thansettakij
thansettakij
เวลา‘เปลี่ยน’นโยบายการเงิน ‘เปลี่ยน’

เวลา‘เปลี่ยน’นโยบายการเงิน ‘เปลี่ยน’

20 ก.ค. 60 | 23:10 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 60 | 06:50 น.
เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายโดยมุ่งหวังที่จะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับตํ่าถึงติดลบ รวมถึงการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบหรือที่เราคุ้นชินกับคำว่า QE ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง และเม็ดเงินเหล่านั้นมีการไหลเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์รวมถึงทองคำเช่นกัน

ขณะที่ในปัจจุบันเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวกลับสู่การขยายตัวที่เป็นปกติ ตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐฯ ยุโรปและเอเชียล้วนแต่ดูเข้มแข็งขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อเวลา “เปลี่ยน” เศรษฐกิจโลก “เปลี่ยน” ไปในทิศทา MP18-3280-B งที่ดีขึ้น ก็ส่งผลให้ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มส่งสัญญาณ “เปลี่ยน” การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกลับสู่ภาวะปกติ (Monetary Policy Normalization) เช่นกัน

โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เริ่มต้นกระบวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงประกาศจะเริ่มต้นปรับลดขนาดงบดุลเฟดในปีนี้ด้วย ล่าสุดธนาคารกลางชั้นนำหลายแห่ง ส่งสัญญาณจะมีการปรับลดมาตรการ QE และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยนายมาริโอ ดรากี ประธานธนา คารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ส่งสัญญาณแบบสายเหยี่ยว ลดมาตรการกระตุ้น ส่วนนายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ก็กล่าวเช่นกันว่า จำเป็นต้องหารือเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ ในส่วนธนาคารกลางแคนาดาส่งสัญญาณว่า อาจจะคุมเข้มนโยบายการเงินในเดือนกรกฎาคม

แน่นอนว่าสัญญาณแบบสายเหยี่ยวจากธนาคารกลางทั้ง 3 แห่ง ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกและมีผลมากกว่าผลการประชุมของเฟดซะด้วยซํ้า ซึ่งในระยะสั้น ส่งผลให้เงินยูโร ดอลลาร์แคนาดาและปอนด์แข็งค่า กดดันดอลลาร์สหรัฐฯ ให้อ่อนค่าและส่งผลในเชิงบวกต่อราคาทองคำ แต่ปัจจัยดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยใหม่ที่อาจกดดันทองคำในอนาคตเนื่องจากดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทั่วโลก เกิดแรงเทขายพันธบัตรระยะยาว เป็นผลให้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้นทุนในการถือครองทองคำก็สูงขึ้น

จุดสิ้นสุดของนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายที่ใกล้เข้ามา ถือเป็นปัจจัยใหม่ที่นักลงทุนทองคำจะต้องเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือเพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสม ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนติดตามความชัดเจนของการดำเนินนโยบาย ซึ่งการประชุมประจำเดือนกรกฎาคมนี้ อาทิ อีซีบี และธนาคารกลางญี่ปุ่น ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ขณะที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปในวันที่ 25-26 กรกฎาคมนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,280 วันที่ 20 - 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560