thansettakij
thansettakij
บทพิสูจน์‘กฎหมู่กับกฎหมาย’ วันชี้ชะตา‘ยิ่งลักษณ์’

บทพิสูจน์‘กฎหมู่กับกฎหมาย’ วันชี้ชะตา‘ยิ่งลักษณ์’

14 ส.ค. 60 | 23:26 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ส.ค. 60 | 06:26 น.
TP14-3287-A ผ่านมาแล้วครึ่งทางของ “ปฏิทินร้อน” เดือนสิงหาคมอาถรรพ์ แม้จะไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น หากแต่วันที่ 25 สิงหาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะตัดสิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอดีตนายกฯ ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว...ก็ยังเป็นไฮไลต์ให้ถูกจับตามองอย่างสนใจอยู่ดี!!

ขณะที่คดี “ขายข้าว-จีทูจี” ซึ่งมี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ พร้อมพวกรวม 28 คนเป็นจำเลยที่จะถูกตัดสินในวันเดียวกัน คงเป็นแค่ “นํ้าจิ้ม” ไม่มีอะไร?น่าตื่นเต้น ยกเว้นแต่จะมีเหตุร้ายอะไร? แทรกซ้อนขึ้นมาเท่านั้น
ตรงข้ามกับคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่มีคนบางพวกบางกลุ่มพยายามสร้างให้เป็น “วาทกรรม” เพื่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากหมายแรกของปฏิทินร้อน “เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปแถลงปิดคดีด้วยวาจา ก็มีการปลุกระดมมวลชนจำนวนมากให้เดินทางไปให้กำลังใจที่ศาล

ทั้งที่แกนนำ “รัฐบาลและคสช.” หลายคนรวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ปรามๆ การเคลื่อนไหว ของมวลชนเหล่านี้เป็นระยะๆ และที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือคำถ้อยแถลงด้วยวาจาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่นอกจากจะใช้นํ้าเสียงสั่นเครือเพื่อเรียกร้องความสนใจแล้ว ยังพูดแขวะไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ด้วยว่า ชอบพูดชี้นำเกี่ยวกับคดีจำนำข้าวด้วย

แต่ที่สะดุดหูผู้คนมากที่สุด คือช่วงที่น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่านโยบายจำนำข้าวมุ่งช่วยเหลือชาวนาอย่างเป็นด้านหลัก ไม่ใช่ “พาณิชย์นโยบาย” ที่คิดเอากำไร-ขาดทุนกับชาวนาแต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน นั่นคือ วันที่ 1 สิงหาคมเป็นแค่ “นํ้าจิ้มและหยั่งเชิง” เท่านั้น

[caption id="attachment_193477" align="aligncenter" width="310"] ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร[/caption]

ก่อนที่จะมีการระดมพลครั้งใหญ่ วันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งนอกจากจะเป็นวันชี้ชะตาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว ยังเป็นวันที่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยจะถูก “บันทึก” ไว้ด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็น อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยที่ได้รับโทษและชดใช้ความผิดจากความเสียหาย หลังจาก “พี่ชาย” คือ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีชายคนแรกที่ถูกตัดสินในความผิดคดีทุจริต...แต่ชิงหนีออกนอกประเทศ ไปก่อนที่จะได้รับโทษ??!!

มาถึงวันนี้ แม้จะยังไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า จะมีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์มีจำนวนเท่าใด และจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่? แต่รัฐบาลก็มีการเตรียมความพร้อมต่างๆ เพื่อรับมือ “มือที่ 3” รวมทั้งเตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันสถานการณ์รุนแรงที่จะเกิดขึ้นไว้แล้ว

ว่ากันตามจริง โครงการรับจำนำข้าวถูกจับตาในเรื่องการทุจริตมาตั้งแต่แรกแล้ว รวมทั้งมีคำเตือนต่างๆ ถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์มาตลอดว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับโครงการรับจำนำข้าว แต่กลับไม่มีการทบทวนใดๆ จากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่นับรวมการเปิดโปงการทุจริตที่กำลังเกิดขึ้น แต่โครงการก็ยังดำเนินต่อไป จนสร้างความเสียหายจำนวนหลายแสนล้านบาทในเวลาต่อมา

ฉะนั้นไม่ว่าจะอ้างเหตุผลความจำเป็นว่าอย่างไร? น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ส่วนน.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องรับผิดชอบขนาดไหน?นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะเป็นผู้ชี้ขาดแต่เพียงผู้เดียว

ความพยายามใดๆ ตั้งแต่การปลุกระดมมวลชนให้ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุม จนกระทั่งการใช้กฎหมู่เพื่อกดดันศาลในการพิจารณาคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จึงไม่น่าจะมีผลใดๆ ต่อคำตัดสินของศาล เพราะศาลจะตัดสินตามพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีเท่านั้น

กล่าวโดยสรุปก็คือ ถ้าศาลตัดสินว่า “ไม่ผิด” น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะเป็นอิสระ แต่ถ้าศาลตัดสินว่า “ผิด” น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็จะต้อง รับโทษ รวมทั้งชดใช้เงินตามจำนวนความเสียหายจริงที่เกิดขึ้นจากความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด...ซึ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น?ได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,287 วันที่ 13 -16 สิงหาคม พ.ศ. 2560