
งานยากของโอเปก
ผลการประชุมของกลุ่มผู้ผลิตนํ้ามันเพื่อการส่งออก หรือ โอเปก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (25 พฤษภาคม) ก็ออกมาตามความคาดหมายที่ทางกลุ่มพร้อมด้วยผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกบางชาติ ตกลงที่จะต่ออายุการลดกำลังการผลิต ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่30 มิถุนายนนี้ โดยจะต่ออายุออกไปอีก 9 เดือน คือ ไปถึงปลายเดือนมีนาคม 2561 โดยปริมาณที่ลดกำลังการผลิตลงนั้นยังคงเท่าเดิมที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโอเปกก็คือ สร้างสมดุลให้กับราคานํ้ามันอีกครั้งหนึ่ง
แต่กระนั้นก็ตาม ตลาดนํ้ามันกลับตอบสนองไปในทางลบทันที โดยราคาดิ่งลงเกือบ 5%อีกทั้งต้องยอมรับว่า ตลอดหลายเดือนตั้งแต่โอเปกและกลุ่มนอกโอเปก เริ่มลดกำลังการผลิตตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาราคานํ้ามันก็ยังไม่เสถียรนัก ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ไม่ไปไหนครับนั่นเป็นเพราะอะไร?
[caption id="attachment_155247" align="aligncenter" width="503"]
งานยากของโอเปก[/caption]
เหตุผลแรก ก็คือ การต่ออายุออกไปอีก 9 เดือนนั้น ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่นัก ซาอุดีอาระเบียได้ออกมาส่งสัญญาณล่วงหน้าไปแล้ว นั่นหมายความตลาดได้รับรู้ล่วงหน้าไปแล้วถึงการต่ออายุเวลาการผลิตครั้งนี้ หนำซํ้านักลงทุนยังคาดหวังว่าโอเปกน่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรมากกว่านี้ เช่นอาจจะเป็นการต่ออายุลดกำลังการผลิตไปถึง 12 เดือน เป็นต้นและนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ราคานํ้ามันตอบสนองต่อผลการประชุมในทางลบ
เหตุผลที่ 2 ก็คือ ปริมาณการลดกำลังการผลิตของโอเปกรวมกับผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกนั้นยังคงเป็นปริมาณเท่าเดิมที่1.8 ล้านบาร์เรล ไม่เพิ่มไปกว่านั้น ก็สร้างความผิดหวังให้กับตลาดพอสมควร ซึ่งที่ผ่านมาเกือบ 6 เดือน การลดกำลังการผลิตที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันนั้นดูเหมือนว่า จะไม่ได้สร้างความหวือหวาให้กับราคานํ้ามันเท่าไหร่นัก
เหตุผลที่ 3 ก็คือ ปริมาณนํ้ามันจากสหรัฐอเมริกา มีวี่แววที่ผู้ผลิตนํ้ามันจากกลุ่มเชลล์ออยล์ (ผู้ผลิตนํ้ามันที่ขุดเจาะจากชั้นหินดินดาน) ที่จะทำการผลิตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับกันว่า หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ไม่สามารถทำให้ราคาวิ่งไปได้ไกลนัก ก็เพราะว่า ราคาที่ฟื้นตัวมาในระดับหนึ่งนั้นได้ทำให้ผู้ผลิตนํ้ามันในสหรัฐฯกลับมามีกำลังที่จะเดินหน้าขุดสำรวจ และผลติ กันมากขึ้น และนํ้ามันเชลล์ออยล์ของสหรัฐฯก็น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคานํ้ามันในตลาดโลกต่อไปอีกระยะหนึ่ง
เหตุผลที่ 4 ก็คือ หลังจากนี้ โอเปก จะสามารถโน้มน้าวและได้รับความร่วมมือจากประเทศผู้ผลิตนํ้ามันนอกกลุ่มโอเปก ให้เข้ามาร่วมลดการผลิตได้หรือไม่เพราะต้องยอมรับว่า ประเทศเหล่านี้สร้างรายได้หลักๆก็มาจากนํ้ามัน รวมไปถึงรัสเซียด้วย การขยายเวลาลดกำลังการผลิตต่อไปอีก 9 เดือนนั้น ถือว่ายาวนานพอสมควร การที่จะยอมลดกำลังการผลิตลงก็เหมือนกับการหยิกเล็บเจ็บเนื้อ ต้องดูว่า ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก จะยอมปฏิบัติตามข้อตกลงได้อย่างเคร่งครัดหรือไม่ครับ
เหตุผลที่ 5 คือ โอเปกไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจน ถึงยุทธศาสตร์หลังจากที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2561 เมื่อข้อตกลงหมดอายุลง ว่าโอเปกจะต่ออายุไปจากนั้นหรือไม่ อย่างไรซึ่งความวิตกกังวลกันก็คือหลังจากที่ลดกำ ลังการผลิตกันมายาวนาน ในที่สุดแล้วบรรดาสมาชิกโอเปกอาจจะเริ่มเพิ่มกำลังการผลิตหลังจากนั้น หลังจากที่ถูกอั้นมานาน และในที่สุดก็จะกลับไปสู่วงจรเดิม คือปริมาณนํ้ามันที่ล้นตลาดหนำซํ้า ยังมีปริมาณนํ้ามันจากสหรัฐฯเข้าสู่ตลาดต่อเนื่องอีกด้วย
ดังนั้น แม้ว่าผลการประชุมของโอเปก จะต่ออายุการลดกำลังการผลิตออกไปอีก 9 เดือน แต่ก็ไม่มีพลังพอที่จะขยับราคานํ้ามันในตลาดโลกได้ หนำซํ้า ยังดิ่งลงรุนแรงตามที่เห็นด้วยครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,266 วันที่ 1- 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560
แต่กระนั้นก็ตาม ตลาดนํ้ามันกลับตอบสนองไปในทางลบทันที โดยราคาดิ่งลงเกือบ 5%อีกทั้งต้องยอมรับว่า ตลอดหลายเดือนตั้งแต่โอเปกและกลุ่มนอกโอเปก เริ่มลดกำลังการผลิตตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาราคานํ้ามันก็ยังไม่เสถียรนัก ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ไม่ไปไหนครับนั่นเป็นเพราะอะไร?
[caption id="attachment_155247" align="aligncenter" width="503"]
เหตุผลแรก ก็คือ การต่ออายุออกไปอีก 9 เดือนนั้น ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่นัก ซาอุดีอาระเบียได้ออกมาส่งสัญญาณล่วงหน้าไปแล้ว นั่นหมายความตลาดได้รับรู้ล่วงหน้าไปแล้วถึงการต่ออายุเวลาการผลิตครั้งนี้ หนำซํ้านักลงทุนยังคาดหวังว่าโอเปกน่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรมากกว่านี้ เช่นอาจจะเป็นการต่ออายุลดกำลังการผลิตไปถึง 12 เดือน เป็นต้นและนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ราคานํ้ามันตอบสนองต่อผลการประชุมในทางลบ
เหตุผลที่ 2 ก็คือ ปริมาณการลดกำลังการผลิตของโอเปกรวมกับผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกนั้นยังคงเป็นปริมาณเท่าเดิมที่1.8 ล้านบาร์เรล ไม่เพิ่มไปกว่านั้น ก็สร้างความผิดหวังให้กับตลาดพอสมควร ซึ่งที่ผ่านมาเกือบ 6 เดือน การลดกำลังการผลิตที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันนั้นดูเหมือนว่า จะไม่ได้สร้างความหวือหวาให้กับราคานํ้ามันเท่าไหร่นัก
เหตุผลที่ 3 ก็คือ ปริมาณนํ้ามันจากสหรัฐอเมริกา มีวี่แววที่ผู้ผลิตนํ้ามันจากกลุ่มเชลล์ออยล์ (ผู้ผลิตนํ้ามันที่ขุดเจาะจากชั้นหินดินดาน) ที่จะทำการผลิตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับกันว่า หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ไม่สามารถทำให้ราคาวิ่งไปได้ไกลนัก ก็เพราะว่า ราคาที่ฟื้นตัวมาในระดับหนึ่งนั้นได้ทำให้ผู้ผลิตนํ้ามันในสหรัฐฯกลับมามีกำลังที่จะเดินหน้าขุดสำรวจ และผลติ กันมากขึ้น และนํ้ามันเชลล์ออยล์ของสหรัฐฯก็น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคานํ้ามันในตลาดโลกต่อไปอีกระยะหนึ่ง
เหตุผลที่ 4 ก็คือ หลังจากนี้ โอเปก จะสามารถโน้มน้าวและได้รับความร่วมมือจากประเทศผู้ผลิตนํ้ามันนอกกลุ่มโอเปก ให้เข้ามาร่วมลดการผลิตได้หรือไม่เพราะต้องยอมรับว่า ประเทศเหล่านี้สร้างรายได้หลักๆก็มาจากนํ้ามัน รวมไปถึงรัสเซียด้วย การขยายเวลาลดกำลังการผลิตต่อไปอีก 9 เดือนนั้น ถือว่ายาวนานพอสมควร การที่จะยอมลดกำลังการผลิตลงก็เหมือนกับการหยิกเล็บเจ็บเนื้อ ต้องดูว่า ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก จะยอมปฏิบัติตามข้อตกลงได้อย่างเคร่งครัดหรือไม่ครับ
เหตุผลที่ 5 คือ โอเปกไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจน ถึงยุทธศาสตร์หลังจากที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2561 เมื่อข้อตกลงหมดอายุลง ว่าโอเปกจะต่ออายุไปจากนั้นหรือไม่ อย่างไรซึ่งความวิตกกังวลกันก็คือหลังจากที่ลดกำ ลังการผลิตกันมายาวนาน ในที่สุดแล้วบรรดาสมาชิกโอเปกอาจจะเริ่มเพิ่มกำลังการผลิตหลังจากนั้น หลังจากที่ถูกอั้นมานาน และในที่สุดก็จะกลับไปสู่วงจรเดิม คือปริมาณนํ้ามันที่ล้นตลาดหนำซํ้า ยังมีปริมาณนํ้ามันจากสหรัฐฯเข้าสู่ตลาดต่อเนื่องอีกด้วย
ดังนั้น แม้ว่าผลการประชุมของโอเปก จะต่ออายุการลดกำลังการผลิตออกไปอีก 9 เดือน แต่ก็ไม่มีพลังพอที่จะขยับราคานํ้ามันในตลาดโลกได้ หนำซํ้า ยังดิ่งลงรุนแรงตามที่เห็นด้วยครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,266 วันที่ 1- 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560






