
ปฏิรูปตำรวจ ไม่ง่ายอย่างที่คิด!?
และเหตุผลปฏิเสธที่ทุกคนนำมาอ้างก็คล้ายๆ กัน นั่นคือ งานสังคายนา “กรมปทุมวัน” นอกจากจะเป็นโจทย์ที่ยากแล้ว คนที่เข้ามารับหน้าเสื่อเป็นประธาน ก็คงทำอะไร?ได้ไม่มากนัก และสุดท้ายก็คงจะมีแต่ “เจ๊ากับเจ๊ง” สถานเดียว ซึ่งถ้านำไปประสานกับรายงานข่าวที่ว่า “นายกฯบิ๊กตู่” ได้มอบนโยบายที่เขียนด้วยลายมือมากกว่า 10 หน้ากระดาษ ยื่นให้ประธานคณะกรรมการฯ เพื่อเป็น “ธง-และกรอบปฏิบัติ” แบบละเอียดยิบ รวมทั้งยังกำหนดระยะเวลาให้แล้วเสร็จอย่างชัดเจน
โดยวิธีการทำงานให้ใช้สูตร 2-3-4 กล่าวคือ 2 เดือนแรกให้กรรมการ พูดคุยปัญหาต่างๆ ของสตช. ให้จบ ส่วนอีก 3 เดือนถัดไปก็ให้ทุกคนอ่านงานวิจัยให้ได้ทั้งหมด และเมื่อไปถึง 4 เดือนสุดท้ายกรรมการ ก็ต้องยกร่างกฎหมาย โดยกำหนด กติกา รวมทั้งรับฟังความเห็น และแต่งเติมส่วนที่บกพร่องให้แล้วเสร็จทั้งหมด...รวมระยะเวลาในการดำเนินการต่างๆ ก็ 9 เดือนพอดีกับอายุกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ)
สำหรับคนที่สนใจติดตามข่าวเกี่ยวกับการ “ปฏิรูปตำรวจ” มาตั้งแต่ต้น ก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่า การเคลื่อนไหวและข้อเสนอต่างๆ มีการทำเป็น กระบวนการ “วนลูป” และไม่ได้มีอะไร?ใหม่ เนื่องจากปัญหาทั้งหลายในวงการสีกากีได้ทำ “สำเร็จรูป” ไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรรมการ ชุด พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร, ชุดของ อ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ หรือกระทั่งรายงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จนมาถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ก็มี “ข้อมูล” รายละเอียดต่างๆ พร้อมสรรพ!!!!
อย่างไม่กี่เดือนก่อน ก็มีข้อสรุปของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่าง สนช.และสปท. ประธานอนุกรรมการฯ ชุดที่ว่านี้ คือ พล.ต.ท.บุญเรืองผลพานิช นายตำรวจที่มีความใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่ “จุดพลุ” เสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปสังกัด กระทรวงยุติธรรม พร้อมกับเสนอให้ปรับขึ้นเงินเดือนตำรวจทั่วประเทศ เป็น 2 เท่าของที่เคยรับอยู่เดิม เพื่อปิดวงจรการรีดไถและเรียกรับผลประโยชน์ต่างๆ
ซึ่งในช่วงนั้น ก็เคยถูก “สื่อ” บางสำนัก หยิบขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์แต่ก็เป็นประเด็นอยู่แค่ช่วงสั้นๆ และในที่สุดก็ค่อยๆ หายไปจากความสนใจของสังคม ดูตัวอย่างคณะกรรมการ ที่ชื่อยาวๆ ว่า คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง หรือ “ป.ย.ป.” ที่ตอนแรกๆ “โหมโรง” กันใหญ่โต เพราะมีชื่อคนดังสาขาต่างๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการฯ มากหน้าหลายตา แต่ผ่านไป 3 -4 เดือนก็เงียบกริบ และไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมใดๆ ออกมา
และคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวที่ว่านี้ก็ยังมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็เลยทำให้คาดการณ์ได้ไม่ยากว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ที่ตั้งขึ้นใหม่ล่าสุด โดยมีพล.อ.บุญสร้าง รับหน้า “เสื่อ” เป็นประธาน เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ก็คงจะค่อยๆ เงียบหายไปเหมือนคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่เคยตั้งมาก่อนหน้านี้...และความพยายามที่จะปฏิรูปตำรวจก็คงจะเหลวเป๋วเหมือนในห้วงอดีตที่ผ่านมา!!!!
ไม่ใช่ ว่าผมจะมองโลกในแง่ร้ายหรอกนะครับ แต่จากการติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ โดยไม่นับรวมความพยายามของ “รัฐบาล-คสช.” ที่จะปฏิรูปตำรวจให้ได้นั้น ขนาดมีการ “ลับ-ลวง-พราง” ตั้งคณะกรรมการฯ ชุดต่างๆ ขึ้นมาศึกษาโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช.ชุดแล้ว-ชุดเล่า สุดท้ายก็ยัง “แป้ก” ไม่มีอะไร?คืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และซํ้าร้ายไปกว่านั้น ก็คือ คณะกรรมการฯ ชุดที่ตั้งขึ้นล่าสุดยังเหมือนกับตั้ง “คน” ไม่ถูกกับงาน
สรุปสั้นๆ ได้ว่า เกาไม่ถูกที่คัน หรือผิดฝา-ผิดตัว หรือกระทั่งมีเสียงตำหนิ-ติติงด้วยว่า ตั้งทหารมาปฏิรูปตำรวจและยังทอดเวลาดำเนินการ “ปฏิรูปตำรวจ” ให้แล้วเสร็จนานไปกว่า 9 เดือน นี่!! ขนาดตำรวจยังไม่ขยับตัวนะครับ และตั้งกรรมการมาตั้งหลายชุด สุดท้ายก็ยํ่าอยู่กับที่เหมือนเดิม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,279 วันที่ 16 - 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






