thansettakij
thansettakij
คิดให้แตกก็ทำให้ต่างได้

คิดให้แตกก็ทำให้ต่างได้

04 มิ.ย. 60 | 01:00 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มิ.ย. 60 | 07:24 น.
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จังหวัดสงขลาจัดให้มีการมอบสินเชื่อรายแรกของกองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ หรือรู้จักทั่วไปว่ากองทุนสองหมื่นล้าน มีผู้มารับมอบสินเชื่อในกองทุน SMEs อื่น ๆ เช่น กองทุนฟื้นฟูธุรกิจ กองทุนสินเชื่อน้ำท่วมภาคใต้ ฯลฯ รวมกันกว่า 40 ราย แต่ละรายก็มีความโดดเด่นที่ต่างกันสามารถเป็นแบบอย่างให้ SMEs รายอื่นเรียนรู้ได้

ผมมีโอกาสคุยกับผู้บริหารของบริษัท เอ บิล อาร์ทอินดัสเตรีล จำกัด ผู้ผลิตประเกนเครื่องยนต์ ที่ได้รับสินเชื่อ 10 ล้านบาท โดยแยกเป็นของกองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ 3 ล้านบาท และสินเชื่อ SMEs Transformation อีก 7 ล้านบาท บริษัทฯผ่านร้อนผ่านหนาวทางธุรกิจมาพอสมควร จากฝีมือของคุณพ่อที่มีความชำนาญในการตัดประเกน (แผ่นเชื่อม) ในย่านวรจักร จนมีบริษัทขนาดใหญ่ ผู้ผลิตยานยนต์เข้ามาติดต่อเพื่อร่วมลงทุนผลิตประเกนให้ซึ่งกิจการดำเนินไปด้วยดี ขยายตัวรวดเร็ว จากความสำเร็จและการขยายตัวของการผลิตจักรยานยนต์ทำให้มีคนเข้ามาเล่นในธุรกิจนี้มากขึ้น แต่เมื่อบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจเกิดความขัดแย้งและเงื่อนไขทางธุรกิจทำให้ลูกค้าเดิมที่เป็นต่างชาติหันไปใช้บริการบริษัทชาติเดียวกัน ทำให้ยอดขายหายหมด

อย่างไรก็ตาม ด้วยความไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา และความมั่นใจในฝีมือ ความรู้ประสบการณ์ที่ร่วมธุรกิจกับบริษัทผลิตจักรยานยนต์มา เลยหันมาผลิตประเกนเครื่องยนต์ของจักรยานยนต์พัฒนาสินค้าที่ต้องแตกต่างจากเดิม และหันไปขายในตลาดซ่อมจักรยานยนต์แทนการพึ่งพาการขายบริษัทผู้ผลิตจักรยานยนต์เหมือนแต่ก่อน

mi_Thai ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทพัฒนานั้น มาจากการออกแบบที่ต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เพราะทุกปีบริษัทผู้ผลิตจักรยานยนต์ทั้งหลายจะมีรุ่นใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาดปีละกว่า 25 รุ่น เพราะต้องแข่งขันและขยับอุปสงค์ให้เคลื่อนที่ตลอดเวลา ซึ่งทางบริษัทต้องทำการศึกษารายละเอียดเครื่องยนต์เหล่านั้นว่า มีส่วนไหนที่ใช้ประเกนบ้าง ก็จะดูแบบ และออกแบบแม่พิมพ์เพื่อผลิตประเกนทุกชิ้นในเครื่องยนต์นั้น ๆ เพื่อให้บริษัทมีประเกนทุกแบบ ทุกชิ้นที่ใช้ในเครื่องยนต์จักรยานยนต์ทุกรุ่น รวมถึงมีการพัฒนาและวิจัยอย่างต่อเนื่อง ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมาประจำ ค้นคว้าหาวัตถุดิบที่เหมาะสำหรับเคลือบแผ่นโลหะ

จากการปรับตัวรวมทั้งวิสัยทัศน์ของผู้บริหารรุ่นใหม่ ผสมกับฝีมือและความชำนาญของรุ่นเก๋า ทำให้บริษัทแห่งนี้สามารถขยายตัวอย่างรวดเร็ว และที่น่าสนใจคือ ความนิยมของสินค้าจากบริษัทนี้ ทำให้ผู้ค้าในจีนแอบไปจดทะเบียนยี่ห้อในจีนและเอามาเรียกค่าไถ่ คือเอาชื่อยี่ห้อของเขามาขาย เพราะตอนนี้หากจะนำสินค้าเข้าไปขายในจีนในชื่อบริษัทที่ใช้อยู่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้คนจดทะเบียน ซึ่งกฎหมายของจีนก็แปลกๆอยู่

บทเรียนสำหรับ SMEs ครั้งนี้ก็คือ การหาจุดได้เปรียบของตัวเองเหนือคู่แข่ง และที่สำคัญคือแข่งในเวทีที่เราได้เปรียบ การหาตลาดใหม่ที่เป็นตลาดที่ไม่ใช่รับจ้างผลิต หรือ OEM เหมือนเดิมพร้อมกับพัฒนาคุณภาพโดยเน้นคุณภาพของวัตถุดิบการออกแบบ และราคาเป็นจุดแข็ง ทำให้สร้างตลาดใหม่ที่แตกต่างไปจากตลาดเดิมที่เคยทำธุรกิจอยู่อีกทั้งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาสมํ่าเสมอความแตกต่างด้านคุณภาพเหนือคู่แข่งและความครบถ้วนของรายการสินค้าทำให้วิ่งนำหน้า โดยไม่เปิดช่องว่างทางการตลาดให้คู่แข่งนั่นเอง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,267 วันที่ 4 - 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560