองด้านค่าเงิน หากมองว่าเงินจะอ่อนค่าหรือแข็งค่าก็มาเลือกลงทุนได้ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากดอกเบี้ย หรือกรณีค่าเงินไม่ได้เคลื่อนไหวตามที่มองไว้ทำให้ไม่ได้รับดอกเบี้ย ก็ยังได้ถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
สำหรับใครที่อยู่ในหมวดเริ่มต้นออม และต้องทยอยออม แนะนำการออม 3 รูปแบบ ได้แก่ เงินออมปลอดภาษี คือการฝากเงินเท่าๆกันทุกเดือนต่อเนื่องกัน 24 เดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อรับผลตอบแทนเฉลี่ย 2-4%
แบบที่ 2 คือ การออมหุ้น หรือออมกองทุน แนะนำลงทุนอย่างน้อย 3 ปี หรือ 5 ปี ซึ่งผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่ที่ 12-15% ต่อปี
แบบสุดท้าย คือ การออมทอง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
สุดท้ายนี้อยากกระตุ้นคนทั่วไปที่ตั้งใจจะซื้อ LTF หรือ RMF เพื่อลดหย่อนภาษี ช่วงนี้เป็นโอกาสทอง หุ้นลงแล้ว เหมาะมากที่จะซื้อตอนนี้ อย่าไปรอซื้อช่วงธันวาคมเหมือนทุกปี เพราะเป็นช่วงที่ซื้อแพง ถ้าตั้งใจว่าปีนี้จะซื้อ LTF/RMF 5 หมื่นบาท ทยอยมาซื้อช่วงนี้ 20-25% ก่อนดีกว่าค่ะ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,287 วันที่ 13 -16 สิงหาคม พ.ศ. 2560






