
การขนส่งสินค้า
ปัจจุบันสัดส่วนในประเทศไทยมีการขนส่งทางถนนเป็นหลักโดยมีสัดส่วนสูงถึง81%มีการขนส่งทางรถไฟเพียง2%เท่านั้นส่งผลต่อปริมาณการจราจรบนท้องถนนทำให้การขนส่งสินค้าในประเทศมีต้นทุนสูง โดยอยู่ในระดับประมาณ 14%ของGDP(เป้าหมายของประเทศตั้งไว้ที่ 12%)สภาพการจราจรบนถนนสายหลักโดยเฉพาะในพื้นที่EECมีความหนาแน่นมากและมีปัญหาการจราจรติดขัดในบางช่วงรวมถึงมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หากมีการขยายตัวของอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นการขนส่งทางถนนคงไม่สามารถรองรับได้และปัญหาจะยิ่งสะสมมากขึ้น
ดังนั้นเพื่อป้องกันและลดปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบการขนส่งสินค้าโดยเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรถไฟในพื้นที่ EECให้เพิ่มขึ้น จากเดิม 10% ให้เป็น 30%เพื่อตอบโจทย์ของปัญหาข้างต้น จึงมีแผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟสำหรับการขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพ โดยการปรับปรุงศักยภาพของรถไฟขนส่งที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ให้สามารถเชื่อม3 ท่าเรือ ก่อสร้างทางรถไฟเพิ่มให้เป็นระบบทางคู่ และออกแบบเส้นทางไร้รอยต่อ ซึ่งจะทำให้สามารถลดปัญหาการจราจรอุบัติเหตุรองรับปริมาณการขนส่งที่มากขึ้นในอนาคตลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และระยะเวลาการขนส่งลงมากกว่าครึ่ง
ลองคิดเล่นๆว่าหากระบบการขนส่งสินค้าโดยรถไฟสามารถใช้ได้ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และตัวเลขเพิ่มจาก 2% เป็น 40% คุณภาพชีวิตการเดินด้วยถนนของเราจะเปลี่ยนไปยังไง นอกจากจะช่วยลดปัญหาบนท้องถนนแล้ว ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งได้อีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,280 วันที่ 20 - 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






