
ฝันที่วางไว้ ไม่ไกลหากเริ่มทำ
ความฝันของหนุ่มสาวที่รักและวางเดิมพันอนาคตไว้กับกาแฟของบ้านเกิดไม่ได้เป็นเพียงแค่ฝัน แต่พวกเขาลงมือทำโดยร่วมมือร่วมใจและวางฝันไว้ร่วมกันโดยไม่รอความช่วยเหลืออะไรจากรัฐทั้งสิ้น พวกเขารวมตัวเป็นกลุ่มประมาณกว่า 40 คน และแต่ละคนต่างก็มีเครือข่ายในหมู่บ้านของตนเองอีกด้วย พวกเขาช่วยกันคนละไม้คนละมือและเดินไปข้างหน้าด้วยกัน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเชิญผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาให้ความรู้ตั้งแต่การปลูก การคัดเมล็ดกาแฟ และสร้างความพิเศษเฉพาะพื้นที่หรือหมู่บ้านของตนเอง และเมื่อผมถามว่าอะไรคืออัตลักษณ์ร่วมกันของกาแฟ
แม่ฮ่องสอน ที่แตกต่างจากเชียงราย เชียงใหม่ น่าน และที่อื่นๆ ในภาคเหนือที่กาแฟส่วนมากก็ปลูกบนดอยต่าง ๆ แดงตอบผมโดยไม่เสียเวลาคิดแม้เสี้ยววินาทีพร้อมชี้ไปที่ป้ายที่เขียนคำว่า “กาแฟดี ที่ป่าของพ่อ” เขายํ้ากับผมว่ากาแฟที่อื่น ๆ อาจมีบ้างที่ปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่า แต่สำหรับแม่ฮ่องสอน กาแฟทุกต้นทุกเมล็ดมาจากต้นกาแฟที่ปลูกใต้ต้นไม้ในป่าของ “พ่อ” ที่พวกเขาช่วยกันรักษาและหวงแหน เพราะเชื่อว่าการหลบแดดของต้นกาแฟโดยไม้ใหญ่จะดีกว่าหลายแห่งในภาคเหนือที่ใช้เหลี่ยมดอยหลบแสงอาทิตย์ และที่สำคัญพืชป่า หรือสมุนไพรธรรมชาติในป่าจะสร้างความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกาแฟให้แต่ละสวนแต่ละแปลงแตกต่างกันออกไป เช่น กาแฟแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียงจะมีกลิ่นตะไคร้ภูเขา หรือกาแฟที่ปลูกที่อำเภอปางมะผ้าจะมีกลิ่นของผลไม้ แตกต่างกันออกไป เพราะกาแฟจะดูดซับเอกลักษณ์เฉพาะของสภาพแวดล้อมในถิ่นที่ปลูก ซึ่งพวกเขาก็มาช่วยกันบอกเล่าเรื่องราวความแตกต่างเหล่านั้น ให้ผู้บริโภคได้ดื่มด่ำผ่านรสชาติกาแฟที่เป็นอัตลักษณ์ ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้
เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ของความฝันในการเป็นแหล่งผลิตกาแฟชั้นนำของตลาด กลุ่มนี้ได้มีการเชิญ Q-Grader ระดับโลกมารับรองและให้คะแนนกาแฟพวกเขาอย่างต่อเนื่อง การทดสอบเป็นแบบ Blind test เหมือนทดสอบไวน์ คือไม่มีการบอกที่มาที่ไปของเมล็ดกาแฟ สถาบันที่ตรวจสอบจะรู้เฉพาะเลขโค้ดเท่านั้น และจะส่งใบรับรองคะแนนและข้อคิดเห็นต่าง ๆ มาให้เพื่อปรับปรุงคุณภาพและอื่น ๆ นอกจากนี้ คะแนนเหล่านี้จะถูกนำขึ้น website ของสถาบันและสมาคมการค้ากาแฟที่ผู้ค้ากาแฟและบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกใช้เป็นข้อมูลในการหาวัตถุดิบ จึงไม่แปลกใจที่กาแฟของที่นี่ได้รับการตอบรับจากผู้ค้าระดับโลกในระดับหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกาแฟที่ห้วยห้อมที่สตาร์บัคส์เคยใช้เป็นวัตถุดิบมาแล้ว หรือที่หมู่บ้านโคฮากิ (Khohaki) รวมทั้งหมู่บ้านดูลาเปอ ของกิจชญานันท์เองที่ใช้กาแฟในหมู่บ้านผ่านกระบวนการผลิตที่พิเศษจน Dulapur White Honey จากหมู่บ้านนี้ถูกจองหมดข้ามปีจากผู้ค้าในญี่ปุ่น หากจะหาทานคงต้องไปทานที่ญี่ปุ่นละครับ
พวกเขาพยายามที่จะสร้างความสำนึกรักท้องถิ่นผ่านความรักที่มีต่อกาแฟ แดงกับเพื่อนๆ พยายามดึงคนหนุ่มสาวกลับบ้าน ภาพของหมู่บ้านของเขาที่มีแต่ผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน หมู่บ้านที่ขาดเสียงหัวเราะของเด็ก เสียงหยอกล้อของหนุ่มสาวในงานประเพณีและในวิถีชีวิตหายไป จำนวนคนลดลง และโรงเรียนหลายแห่งเริ่มปิดตัวลงเพราะไม่มีนักเรียน ทำให้พวกเขาลงมือทำกาแฟอย่างจริงจัง เพื่อเป็นตัวอย่างให้หนุ่มสาวที่จากบ้านไปได้เห็นว่าแม่ฮ่องสอนยังเป็นถิ่นเกิดที่มีโอกาสสำหรับชีวิตที่ดีและเพียงพอตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อ แดงและเพื่อน พร้อมกัลยาณมิตรจากต่างถิ่นเริ่มสร้างการรับรู้ของโอกาสจากกาแฟ และที่เขาอยากเห็น (ซึ่งผมก็อยากเห็น) คือร้านกาแฟทุกร้านในแม่ฮ่องสอนใช้กาแฟที่ปลูกในแม่ฮ่องสอน ซึ่งวันนี้ ยังมีหนทางอีกไกลพอสมควรที่เด็กหนุ่มสาวกลุ่มนี้จะทำให้แม่ฮ่องสอนได้รับการยอมรับจากผู้คนในวงการว่าเป็นแหล่งการผลิตกาแฟชั้นดีของโลก แต่จากสายตาที่มุ่งมั่นและคำพูดที่จริงจัง จากน้อง ๆ ที่มาในงาน Thailand Industry Expo 2017 วันนั้น ผมเชื่อว่าฝันที่พวกเขาอยากเห็นไม่ไกลเกินเอื้อม
….พวกเขาไม่ได้แค่ฝัน แต่ลงมือทำโดยไม่ต้องรอให้ใครมาช่วย เพราะนี้คือ ฝันของพวกเขา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,285 วันที่ 6 -9 สิงหาคม พ.ศ. 2560






