
'ซื้อขายของออนไลน์' เติบโตต่อเนื่อง
ในยุคนี้การซื้อขายของออนไลน์กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นในกลุ่มคนไทย สาเหตุหลักมาจากความก้าวหน้าของอินเตอร์เน็ต และระบบโทรศัพท์ไร้สายที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีจำนวนผู้เข้าถึงระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 30 ล้านคนในปัจจุบัน ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกทั้งไทย และเทศต่างกระโดดเข้าร่วมวงกันอย่างคึกคัก ล่าสุด 11Street เว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์ชื่อดังจากเกาหลีใต้ก็โดดเข้ามาร่วมชิงรายได้ในตลาดนี้ซึ่งมีมูลค่ากว่าแสนล้านบาทเช่นกัน ด้วยความเติบโต และน่าสนใจของตลาดซื้อขายของออนไลน์ จึงทำให้ทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative ทำการรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาให้ได้อ่านกัน
จากข้อมูลรายได้ของธุรกิจ E- Commerce ประเภท B2C หรือ Business to Consumer ในประเทศไทยจากการเก็บข้อมูลของ Statista พบว่า มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยในปี 2014 มีรายได้รวมอยู่ที่ 67,515 ล้านบาท ในปี 2015 มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 81,200 ล้านบาท สำหรับในปี 2016 มีรายได้ 100,520 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2017 การแข่งขันในธุรกิจนี้จะทวีความรุนแรงขึ้น และส่งผลให้ยอดขายของธุรกิจ E- Commerce ในกลุ่มประเภท B2C พุ่งขึ้นไปถึง 120,855 ล้านบาทเลยทีเดียว
สำหรับข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ในตลาด B2C หรือ Business to Consumer ของประเทศไทย ซึ่งเก็บรวบรวมโดย ECommerceIQตั้งแต่เดือนมีนาคม 2016 จนถึงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 พบว่า Lazada TH ยังคงครองความเป็นผู้นำมาโดยตลอดด้วยยอดการเข้าชมเฉลี่ยประมาณ 30 ล้านครั้งต่อเดือน และที่มาแรงก็คือ 11Street ซึ่งเพิ่งเข้ามาทำตลาดเมื่อต้นปี 2017 หรือแค่เพียง 2 เดือนแต่ก็สามารถยึดตำแหน่งอันดับ 2 ได้สำเร็จด้วยยอดเฉลี่ยในเดือนมกราคมที่ประมาณ 3.1 ล้านครั้ง และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 7.6 ล้านครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อันดับ 3 เป็นเวปไซต์JIB ซึ่งขายอุปกรณ์กลุ่มไอทีมียอดเฉลี่ยประมาณ 2 ล้านครั้งต่อเดือนใกล้เคียงกับอันดับ 4 คือ เว็บไซต์ Advice ที่ขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์ไอทีเช่นกันก็มียอดเฉลี่ยที่ประมาณ 2 ล้านครั้งต่อเดือน ในขณะที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกอย่าง Cmart ,Central และ Tesco Lotus มีการเข้าชมที่ค่อนข้างจะคงที่เฉลี่ยประมาณ 1.5 ล้านครั้งต่อเดือนต่อราย ทั้งนี้จากข้อมูลที่เห็นดังกล่าวเป็นเพียงจำนวนการเข้าชมในแต่ละเว็บไซต์เท่านั้น แต่การที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับราคา รวมไปถึงกลยุทธ์การทำตลาดของแต่ละเว็บไซต์เป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตามการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างทางด้านอินเตอร์เน็ตในประเทศ น่าจะส่งผลให้ในอนาคตธุรกิจอี-คอมเมิร์ซยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตไปได้มากขึ้น และยั่งยืน อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในประเทศที่จะขยายช่องทางการค้าไปสู่รูปแบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคให้มีช่องทางเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้มีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศไม่ซบเซาอีกต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,256 วันที่ 27 - 29 เมษายน พ.ศ. 2560
สำหรับข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ในตลาด B2C หรือ Business to Consumer ของประเทศไทย ซึ่งเก็บรวบรวมโดย ECommerceIQตั้งแต่เดือนมีนาคม 2016 จนถึงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 พบว่า Lazada TH ยังคงครองความเป็นผู้นำมาโดยตลอดด้วยยอดการเข้าชมเฉลี่ยประมาณ 30 ล้านครั้งต่อเดือน และที่มาแรงก็คือ 11Street ซึ่งเพิ่งเข้ามาทำตลาดเมื่อต้นปี 2017 หรือแค่เพียง 2 เดือนแต่ก็สามารถยึดตำแหน่งอันดับ 2 ได้สำเร็จด้วยยอดเฉลี่ยในเดือนมกราคมที่ประมาณ 3.1 ล้านครั้ง และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 7.6 ล้านครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อันดับ 3 เป็นเวปไซต์JIB ซึ่งขายอุปกรณ์กลุ่มไอทีมียอดเฉลี่ยประมาณ 2 ล้านครั้งต่อเดือนใกล้เคียงกับอันดับ 4 คือ เว็บไซต์ Advice ที่ขายสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์ไอทีเช่นกันก็มียอดเฉลี่ยที่ประมาณ 2 ล้านครั้งต่อเดือน ในขณะที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกอย่าง Cmart ,Central และ Tesco Lotus มีการเข้าชมที่ค่อนข้างจะคงที่เฉลี่ยประมาณ 1.5 ล้านครั้งต่อเดือนต่อราย ทั้งนี้จากข้อมูลที่เห็นดังกล่าวเป็นเพียงจำนวนการเข้าชมในแต่ละเว็บไซต์เท่านั้น แต่การที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับราคา รวมไปถึงกลยุทธ์การทำตลาดของแต่ละเว็บไซต์เป็นสำคัญ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,256 วันที่ 27 - 29 เมษายน พ.ศ. 2560






