
อุปสรรคในการเติบโตของธุรกิจครอบครัวในยุโรป (จบ)
(ต่อจากตอนที่แล้ว)
[caption id="attachment_156454" align="aligncenter" width="503"]
อุปสรรคในการเติบโตของธุรกิจครอบครัวในยุโรป (จบ)[/caption]
การขาดทายาท เป้าหมายหลักของเจ้าของธุรกิจครอบครัวคือการรักษาธุรกิจเพื่อส่งต่อไปยังลูกหลานของตน ซึ่งตามสถิติแล้วมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้ในรุ่นแรกขณะที่ตํ่ากว่า 15% ในรุ่นที่ 2 และน้อยกว่า 5% ในรุ่นมากกว่านั้นดังนั้นจึงขอนำเสนอแนวทางการดำเนินธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จได้ โดยควรมีการแยกระหว่างผู้บริหารและความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน แม้เป้าหมายคือการรักษาความเป็นเจ้าของไว้ในครอบครัว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรวมถึงผู้บริหารด้วย สมาชิกในครอบครัวคนใหม่ควรเข้าร่วมธุรกิจครอบครัวโดยพิจารณาจากทักษะและความสามารถมากกว่าความสัมพันธ์ทางครอบครัว “คนรุ่นต่อไปต้องมั่นใจว่าตนมีจิตวิญญาณในการทำงานและทักษะด้านเครือข่ายที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจต่อไป อีกทั้งจะต้องเข้าใจว่าต้องเริ่มจากก้าวแรกก่อนแล้วจึงจะก้าวหน้าต่อไปได้ และยังจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบเสมอ”
ธุรกิจครอบครัวแสดงให้เห็นถึงวิธีการที่ “เป็นกลาง” มากขึ้นในการเลือกคนมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารและมีการจ้างผู้บริหารที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวมากขึ้น จากผลการสำรวจธุรกิจครอบครัวในยุโรป จำนวน 959 ราย จาก 23 ประเทศ ในปี 2016 พบว่า 85% ของธุรกิจในครอบครัวยอมรับว่าผู้บริหารจากภายนอกมีความจำเป็นต่อความสำเร็จของบริษัท และ 74% มีผู้บริหารที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวแล้วอย่างไรก็ตามมีหลายเหตุผลในการนำคนที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวเข้ามาบริหารธุรกิจ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด กลยุทธ์นี้จะช่วยให้ธุรกิจอยู่ภายใต้มืออาชีพโดยไม่ทำให้สูญเสียการควบคุมของครอบครัว ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับทุกฝ่ายเมื่อสมาชิกในครอบครัวรุ่นใหม่เลือกที่จะออกไปทำอาชีพอื่นภายนอกเป็นการชั่วคราวหรือถาวรไปเลย
นอกจากนี้เจ้าของธุรกิจครอบครัวผู้ถูกสำรวจมีคิดเห็นต่อคนรุ่นใหม่ว่า คนหนุ่มสาวในปัจจุบันมีการศึกษาที่ดีและมีความรู้ความชำนาญด้านเทคโนโลยี มีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งและมีกรอบแนวคิดที่เป็นสากล ซึ่งจะทำให้พวกเขาเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าของธุรกิจครอบครัว ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลเกี่ยวกับ “เสรีภาพ”และ “พฤติกรรมความสะดวกสบาย” ที่มากเกินไปของคนรุ่นใหม่ พวกเขาบอกว่าเยาวชนในปัจจุบันคุ้นเคยกับความสะดวกสบาย ขาดความหลงใหล แรงจูงใจและความเหนียวแน่น และไม่ค่อยผูกพันกับธุรกิจ อีกทั้งแม้ระบบการศึกษาของประเทศโดยทั่วไปจะมีพื้นฐานทางทฤษฎีและเทคนิคที่ดี แต่ก็ไม่ได้สอนทักษะในการสื่อสารและความเป็นผู้นำที่เพียงพอให้กับคนรุ่นใหม่ๆอย่างไรก็ตามผลการวิจัยเหล่านี้อาจเกิดจากช่องว่างระหว่างวัยและทำการสัมภาษณ์เฉพาะรุ่นอาวุโส ดังนั้นรายงานนี้จึงไม่อาจใช้ตัดสินคนรุ่นใหม่ได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าของธุรกิจได้เรียนรู้จากการสำรวจความท้าทายเหล่านี้ พวกเขายังคงมองในแง่ดีและเพิ่มความเป็นมืออาชีพให้กับธุรกิจของตน รวมถึงยึดมั่นในหลักการและค่านิยมของตนเองเพื่อสืบทอดธุรกิจครอบครัวต่อไป
ที่มา: KPMG. 2016. Hidden Growthwithin Family Businesses :Driving Success without theFame. Available: www.kpmg.com/enterprise europeanfamilybusinesses.eu
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,267 วันที่ 4 - 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560
[caption id="attachment_156454" align="aligncenter" width="503"]
การขาดทายาท เป้าหมายหลักของเจ้าของธุรกิจครอบครัวคือการรักษาธุรกิจเพื่อส่งต่อไปยังลูกหลานของตน ซึ่งตามสถิติแล้วมีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้ในรุ่นแรกขณะที่ตํ่ากว่า 15% ในรุ่นที่ 2 และน้อยกว่า 5% ในรุ่นมากกว่านั้นดังนั้นจึงขอนำเสนอแนวทางการดำเนินธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จได้ โดยควรมีการแยกระหว่างผู้บริหารและความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน แม้เป้าหมายคือการรักษาความเป็นเจ้าของไว้ในครอบครัว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรวมถึงผู้บริหารด้วย สมาชิกในครอบครัวคนใหม่ควรเข้าร่วมธุรกิจครอบครัวโดยพิจารณาจากทักษะและความสามารถมากกว่าความสัมพันธ์ทางครอบครัว “คนรุ่นต่อไปต้องมั่นใจว่าตนมีจิตวิญญาณในการทำงานและทักษะด้านเครือข่ายที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจต่อไป อีกทั้งจะต้องเข้าใจว่าต้องเริ่มจากก้าวแรกก่อนแล้วจึงจะก้าวหน้าต่อไปได้ และยังจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบเสมอ”
ธุรกิจครอบครัวแสดงให้เห็นถึงวิธีการที่ “เป็นกลาง” มากขึ้นในการเลือกคนมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารและมีการจ้างผู้บริหารที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวมากขึ้น จากผลการสำรวจธุรกิจครอบครัวในยุโรป จำนวน 959 ราย จาก 23 ประเทศ ในปี 2016 พบว่า 85% ของธุรกิจในครอบครัวยอมรับว่าผู้บริหารจากภายนอกมีความจำเป็นต่อความสำเร็จของบริษัท และ 74% มีผู้บริหารที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวแล้วอย่างไรก็ตามมีหลายเหตุผลในการนำคนที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวเข้ามาบริหารธุรกิจ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด กลยุทธ์นี้จะช่วยให้ธุรกิจอยู่ภายใต้มืออาชีพโดยไม่ทำให้สูญเสียการควบคุมของครอบครัว ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับทุกฝ่ายเมื่อสมาชิกในครอบครัวรุ่นใหม่เลือกที่จะออกไปทำอาชีพอื่นภายนอกเป็นการชั่วคราวหรือถาวรไปเลย
นอกจากนี้เจ้าของธุรกิจครอบครัวผู้ถูกสำรวจมีคิดเห็นต่อคนรุ่นใหม่ว่า คนหนุ่มสาวในปัจจุบันมีการศึกษาที่ดีและมีความรู้ความชำนาญด้านเทคโนโลยี มีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งและมีกรอบแนวคิดที่เป็นสากล ซึ่งจะทำให้พวกเขาเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าของธุรกิจครอบครัว ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลเกี่ยวกับ “เสรีภาพ”และ “พฤติกรรมความสะดวกสบาย” ที่มากเกินไปของคนรุ่นใหม่ พวกเขาบอกว่าเยาวชนในปัจจุบันคุ้นเคยกับความสะดวกสบาย ขาดความหลงใหล แรงจูงใจและความเหนียวแน่น และไม่ค่อยผูกพันกับธุรกิจ อีกทั้งแม้ระบบการศึกษาของประเทศโดยทั่วไปจะมีพื้นฐานทางทฤษฎีและเทคนิคที่ดี แต่ก็ไม่ได้สอนทักษะในการสื่อสารและความเป็นผู้นำที่เพียงพอให้กับคนรุ่นใหม่ๆอย่างไรก็ตามผลการวิจัยเหล่านี้อาจเกิดจากช่องว่างระหว่างวัยและทำการสัมภาษณ์เฉพาะรุ่นอาวุโส ดังนั้นรายงานนี้จึงไม่อาจใช้ตัดสินคนรุ่นใหม่ได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าของธุรกิจได้เรียนรู้จากการสำรวจความท้าทายเหล่านี้ พวกเขายังคงมองในแง่ดีและเพิ่มความเป็นมืออาชีพให้กับธุรกิจของตน รวมถึงยึดมั่นในหลักการและค่านิยมของตนเองเพื่อสืบทอดธุรกิจครอบครัวต่อไป
ที่มา: KPMG. 2016. Hidden Growthwithin Family Businesses :Driving Success without theFame. Available: www.kpmg.com/enterprise europeanfamilybusinesses.eu
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,267 วันที่ 4 - 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560






