thansettakij
thansettakij
ดอลลาร์อ่อน บาทแข็ง

ดอลลาร์อ่อน บาทแข็ง

08 มิ.ย. 60 | 03:00 น.
MP20-3268-d การแข็งค่าของเงินบาทในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเอาหลายคนตกอกตกใจ เพราะเป็นการแข็งค่าอย่างฉับพลันพอสมควร แน่นอนว่า ค่าเงินบาทแข็งไปก็ย่อมไม่สู้ดีกับเศรษฐกิจนัก ซึ่งน่าเป็นห่วงพอสมควรครับ ว่าในปีนี้ ค่าเงินบาทไทยอาจจะแข็งกันยาวๆ และที่สำคัญก็คือ น่าจะแข็งกว่าคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกันอีกด้วย

มีหลายปัจจัย ทั้งภายในภายนอกที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมา ซึ่งแน่นอนครับ จากปัจจัยภายในนั้น เนื่องจากไทยกำลังกลายเป็นแหล่งพักพิง หรือ Safe Haven ไปแล้ว เพราะต่างชาติมองว่าไทยมีบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับที่ปลอดภัย อีกทั้งรัฐบาลไทยก็มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม ซึ่งทำให้ตลาดทุนไทย กลายเป็นแหล่งพักพิงของเงินทุนจากต่างชาติในช่วงที่ตลาดทุนโลกผันผวนพอสมควร

นอกไปจากนั้นแล้ว ต้องยอมรับว่าราคาหุ้นในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกานั้นแพงมาก หุ้นสหรัฐฯพุ่งเอาๆ นับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มหันมามองตลาดเกิดใหม่มากขึ้นกว่าเดิม และไทยก็อยู่ในลิสต์ประเทศเหล่านั้นด้วย

แต่เหนืออื่นใด ปัจจัยที่ต้องจับตากันมากที่สุด ที่ทำให้เงินบาทไทยนั้นแข็งค่าขึ้น ก็คือการอ่อนตัวของเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะมีแนวทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ชัดเจนก็ตาม
ที่ผ่านมาในปีนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อเดือนมีนาคม ทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นไปอยู่ที่ 0.75-1.0%ซึ่งตามหลักแล้ว การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ น่าจะทำให้ทุนไหลกลับเข้าสหรัฐฯ แต่ทว่าในความเป็นจริงนั้น ทุนยังคงไม่ไหลกลับสหรัฐฯเท่าที่ควร นั่นเป็นเพราะอะไร?

เหตุผลนั้นเป็นเพราะแม้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย แต่ถ้าเทียบกันแล้วก็ยังมีความต่างระหว่างดอกเบี้ยสหรัฐฯ กับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อยู่ โดยไทยนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.5% ก็ยังต่างจากสหรัฐฯมากครับ

[caption id="attachment_157641" align="aligncenter" width="503"] ดอลลาร์อ่อน บาทแข็ง ดอลลาร์อ่อน บาทแข็ง[/caption]

ปัจจัยต่อมา เนื่องจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และทิศทางแนวโน้มในเรื่องนี้ ไม่ได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดแต่อย่างใด อีกทั้งตลาดก็รับรู้กันล่วงหน้าไปแล้ว ถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ซึ่งน่าจะมีขึ้นหลังการประชุมนโยบายในกลางเดือนมิถุนายนนี้ ดังนั้น การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯในปีนี้ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจเท่าใดนัก จึงไม่มีแรงส่งพอที่จะทำให้ทุนไหลกลับเข้าอเมริกา

และที่สำคัญที่สุด ปัจจัยที่ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนนั้นก็เป็นผลมาจากความ “ดราม่า” ทางการเมืองของสหรัฐฯไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามแทรกแซงกระบวนการสอบสวนว่ารัสเซียได้แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯเมื่อปลายปีที่แล้วจริงหรือไม่ ซ้ำยังลามไปถึงความวิตกสงสัยต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและนายทรัมป์ด้วย
ปัญหาทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่มีกระบวนการเล่นงานทรัมป์อยู่นั้น คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการผลักดันหลายๆนโยบายของทรัมป์ที่วางไว้ โดยเฉพาะนโยบายการปฏิรูปภาษี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่ไม่เป็นผลดีต่อค่าเงินดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมาจึงเห็นได้ว่า ดอลลาร์มีทิศทางอ่อนตัวลงต่อเนื่อง สวนทางกับเงินยูโรอย่างชัดเจน

และความวุ่นวายในการเมืองสหรัฐฯนี่เอง ที่จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์ในปีนี้น่าจะอยู่ในทิศทางอ่อนตัวต่อไป โดยที่แทบจะไม่มีแรงหนุนให้ทุนต่างชาติไหลกลับเข้าไปสหรัฐฯได้เลย ตราบใดที่การผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจต่างๆของทรัมป์ยังล่าช้าอยู่

ดังนั้น โดยสรุปแล้ว จากสถานะที่ไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งพักพิงของทุน ปัญหาการเมืองในสหรัฐ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯที่ตลาดเริ่มชินชาแล้วก็น่าจะทำให้ดอลลาร์อ่อนตัวต่อไป และเงินบาทไทยก็น่าจะแข็งต่อไปอย่างน้อยก็ในช่วงครึ่งปีแรกนี้

แต่ก็ต้องอัพเดตกันเป็นระยะๆครับ เพราะเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงทุกวินาทีจริงๆ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,268 วันที่ 8 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560