thansettakij
thansettakij
ก้าวแรก‘แนวคิดการธนาคารยั่งยืน’

ก้าวแรก‘แนวคิดการธนาคารยั่งยืน’

13 ก.ค. 60 | 23:30 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ค. 60 | 06:50 น.
MP27-3278-AA ในมุมของผู้เขียนมองว่า การดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมถือเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ควรตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประเทศก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบการบางแห่งมีการดำเนินการโดยมีเป้าหมายในการจัดการขยะให้เป็นศูนย์ (zero waste) รวมทั้งมีการส่งเสริมให้ supply chain มีการดำเนินการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่สามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและผลักดันเรื่องดังกล่าว คือ “สถาบันการเงิน” เนื่องจากสถาบันการเงินมีฐานะเป็นตัวกลางทางการเงินที่เป็นกลไกสำคัญของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดการเติบโต ดังนั้นการนำหลักการเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนมาผนวกกับการธนาคาร จึงได้กรอบสมการที่น่าสนใจ คือ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” + “การธนาคาร” = “การธนาคารที่ยั่งยืน” หรือ “Sustainable Banking” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสถาบันการเงินในการดำเนินธุรกิจที่จะมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมให้ดีขึ้นได้ รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่สถาบันการเงินจะสามารถส่งผ่านการพัฒนาที่ยั่งยืนไปยังภาคธุรกิจอีกด้วย

“การธนาคารที่ยั่งยืน” อาจเป็นคำที่ยังไม่ค่อยคุ้นหูในประเทศไทยมากนัก แต่ในต่างประเทศจัดได้ว่าเป็นคำที่คุ้นเคยและถูกกล่าวถึงมานานพอสมควร ทั้งนี้ ผู้อ่านอาจมีคำถามว่าการธนาคารที่ยั่งยืนมีการดำเนินการอย่างไรและมีประโยชน์เช่นไร ผู้เขียนขอแชร์ประสบการณ์จากการศึกษาแนวทางของสากลโดยขอสรุปเป็นกรอบแนวคิดเกี่ยวกับการธนาคารที่ยั่งยืน คือการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้ามาผนวกในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ทั้งในลักษณะการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมผ่านการดำเนินงานภายในของสถาบันการเงินเอง เช่น การบริหารจัดการภายในองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลพนักงาน นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังสามารถทำหน้าที่ในการส่งผ่านการพัฒนาที่ยั่งยืนไปยังภาคธุรกิจ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่สถาบันการเงินจะมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ เช่น การที่สถาบันการเงินให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจอย่างรับผิดชอบโดยมีกระบวนการพิจารณาสินเชื่อที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และมีธรรมาภิบาลที่ดีในการจัดการกับปัญหาต่าง ๆ

ในส่วนประโยชน์ของการธนาคารที่ยั่งยืนนั้น ผู้เขียนเห็นว่า นอกเหนือจากที่สถาบันการเงินจะเป็นผู้ที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว การดำเนินนโยบายดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านต่าง ๆ ให้แก่สถาบันการเงินได้ เช่น การลดความเสี่ยงจากความเสียหายของการปล่อยสินเชื่อให้แก่โครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม กรณีที่โครงการดังกล่าวถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจากผู้ได้รับผลกระทบจนทำให้โครงการดังกล่าวหยุดชะงักหรือถูกยกเลิก ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ (การให้สินเชื่อ) ของสถาบันการเงินด้วย หรือแม้กระทั่งมีประโยชน์ต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อความสนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศที่กำลังสนใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย

เมื่อมองกลับมายังภาคการธนาคารของไทยในการดำเนินการเรื่องการธนาคารที่ยั่งยืนนั้น จะเห็นว่า สถาบันการเงินของไทยได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้กันบ้างแล้ว ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีแนวทางในการดำเนินการในเรื่องนี้ที่แตกต่างกัน เช่น สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะมีการดำเนินการในมุมของการดำเนินงานภายในองค์กรเอง อาทิ การลดการใช้พลังงานการลดการใช้กระดาษ การดูแลพนักงาน อีกทั้งมีการส่งผ่านการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “CSR” เช่น การให้ความรู้ทางการเงิน ขณะที่สถาบันการเงินบางแห่งได้มีการปล่อยสินเชื่อสีเขียว (green lending) แก่ภาคธุรกิจที่มีนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น สินเชื่อพลังงานสะอาด ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ถือเป็นการริเริ่มที่ดีที่จะสามารถพัฒนาในก้าวต่อๆ ไปในเรื่องนี้

ท้ายนี้ ผู้เขียนเชื่อว่า การธนาคารที่ยั่งยืนจะเป็นฟันเฟืองสำคัญตัวหนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยสามารถมีการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ และที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ความตระหนักถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันบนถนนแห่งความยั่งยืนสายนี้ …

โปรดติดตามเรื่องราวของการธนาคารที่ยั่งยืน ซึ่งผู้เขียนจะรวบรวมแนวคิดหรือแนวทางในการดำเนินการที่จะก้าวไปข้างหน้าในฉบับต่อ ๆ ไปครับ

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,278 วันที่ 13 - 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560