
ก้าวแรก‘แนวคิดการธนาคารยั่งยืน’
“การธนาคารที่ยั่งยืน” อาจเป็นคำที่ยังไม่ค่อยคุ้นหูในประเทศไทยมากนัก แต่ในต่างประเทศจัดได้ว่าเป็นคำที่คุ้นเคยและถูกกล่าวถึงมานานพอสมควร ทั้งนี้ ผู้อ่านอาจมีคำถามว่าการธนาคารที่ยั่งยืนมีการดำเนินการอย่างไรและมีประโยชน์เช่นไร ผู้เขียนขอแชร์ประสบการณ์จากการศึกษาแนวทางของสากลโดยขอสรุปเป็นกรอบแนวคิดเกี่ยวกับการธนาคารที่ยั่งยืน คือการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้ามาผนวกในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ทั้งในลักษณะการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมผ่านการดำเนินงานภายในของสถาบันการเงินเอง เช่น การบริหารจัดการภายในองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลพนักงาน นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังสามารถทำหน้าที่ในการส่งผ่านการพัฒนาที่ยั่งยืนไปยังภาคธุรกิจ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่สถาบันการเงินจะมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ เช่น การที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจอย่างรับผิดชอบโดยมีกระบวนการพิจารณาสินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และมีธรรมาภิบาลที่ดีในการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ
ในส่วนประโยชน์ของการธนาคารที่ยั่งยืนนั้น ผู้เขียนเห็นว่า นอกเหนือจากที่สถาบันการเงินจะเป็นผู้ที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว การดำเนินนโยบายดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านต่าง ๆ ให้แก่สถาบันการเงินได้ เช่น การลดความเสี่ยงจากความเสียหายของการปล่อยสินเชื่อให้แก่โครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม กรณีที่โครงการดังกล่าวถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจากผู้ได้รับผลกระทบจนทำให้โครงการดังกล่าวหยุดชะงักหรือถูกยกเลิก ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ (การให้สินเชื่อ) ของสถาบันการเงินด้วย หรือแม้กระทั่งมีประโยชน์ต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อความสนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศที่กำลังสนใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย
เมื่อมองกลับมายังภาคการธนาคารของไทยในการดำเนินการเรื่องการธนาคารที่ยั่งยืนนั้น จะเห็นว่า สถาบันการเงินของไทยได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้กันบ้างแล้ว ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีแนวทางในการดำเนินการในเรื่องนี้ที่แตกต่างกัน เช่น สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะมีการดำเนินการในมุมของการดำเนินงานภายในองค์กรเอง อาทิ การลดการใช้พลังงานการลดการใช้กระดาษ การดูแลพนักงาน อีกทั้งมีการส่งผ่านการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “CSR” เช่น การให้ความรู้ทางการเงิน ขณะที่สถาบันการเงินบางแห่งได้มีการปล่อยสินเชื่อสีเขียว (green lending) แก่ภาคธุรกิจที่มีนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น สินเชื่อพลังงานสะอาด ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ถือเป็นการริเริ่มที่ดีที่จะสามารถพัฒนาในก้าวต่อๆ ไปในเรื่องนี้
ท้ายนี้ ผู้เขียนเชื่อว่า การธนาคารที่ยั่งยืนจะเป็นฟันเฟืองสำคัญตัวหนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยสามารถมีการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ และที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ความตระหนักถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันบนถนนแห่งความยั่งยืนสายนี้ …
โปรดติดตามเรื่องราวของการธนาคารที่ยั่งยืน ซึ่งผู้เขียนจะรวบรวมแนวคิดหรือแนวทางในการดำเนินการที่จะก้าวไปข้างหน้าในฉบับต่อ ๆ ไปครับ
บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,278 วันที่ 13 - 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560






