
วางแผนเกษียญอย่างเกษม(ตอน2)
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านกลับมาพบกับเทคนิคการวางแผนทางการเงินดีๆ ในคอลัมน์มันนี่ ดีไอวาย 4.0 โดยเมื่อครั้งที่ผ่านมาผมได้บอกเทคนิคในการคำนวณจำนวนเงินที่จะต้องเตรียมไว้ใช้เมื่อเกษียณอายุ ซึ่งเรื่องดังกล่าวค่อนข้างสำคัญมาก ดังกับที่มีคำกล่าวเชิงติดตลกแต่สะท้อนความจริงของชีวิตที่ว่า “เสียดายที่ตายแล้วยังใช้เงินไม่หมด แต่น่าสลดที่ใช้เงินหมดแล้วยังไม่ตาย”
ดังนั้นวันนี้ผมจึงจะนำเทคนิคในการวางแผนการลงทุนเพื่อช่วยเสริมและตอบโจทย์การออมเงินเพื่อเกษียณ เพราะเงินจำนวนเดียวกันที่เราต้องการ ณ วันเกษียณอายุ ถ้าเรามีการเก็บออมและลงทุนที่เป็น เราก็จะใช้แรงน้อยกว่า ใช้เงินต้นที่เราต้องออมน้อยกว่า ซึ่งผมจะแนะนำเทคนิคในการลงทุนเบื้องต้นเพื่อที่ท่านผู้อ่านที่อยู่ในวัยที่แตกต่างกันจะได้มีแนวทางในการลงทุนเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในวัยเกษียณตามแบบฉบับของท่าน
1.วัยเริ่มต้นทำงาน(21-30 ปี)
เนื่องจากวัยนี้ยังมีรายได้และค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก และที่สำคัญยังมีระยะเวลาในการเก็บออมเงินและลงทุนเป็นระยะเวลานานจึงสามารถที่จะลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงได้ดังนั้นจึงอาจนำเงินที่ออมไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ เช่น ลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาวอาจจะประมาณ70% ซึ่งจะทำให้ได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงส่วนที่เหลือนำไปลงทุนในกองทุนรวมผสมซึ่งจะนำเงินที่ระดมได้ไปลงทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนซึ่งมีผลตอบแทนปานกลางและมีความเสี่ยงไม่สูงมากนัก ประมาณ 20%, ส่วนอีก 10% ก็นำไปลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงตํ่า เช่น เงินฝาก,พันธบัตรรัฐบาล, กองทุนรวมตราสารหนี้หรือออมเงินผ่านการทำประกันชีวิต
2. วัยครอบครัว(30-45 ปี)
วัยนี้โดยทั่วไปจะมีรายได้และรายจ่ายอยู่ในระดับสูง ซึ่งการยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนของช่วงอายุนี้ก็จะลดลงเพราะจำเป็นต้องใช้เงินในการสร้างครอบครัว ดังนั้นการวางแผนการลงทุนในช่วงอายุนี้อาจลงทุนในหุ้นและกองทุนรวมหุ้นระยะยาวซึ่งมีความเสี่ยงสูงในจำนวนที่ลดลง เช่น เหลือประมาณ 50%แล้วนำไปลงทุนในกองทุนรวมผสมซึ่งมีความเสี่ยงในระดับปานกลางประมาณ 30 % นอกจากนั้นส่วนที่เหลืออีกประมาณ 20% ก็นำไปลงทุนในเงินฝากเพื่อสร้างสภาพคล่องและทำประกันชีวิตที่เน้นการป้องกันความเสี่ยงและเพื่อใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีมากขึ้น
3.วัยก่อนเกษียณอายุ (45-55 ปี)
สำหรับการวางแผนการลงทุนในช่วงอายุนี้เนื่องจากกำลังเตรียมเข้าสู่วัยเกษียณ ซึ่งไม่ควรที่จะนำเงินออมที่มีไปใช้ในการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เพราะในช่วงวัยนี้จะไม่มีระยะเวลาในการเก็บออมใหม่ ดังนั้นการลงทุนหลักจึงต้องเน้นไปที่การลงทุนที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงค่อนข้างตํ่าเพื่อลดความเสี่ยงลง ทั้งเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือประกันชีวิต รวมประมาณ 70% ของการลงทุน ส่วนการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาวอาจต้องลดลงเหลือเพียงประมาณ 30%เพื่อลดความเสี่ยง
จะเห็นได้ว่าการวางแผนเกษียณเป็นเรื่องที่สำคัญ และในแต่ละช่วงอายุก็จะมีการลงทุนที่แตกต่างกัน การกระจายความเสี่ยงในการบริหารจัดการเงินตามช่วงอายุให้เหมาะสมจะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ได้การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงย่อมมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูง แต่ในขณะเดียวกันท่านผู้อ่านก็ต้องอย่าลืมว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงก็ย่อมจะมีโอกาสที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังสูงเช่นเดียวกัน ดังนั้นท่านผู้อ่านจึงควรคำนึงถึงความเสี่ยงที่ยอมรับได้และมีการศึกษาข้อมูลการลงทุนให้ดีเสียก่อนที่จะลงทุนด้วยเพื่อที่ทุกคนจะได้เกษียณอย่างเกษม
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,261 วันที่ 14 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
ดังนั้นวันนี้ผมจึงจะนำเทคนิคในการวางแผนการลงทุนเพื่อช่วยเสริมและตอบโจทย์การออมเงินเพื่อเกษียณ เพราะเงินจำนวนเดียวกันที่เราต้องการ ณ วันเกษียณอายุ ถ้าเรามีการเก็บออมและลงทุนที่เป็น เราก็จะใช้แรงน้อยกว่า ใช้เงินต้นที่เราต้องออมน้อยกว่า ซึ่งผมจะแนะนำเทคนิคในการลงทุนเบื้องต้นเพื่อที่ท่านผู้อ่านที่อยู่ในวัยที่แตกต่างกันจะได้มีแนวทางในการลงทุนเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในวัยเกษียณตามแบบฉบับของท่าน
เนื่องจากวัยนี้ยังมีรายได้และค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก และที่สำคัญยังมีระยะเวลาในการเก็บออมเงินและลงทุนเป็นระยะเวลานานจึงสามารถที่จะลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงได้ดังนั้นจึงอาจนำเงินที่ออมไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ เช่น ลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาวอาจจะประมาณ70% ซึ่งจะทำให้ได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงส่วนที่เหลือนำไปลงทุนในกองทุนรวมผสมซึ่งจะนำเงินที่ระดมได้ไปลงทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนซึ่งมีผลตอบแทนปานกลางและมีความเสี่ยงไม่สูงมากนัก ประมาณ 20%, ส่วนอีก 10% ก็นำไปลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงตํ่า เช่น เงินฝาก,พันธบัตรรัฐบาล, กองทุนรวมตราสารหนี้หรือออมเงินผ่านการทำประกันชีวิต
วัยนี้โดยทั่วไปจะมีรายได้และรายจ่ายอยู่ในระดับสูง ซึ่งการยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนของช่วงอายุนี้ก็จะลดลงเพราะจำเป็นต้องใช้เงินในการสร้างครอบครัว ดังนั้นการวางแผนการลงทุนในช่วงอายุนี้อาจลงทุนในหุ้นและกองทุนรวมหุ้นระยะยาวซึ่งมีความเสี่ยงสูงในจำนวนที่ลดลง เช่น เหลือประมาณ 50%แล้วนำไปลงทุนในกองทุนรวมผสมซึ่งมีความเสี่ยงในระดับปานกลางประมาณ 30 % นอกจากนั้นส่วนที่เหลืออีกประมาณ 20% ก็นำไปลงทุนในเงินฝากเพื่อสร้างสภาพคล่องและทำประกันชีวิตที่เน้นการป้องกันความเสี่ยงและเพื่อใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีมากขึ้น
สำหรับการวางแผนการลงทุนในช่วงอายุนี้เนื่องจากกำลังเตรียมเข้าสู่วัยเกษียณ ซึ่งไม่ควรที่จะนำเงินออมที่มีไปใช้ในการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เพราะในช่วงวัยนี้จะไม่มีระยะเวลาในการเก็บออมใหม่ ดังนั้นการลงทุนหลักจึงต้องเน้นไปที่การลงทุนที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงค่อนข้างตํ่าเพื่อลดความเสี่ยงลง ทั้งเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือประกันชีวิต รวมประมาณ 70% ของการลงทุน ส่วนการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาวอาจต้องลดลงเหลือเพียงประมาณ 30%เพื่อลดความเสี่ยง
จะเห็นได้ว่าการวางแผนเกษียณเป็นเรื่องที่สำคัญ และในแต่ละช่วงอายุก็จะมีการลงทุนที่แตกต่างกัน การกระจายความเสี่ยงในการบริหารจัดการเงินตามช่วงอายุให้เหมาะสมจะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ได้การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงย่อมมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูง แต่ในขณะเดียวกันท่านผู้อ่านก็ต้องอย่าลืมว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงก็ย่อมจะมีโอกาสที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังสูงเช่นเดียวกัน ดังนั้นท่านผู้อ่านจึงควรคำนึงถึงความเสี่ยงที่ยอมรับได้และมีการศึกษาข้อมูลการลงทุนให้ดีเสียก่อนที่จะลงทุนด้วยเพื่อที่ทุกคนจะได้เกษียณอย่างเกษม
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,261 วันที่ 14 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






