thansettakij
thansettakij
เฟดส่งสัญญาณลดขนาดงบดุลส่งผลอย่างไรกับทองคำ

เฟดส่งสัญญาณลดขนาดงบดุลส่งผลอย่างไรกับทองคำ

11 พ.ค. 60 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :11 พ.ค. 60 | 09:23 น.
วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ในปี 2008 ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบกับสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ต้องดำเนินนโยบายทางการเงินโดยการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing-QE) ทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0% กว่า 7 ปี การเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์และตราสารหนี้ที่หนุนหลังด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัย(MBS) อีกเกือบ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้งบดุลของเฟดเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าของงบดุลในช่วงก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอยู่ที่ระดับ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์

ปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อขยับใกล้เป้าหมายของเฟดที่ 2% ด้านตลาดแรงงานก็ใกล้เข้าสู่การจ้างงานเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้เฟดปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อกลับสู่ภาวะปกติ (Monetary Policy Normalization) โดยการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ครั้งที่ผ่านมา (ธ.ค. 2015,ธ.ค.2016 และมี.ค. 2017) เพื่อให้นโยบายการเงินของเฟดกลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างเป็นทางการ

การลดขนาดงบดุลก็เป็นหนึ่งในกระบวนการดำเนินนโยบายเพื่อกลับสู่ภาวะปกติเช่นกัน ทั้งนี้เฟดปรับเปลี่ยนนโยบายงบดุลครั้งล่าสุดในปี 2013 โดยนายเบน เบอร์นันกี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ฯ ในขณะนั้นออกมาส่งสัญญาณว่าเฟดอาจพิจารณาชะลอโครงการซื้อพันธบัตร หรือ QE 3 ส่งผลกระทบต่อตลาดทุนและตลาดการเงินอย่างรุนแรงหรือที่เรียกกันว่า "Taper Tantrum" ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯพุ่งขึ้น สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันราคาทองคำให้ร่วงลง 2% ในวันเดียว จากเหตุการณ์ในวันนั้นส่งผลให้เฟดจำเป็นต้องเลื่อนเวลาในการปรับลดขนาดการเข้าซื้อพันธบัตรออกไป รวมทั้งต้องปรับเปลี่ยนวิธีการรวบรวมข้อมูลจากนักลงทุนเกี่ยวกับการคาดการณ์ของนักลงทุนด้วย

[caption id="attachment_148056" align="aligncenter" width="339"] เฟดส่งสัญญาณลดขนาดงบดุลส่งผลอย่างไรกับทองคำ เฟดส่งสัญญาณลดขนาดงบดุลส่งผลอย่างไรกับทองคำ[/caption]

การปรับลดขนาดงบดุลของเฟดกลับมาเป็นจุดสนใจของนักลงทุนอีกครั้งหลังรายงานการประชุมประจำวันที่ 14-15 มี.ค.ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ต้องการให้เฟดเริ่มต้นปรับลดขนาดงบดุลซึ่งนักลงทุนทองคำควรศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมรับการปรับลดขนาดงบดุลของเฟดในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะตลอดระยะเวลาหลายปี ระหว่าง QE1-QE2 ราคาทองคำพุ่งขึ้นถึง 70% ก่อนที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังปี 2011 จะกดดันให้ราคาปรับตัวลง

หากในอนาคตอันใกล้นี้เฟดส่งสัญญาณที่ชัดเจนทั้งขนาดและเวลาในการเริ่มปรับลดขนาดงบดุลจะส่งผลกับสินทรัพย์ทั่วโลกรวมถึงทองคำ เพราะการลดขนาดงบดุลถือเป็นการดูดสภาพคล่องออกจากระบบเศรษฐกิจทองคำคาดว่าจะได้ผลกระทบในเชิงลบในช่วงแรก แต่หากเฟดลดขนาดงบดุลเร็วเกินไป อาจก่อให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเนื่องจากการซื้อพันธบัตรน้อยลงอาจจะทำให้ดอกเบี้ยสินเชื่อจำนองและต้นทุนการกู้ในระยะยาวอื่นๆพุ่งขึ้นซึ่งจะกลับมาหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน

ทั้งนี้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าเฟดจะส่งสัญญาณเพื่อให้ตลาดเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเพียงใดจึงแนะนำให้นักลงทุนศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับการลดขนาดงบดุลของเฟดในอนาคตต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560