thansettakij
thansettakij
ศาสตร์สร้าง‘ชาติ’

ศาสตร์สร้าง‘ชาติ’

11 ส.ค. 60 | 23:45 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ส.ค. 60 | 06:45 น.
M39-3286-2b ประเทศไทยยังคงงมอยู่กับ “การปฏิรูปการศึกษา” ท่ามกลางความงุนงงว่าเด็กไทยหายไปไหนหมด และห่วงว่าอนาคตอันใกล้ สถาบันเอกชนที่เปิดกันเกร่อ สถาบันของรัฐที่เพิ่มรอบเพิ่มหลัก สูตรทำมาหากินคงอยู่ไม่ได้

เงินกู้ยืมการศึกษาที่ได้มาง่ายๆ จาก “กยศ.” (และชักดาบภายหลัง) ไปอุดหนุนสถาบัน “จ่ายครบ จบแน่” คงถูไถกันได้ไม่นาน

ประเทศที่มีคุณภาพ มีวิสัยทัศน์ เขารู้ล่วงหน้าว่า “เด็กจะน้อย” ไม่ได้เป็น BABY BOOM เหมือน GENERATION หลังสงครามโลก เพื่อให้มหาวิทยาลัยเขาอยู่ได้ เขาเริ่ม RECRUIT นักศึกษาต่างชาติมาหลายสิบปีแล้ว เขาพัฒนาคุณภาพ มหา วิทยาลัย (ของรัฐ) ให้มีความเป็นสากล และถือเอา “การศึกษา” เป็น “สินค้าส่งออก” (EXPORTS) ชนิดหนึ่งเพียงแต่ผู้บริโภคจะต้องเดินทางไปรับบริการถึงที่

รัฐบาล AUSTRALIA เพิ่งมาให้ความสนใจเมื่อ 30 ปีที่แล้วที่จะเจาะตลาดประเทศไทยและเอเชีย (หลังอังกฤษและสหรัฐ อเมริกาฝังรากลึกความนิยมในไทยมาช้านาน)

NEW ZEALAND CANADA เอาอย่างเมื่อเห็นความสำเร็จของการขายบริการการศึกษาของประเทศออสซี่

ในโลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยน แปลงเร็ว และหนักด้วย “เทคโน โลยี” ถ้า “อาจารย์” ตามไม่ทัน แถมหลับหูหลับตาไม่ศึกษาโลกอนาคต “ความรู้” ที่อาจารย์ให้ อาจล้าสมัยในพริบตา

เด็กไทยเรียนหนักมากครับ ตั้งแต่เด็กอนุบาลจนถึงมัธยม ปลาย แต่พอได้เข้ามหาวิทยาลัย กลับไม่เรียน ผิดกับเด็กฝรั่งที่เวลาเรียนวัยเด็กไม่เน้นวิชาการ เล่นกีฬา ดนตรี เที่ยว ดูโลกพักผ่อนพอ เข้ามหาวิทยาลัยถึงเอาจริงเอาจัง

เอาจริง เอาจังขนาด ถ้าเห็นว่าโอกาสชีวิตดีกว่ามานั่งเรียนในห้องน่าเบื่อ จะ DROP OUT ไปค้นคว้าทดลองเอง
มิได้อาศัย ชื่อและสถานที่ มหาวิทยาลัยอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแต่งเครื่องแบบโก้ๆ เดินโชว์ตัวในศูนย์ การค้าใกล้มหาวิทยาลัยไปวันๆ

M39-3286-1b วันนี้ได้ข้อมูลน่าสนใจของการรับเด็กนักศึกษาเข้ามหา วิทยาลัย TOP TEN ของสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัย IVY LEAGUE (เก่าแก่ 200-300 ปี จนเถาวัลย์เกาะเต็มแทบจะเลื้อยปิดหน้าต่างแห่งหนึ่ง)

BROWN UNIVERSITY ในเมือง PROVIDENCE รัฐ RHODE ISLAND อยู่ใน TOP 8 ของ U.S.A. และประมาณอันดับ 49 ของโลก

ปีนี้มีเด็กสมัคร 32,724 คน (CLASS OF 2021) มหาวิทยาลัยในอเมริกาจะนับรุ่นด้วยปีจบการศึกษา) แต่รับแค่ 2,722 คน (8.3% ADMISSION RATE)

มหาวิทยาลัยดังๆ ของอเมริกาไม่ต้องสอบเข้านะครับ แค่ส่งใบสมัคร ประวัติและเรียงความ (ให้ผู้รับประทับใจ) อ้อคะแนน SAT ด้วยที่เป็นข้อสอบสากล ที่เด็กนักเรียนมัธยมปลายสมัครสอบ

ในอเมริกามีโรงเรียนเตรียม (PREP SCHOOL) เริ่มตั้งแต่ YEAR 9-12 เพื่อเตรียมเด็กเก่งให้เข้ามหาวิทยาลัยดัง (ที่มีการแข่งขันสูง)

อย่างเด็กเก่งจากประเทศไทย บอกจบสวนกุหลาบ เตรียมอุดม ฯลฯ ฝรั่งบอกไม่รู้จัก นักเรียนทุนรัฐบาลของเราที่อยากได้มหาวิทยาลัยชั้นยอดของโลกของ HARVARD STANFORD YALE BROWN (ETC : TOP TEN) จึงจำเป็นต้องไปเรียนซํ้า 1 ปีใน PREP SCHOOL ดังๆของ U.S.A.

ที่ต้องไม่ลืมอีกอย่างคือ มหาวิทยาลัยสุดยอดแห่งนี้ เขาไม่ได้สอน “เด็กธรรมดา” เขาสอน เด็กระดับ “ผู้นำ” เพราะฉะนั้น ถ้าคุณสมบัติ “เด็ก” ที่สมัครไม่ได้เป็นประธานโรงเรียน ไม่ได้เป็น นักกีฬาเก่ง ไม่ได้เล่นดนตรีเป็น อย่าได้เสียเวลาไปสมัคร และข้อที่อย่าลืมคือ คุณต้องสมัครแข่งกับ “เด็กเก่ง” จากทั่วโลก

สถิติการรับเด็กเข้า CLASS 2021 ของ BROWN ปีนี้จากผู้สมัคร 32,724 คน

97% เป็นเด็กที่มีผลการเรียนอยู่ใน TOP 10 แรกของชั้น

62% มาจากโรงเรียนมัธยมของรัฐบาล (ข้อนี้ต้องชมว่าทางอเมริกาเขาเอาใจใส่ PUBLIC SCHOOL ด้วย ซึ่งปกติผู้ปกครองที่มีฐานะไม่กล้าส่งบุตรหลานเข้าเรียน ด้วยกลัวการสมาคมกับเด็กจนๆ จะนำไป สู่ยาเสพติด การคบเพื่อนไม่ดี ฯลฯ)

ที่น่าสนใจคือ ประเทศ (นอกสหรัฐฯ) 5 อันดับแรกที่เด็กเรียนอยู่และต้องการมาศึกษาต่อที่ BROWN ได้แก่ INDIA CHINA THE UK. CANADA และ SINGAPORE (เห็นการสร้างเยาวชนสมองของชาติของเพื่อนบ้านเราไหมครับ)

สถิติสุดท้ายที่น่าสนใจมากๆ คือ เด็กรุ่นใหม่ เขาอยากเรียนอะไรกัน เขายังเชื่อว่า วิชาอะไรที่ยังหากินได้ในอนาคต วิชาที่อยู่ในยอดนิยม 10 อันดับแรกคือ ENGINEERING BIOLOGY BIOCHEMISTRY COMPUTER SCIENCE ECONOMICS POLITICAL SCIENCE BUSINESS ENGLISH MATH และ NEUROSCIENCE
ถ้าอยู่เมืองไทย คงเลือก “ศาสตร์นายร้อยจปร.” ไม่ก็ ENTERTAINMENT SCIENCE WITH WORKPOINT (ฮา)

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,286 วันที่ 10 -12 สิงหาคม พ.ศ. 2560