
EECโอกาสใหม่ไทยแลนด์
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยสร้างให้ประเทศไทยเกิดปรากฏการณ์แห่งความ “โชติช่วงชัชวาล”ได้อีกครั้งหนึ่ง เพราะศักยภาพของพื้นที่ใน 3 จังหวัดเรียกได้ว่าเป็นทำเลยุทธศาสตร์อย่างแท้จริง EEC จึงเป็นความหวังพลิกโฉมภาคการผลิตไทย เพื่อเป็นแรงส่ง ดันGDP เติบโตได้ถึง 5% ในปี 2564 และทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว
ประเทศไทยมีความได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านหลายประการทั้งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยว ค่าครองชีพที่ค่อนข้างตํ่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่คุ้มค่า สภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่ในจุดศูนย์กลางของอาเซียน และการมีพื้นที่ศักยภาพเพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทยที่ปรับปรุงใหม่ก็จะยิ่งเพิ่มความได้เปรียบด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี และแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก็น่าจะเพิ่มความน่าสนใจในการเข้ามาลงทุนในประเทศ
เมื่อเกิดการลงทุน เกิดอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ สิ่งที่จะเกิดตามมาคือการจ้างงาน และด้วยโครงสร้างการผลิตที่ใหญ่มากย่อมต้องการแรงงานจำนวนมาก รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่โดยตรงทำให้เกิดการจ้างงาน การพัฒนาศักยภาพคนในพื้นที่และชุมชนเป็นการเตรียมการอนาคตให้กับคนทั้งประเทศ อาจจะยังประโยชน์ให้กับภูมิภาคอื่นๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร์ 3 จังหวัด
ประการแรกพื้นที่นี้ ถือเป็นระเบียงเศรษฐกิจทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่จะช่วยลดความแออัดในเมืองกรุง และเมื่อกรุงเทพฯ ผนึกรวมกับ EEC แล้ว พื้นที่นี้จะกลายเป็นมหานครที่น่าอยู่
ประการที่ 2 EEC จะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงภาคอีสานตอนบนและตอนล่างมาสู่อ่าวไทย ด้วยการขนส่ง ทั้งทางรถไฟและทางถนนมายังท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือสัตหีบและท่าเรือมาบตาพุด ซึ่งถือเป็นการรวมศูนย์การผลิตของประเทศเชื่อมไว้ด้วยกัน
ประการสุดท้ายการพัฒนาพื้นที่นี้ ถือเป็นการเชื่อมโยง 3 จังหวัด EEC เข้ากับการพัฒนาจังหวัดอื่นในภาคตะวันออก (ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด) โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่ตราด และสระแก้ว
จึงมั่นใจได้ว่า EEC จะเปลี่ยนประเทศไทยให้รํ่ารวยขึ้น ภาคประชาชนเองก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
[caption id="attachment_155561" align="aligncenter" width="336"]
EECโอกาสใหม่ไทยแลนด์[/caption]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,266 วันที่ 1- 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ประเทศไทยมีความได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านหลายประการทั้งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยว ค่าครองชีพที่ค่อนข้างตํ่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่คุ้มค่า สภาพภูมิศาสตร์ที่อยู่ในจุดศูนย์กลางของอาเซียน และการมีพื้นที่ศักยภาพเพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทยที่ปรับปรุงใหม่ก็จะยิ่งเพิ่มความได้เปรียบด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี และแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก็น่าจะเพิ่มความน่าสนใจในการเข้ามาลงทุนในประเทศ
เมื่อเกิดการลงทุน เกิดอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ สิ่งที่จะเกิดตามมาคือการจ้างงาน และด้วยโครงสร้างการผลิตที่ใหญ่มากย่อมต้องการแรงงานจำนวนมาก รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่โดยตรงทำให้เกิดการจ้างงาน การพัฒนาศักยภาพคนในพื้นที่และชุมชนเป็นการเตรียมการอนาคตให้กับคนทั้งประเทศ อาจจะยังประโยชน์ให้กับภูมิภาคอื่นๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร์ 3 จังหวัด
ประการแรกพื้นที่นี้ ถือเป็นระเบียงเศรษฐกิจทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่จะช่วยลดความแออัดในเมืองกรุง และเมื่อกรุงเทพฯ ผนึกรวมกับ EEC แล้ว พื้นที่นี้จะกลายเป็นมหานครที่น่าอยู่
ประการที่ 2 EEC จะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงภาคอีสานตอนบนและตอนล่างมาสู่อ่าวไทย ด้วยการขนส่ง ทั้งทางรถไฟและทางถนนมายังท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือสัตหีบและท่าเรือมาบตาพุด ซึ่งถือเป็นการรวมศูนย์การผลิตของประเทศเชื่อมไว้ด้วยกัน
ประการสุดท้ายการพัฒนาพื้นที่นี้ ถือเป็นการเชื่อมโยง 3 จังหวัด EEC เข้ากับการพัฒนาจังหวัดอื่นในภาคตะวันออก (ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด) โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่ตราด และสระแก้ว
จึงมั่นใจได้ว่า EEC จะเปลี่ยนประเทศไทยให้รํ่ารวยขึ้น ภาคประชาชนเองก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
[caption id="attachment_155561" align="aligncenter" width="336"]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,266 วันที่ 1- 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560






