
รู้กฎก่อนรุก:หนานหนิง(ตอนที่1) กับขั้นตอนประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเมล็ดพันธุ์
อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืช เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตทั้งในอาเซียนและเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องด้วยเป็นกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรต่อเนื่องสู่ภาคอุตสาหกรรมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกให้เหมาะกับแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่โดยใช้เทคโนโลยีและการจัดการกลุ่มพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดบริโภคและการส่งออกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ รวมไปถึงการใช้เมล็ดพันธุ์เพื่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์
สำหรับสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก พบว่าการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืชมีปริมาณสูงขึ้นทั้งจากชาวจีนเองและการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งนครหนานหนิง ในเขตปกครองตนเองกว่างซี คือหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมดังกล่าวในการตั้งแหล่งโรงงานผลิตกระทั่งเข้าสู่กระบวนการนำเข้าส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลกเนื่องจากเป็นตลาดที่เปิดกว้างมีความหลากหลายด้านการลงทุนและการกระจายสินค้า
การจัดตั้งธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเมล็ดพันธุ์ในจีนนั้น มีกฎระเบียบและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และแต่ละหน่วยงานมีขอบเขตอำนาจหน้าที่แยกจากกัน ตัวอย่างกรณีการนำเข้าซึ่งเมล็ดพันธุ์นั้น สำนักบริหารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์(Administration for Industrial and Commerce) ของจีนจะรับผิดชอบงานด้านการจดทะเบียนจัดตั้งกิจการ ส่วนการขออนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์ ผู้นำเข้าจำเป็นต้องขออนุญาตจากกระทรวงเกษตรจีน รวมทั้งสำนักควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคประจำท้องถิ่น เพื่อขออนุญาตการนำเข้าตามลำดับ
สำนักบริหารอุตสาหกรรมและพาณิชย์นครหนานหนิง ได้ระบุถึงระเบียบขั้นตอนเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออกเมล็ดพันธุ์ไว้เป็น 2 ประเภท คือ
1. กรณีดำเนินกิจการในฐานะ “สำนักงานตัวแทน” (Representative Office) และ
2. กรณีการจัดตั้งบริษัทนำเข้าส่งออกเมล็ดพันธุ์ (Trading Company)
ในตอนที่ 1 นี้จะขอกล่าวถึง การจัดตั้งสำนักตัวแทน(Representative Office) ซึ่งอ้างองิ ด้วย ข้อกำหนดว่าด้วยการบริหารจัดการจดทะเบียนสำนักงานตัวแทนของธุรกิจต่างชาติ โดยสถานะของ “สำนักงานตัวแทน”ย่อมจัดตั้งขึ้นโดยบริษัทต่างชาติมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อใช้เป็นตัวแทนของบริษัทแม่จากต่างประเทศ มีอำนาจขอบเขตในการ
- ติดต่อประสานงานทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการที่อยู่ในจีนในนามของบริษัทแม่เท่านั้น ไม่สามารถแสวงหากำไรได้โดยตรง (เว้นแต่จะได้รับการยอมรับตามข้อตกลงนานาชาติ)
- การทำกิจกรรมด้านการตลาด ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจ เช่น การวิจัยตลาด การจัดแสดงและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัท รวมถึงกิจกรรมสนับสนุนการตลาด ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่
ในต่างประเทศกับลูกค้าในจีนด้วย
โดยขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งสำนักงานตัวแทนของธุรกิจต่างชาติ ผู้ประกอบการต่างชาติสามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียนจัดตั้งสำนักงานตัวแทนในนครหนานหนิงได้โดยตรงที่สำนักบริหารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์นครหนานหนิง (Administration for industrial and Commerceof Nanning) ยกเว้นจะเป็นสำนักงานตัวแทนที่มีกฎหมายพิเศษควบคุม ซึ่งจะต้องจดทะเบียนกับสำนักงานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์เขตฯ กว่างซีจ้วง (ระดับมณฑล)
สำหรับเอกสารประกอบสำหรับการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งสำนักงานตัวแทน มีดังนี้
(1) คำร้องขอจดทะเบียนจัดตั้งสำนักงานตัวแทนของธุรกิจต่างชาติ
(2) หนังสือมอบอำนาจให้ผู้แทนเฉพาะหรือตัวแทน
(3) เอกสารหลักฐานรับรองสถานที่ตั้งของธุรกิจต่างชาติหรือเอกสารรับรองการประกอบกิจการตามกฎหมายมากกว่า 2 ปี หมายถึงเอกสารที่สามารถใช้ยืนยันรับรองคุณสมบัติของธุรกิจต่างชาติหรือเอกสารที่ใช้ยืนยันการประกอบกิจการเกินกว่า 2 ปี ของธุรกิจต่างชาติซึ่งออกโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย
4) หนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อตกลงการก่อตั้งกิจการ(ของบริษัทแม่ในต่างประเทศ)
5) เอกสารหลักฐานการรับรองหรือมอบอำนาจให้ผู้มีอำนาจลงนาม (ของบริษัทแม่ในต่างประเทศ)
6) หนังสือแต่งตั้งหัวหน้าผู้แทนและผู้แทน (ของบริษัทแม่ในต่างประเทศ)
7) เอกสารหลักฐานรับรองเครดิตที่ออกโดยสถาบันการเงินที่มีธุรกรรมร่วมกับธุรกิจต่างชาติ (ของบริษัทแม่ในต่างประเทศ)
8) เอกสารหลักฐานแสดงสถานะและประวัติส่วนตัวของหัวหน้าผู้แทนและผู้แทน
9) เอกสารหลักฐานรับรองการใช้สถานที่ประกอบกิจการที่ชอบด้วยกฎหมายของสำนักงานตัวแทน
การจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบสำนักงานตัวแทนจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับธุรกิจต่างชาติที่ต้องการความสะดวกในการติดต่อประสานกับลูกค้าในพื้นที่จีน ซึ่งจะช่วยให้สามารถผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดได้เป็นอย่างดี โดยจีนจะไม่มีข้อกำหนดด้านเงินทุนในการจัดตั้งธุรกิจประเภทสำนักงานตัวแทนแต่ธุรกิจลักษณะนี้จำเป็นต้องเสียภาษีด้วย ซึ่งหน่วยงานด้านการบริหารการจัดเก็บภาษีของมลรัฐ (State Administration of Taxation)กำหนดให้สำนักงานตัวแทนจะต้องจ่ายทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีการขาย และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยจะคิดภาษีจากค่าใช้จ่ายของกิจการที่เกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ดี การเสียภาษีของสำนักงานตัวแทนยังคงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับภาษีของธุรกิจในรูปแบบการลงทุนจัดตั้งบริษัทต่างชาติในจีน ซึ่งจะขอกล่าวถึงรายละเอียดและขั้นตอนสำคัญต่างๆ ในกรณี การจัดตั้งบริษัทนำเข้าส่งออกเมล็ดพันธุ์ (Trading Company)ในบทความ รู้กฎก่อนรุก เรื่องหนานหนิงกับขั้นตอนประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเมล็ดพันธุ์ ตอนที่ 2 ต่อไป
พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,251วันที่ 9 - 12 เมษายน พ.ศ. 2560
สำหรับสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก พบว่าการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืชมีปริมาณสูงขึ้นทั้งจากชาวจีนเองและการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งนครหนานหนิง ในเขตปกครองตนเองกว่างซี คือหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมดังกล่าวในการตั้งแหล่งโรงงานผลิตกระทั่งเข้าสู่กระบวนการนำเข้าส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลกเนื่องจากเป็นตลาดที่เปิดกว้างมีความหลากหลายด้านการลงทุนและการกระจายสินค้า
การจัดตั้งธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเมล็ดพันธุ์ในจีนนั้น มีกฎระเบียบและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และแต่ละหน่วยงานมีขอบเขตอำนาจหน้าที่แยกจากกัน ตัวอย่างกรณีการนำเข้าซึ่งเมล็ดพันธุ์นั้น สำนักบริหารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์(Administration for Industrial and Commerce) ของจีนจะรับผิดชอบงานด้านการจดทะเบียนจัดตั้งกิจการ ส่วนการขออนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์ ผู้นำเข้าจำเป็นต้องขออนุญาตจากกระทรวงเกษตรจีน รวมทั้งสำนักควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคประจำท้องถิ่น เพื่อขออนุญาตการนำเข้าตามลำดับ
สำนักบริหารอุตสาหกรรมและพาณิชย์นครหนานหนิง ได้ระบุถึงระเบียบขั้นตอนเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออกเมล็ดพันธุ์ไว้เป็น 2 ประเภท คือ
1. กรณีดำเนินกิจการในฐานะ “สำนักงานตัวแทน” (Representative Office) และ
2. กรณีการจัดตั้งบริษัทนำเข้าส่งออกเมล็ดพันธุ์ (Trading Company)
ในตอนที่ 1 นี้จะขอกล่าวถึง การจัดตั้งสำนักตัวแทน(Representative Office) ซึ่งอ้างองิ ด้วย ข้อกำหนดว่าด้วยการบริหารจัดการจดทะเบียนสำนักงานตัวแทนของธุรกิจต่างชาติ โดยสถานะของ “สำนักงานตัวแทน”ย่อมจัดตั้งขึ้นโดยบริษัทต่างชาติมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อใช้เป็นตัวแทนของบริษัทแม่จากต่างประเทศ มีอำนาจขอบเขตในการ
- ติดต่อประสานงานทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการที่อยู่ในจีนในนามของบริษัทแม่เท่านั้น ไม่สามารถแสวงหากำไรได้โดยตรง (เว้นแต่จะได้รับการยอมรับตามข้อตกลงนานาชาติ)
- การทำกิจกรรมด้านการตลาด ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจ เช่น การวิจัยตลาด การจัดแสดงและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัท รวมถึงกิจกรรมสนับสนุนการตลาด ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่
ในต่างประเทศกับลูกค้าในจีนด้วย
สำหรับเอกสารประกอบสำหรับการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งสำนักงานตัวแทน มีดังนี้
(1) คำร้องขอจดทะเบียนจัดตั้งสำนักงานตัวแทนของธุรกิจต่างชาติ
(2) หนังสือมอบอำนาจให้ผู้แทนเฉพาะหรือตัวแทน
(3) เอกสารหลักฐานรับรองสถานที่ตั้งของธุรกิจต่างชาติหรือเอกสารรับรองการประกอบกิจการตามกฎหมายมากกว่า 2 ปี หมายถึงเอกสารที่สามารถใช้ยืนยันรับรองคุณสมบัติของธุรกิจต่างชาติหรือเอกสารที่ใช้ยืนยันการประกอบกิจการเกินกว่า 2 ปี ของธุรกิจต่างชาติซึ่งออกโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย
4) หนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อตกลงการก่อตั้งกิจการ(ของบริษัทแม่ในต่างประเทศ)
5) เอกสารหลักฐานการรับรองหรือมอบอำนาจให้ผู้มีอำนาจลงนาม (ของบริษัทแม่ในต่างประเทศ)
6) หนังสือแต่งตั้งหัวหน้าผู้แทนและผู้แทน (ของบริษัทแม่ในต่างประเทศ)
7) เอกสารหลักฐานรับรองเครดิตที่ออกโดยสถาบันการเงินที่มีธุรกรรมร่วมกับธุรกิจต่างชาติ (ของบริษัทแม่ในต่างประเทศ)
8) เอกสารหลักฐานแสดงสถานะและประวัติส่วนตัวของหัวหน้าผู้แทนและผู้แทน
9) เอกสารหลักฐานรับรองการใช้สถานที่ประกอบกิจการที่ชอบด้วยกฎหมายของสำนักงานตัวแทน
อย่างไรก็ดี การเสียภาษีของสำนักงานตัวแทนยังคงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับภาษีของธุรกิจในรูปแบบการลงทุนจัดตั้งบริษัทต่างชาติในจีน ซึ่งจะขอกล่าวถึงรายละเอียดและขั้นตอนสำคัญต่างๆ ในกรณี การจัดตั้งบริษัทนำเข้าส่งออกเมล็ดพันธุ์ (Trading Company)ในบทความ รู้กฎก่อนรุก เรื่องหนานหนิงกับขั้นตอนประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเมล็ดพันธุ์ ตอนที่ 2 ต่อไป
พบกับอัพเดตความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.com หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,251วันที่ 9 - 12 เมษายน พ.ศ. 2560






