thansettakij
thansettakij
สังคมเพี้ยนได้ขนาดนี้ เราก็มาช่วยๆ กันดึงไว้หน่อย!?!?

สังคมเพี้ยนได้ขนาดนี้ เราก็มาช่วยๆ กันดึงไว้หน่อย!?!?

09 เม.ย. 60 | 00:00 น.
อัปเดตล่าสุด :09 เม.ย. 60 | 06:45 น.
เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา “รัฐบาล และคสช.” มีคำสั่งมาตรา 44 บังคับใช้กฎหมายกรณีผู้โดยสารต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งในรถยนต์กระบะหรือปิกอัพ ที่จดทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก อธิบายร่วมกันว่า ไม่ใช่แค่ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ… แต่ตรงช่วงแค็บก็ห้ามให้นั่งด้วย!?!?!?

ทั้งที่รู้ก็ทั้งรู้ว่า กฎระเบียบอะไร? ที่ออกมาใช้บังคับประชาชนต้องอำนวยประโยชน์ให้ชาวบ้านส่วนรวมมากกว่าสร้างความยุ่งยากลำบากในการดำรงวิถีชีวิตประจำวัน ผมเลยไม่แปลกใจที่มาตรการ “ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ”จะถูกประชาชนด่ายับทั่วประเทศ และที่สุด ตำรวจกับกรมการขนส่งฯ ก็ยอมเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไป

อยากรู้จริงๆ ใคร?เป็นคนชงเรื่องดังกล่าว ใช่ผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายต่อรัฐบาลและคสช.หรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไป แต่จากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้เห็นระบบ “คัด-กรอง” นโยบายและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลว่ามีความหละหลวมและไม่โปร่งใส เพราะไม่ว่าจะคิดหรือทำเรื่องอะไร?มักถูกต่อต้านจากประชาชนแทบทุกเรื่อง

รวมทั้งมาตรการ “ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ” ที่อ้างว่าจะลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งว่ากันตามจริงแล้วก็ไม่มีใครรู้หรือให้คำตอบที่ชัดเจนได้ เพราะจาก “ข้อมูล-ตัวเลข” ของผู้เสียชีวิตในแต่ละปี ส่วนใหญ่มักมีเหตุมาจากรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่โดยคนเมาแล้วขับและเกิดในชุมชนมากกว่าในถนนไฮเวย์ที่เป็นเส้นทางหลัก

ครึ่งค่อนชีวิตเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนและทำงานในกรุงเทพฯ ผมจึงเป็นอีกคนหนึ่งที่มักนำพาตัวเองไปอยู่บนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ผมรู้สึกว่า อุบัติเหตุต่างๆ ที่ผ่านพบในระหว่างเดินทางแต่ละครั้ง มักมาจากความหงุดหงิดใจร้อนของผู้ขับขี่รถยนต์มากกว่าความประมาท โดยเฉพาะเมื่อถูกจับตรวจวัดแอลกอฮอล์และจราจรติดขัดจนเป็นอัมพาต

ผมเคยเขียนเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาอุบัติเหตุ และจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตมาหลายครั้ง โดยสรุปสั้นๆ ว่าไม่จำเป็นจะต้องตั้งด่านตรวจให้มากเกินไป เนื่องจากด่านตรวจเกือบทุกแห่งจะกลายเป็นเครื่องกีดขวางการจราจร แต่ควรจัดวางรถตำรวจทางหลวงไว้ในจุดจอดที่ไม่ทำให้ถนนกลายเป็นคอขวด… และที่สำคัญ ก่อนถึงช่วงเทศกาลสำคัญๆควรที่จะสำรวจเส้นทางลัดในแต่พื้นที่เพื่อระบายรถไม่ให้ไปกระจุกตัวในพื้นที่“ชุมทาง” แต่ละภูมิภาค

พร้อมกันนี้ ก็ให้ปักป้ายอธิบาย “ข้อมูล” เส้นทางลัดแต่ละแห่งด้วยว่า ผ่านสถานที่ไหน? และจะไปเข้าสู่ถนนหลักที่จุดไหน?บ้าง เช่นเดียวกับต้องปักป้ายอธิบายสถานที่ผ่านให้ละเอียดด้วย ไม่ใช่มีป้ายว่า “เส้นทางลัด” ไปโน่น-ไปนี่ แต่พอประชาชนเอารถเข้า “เช็กอิน” ป้ายต่างๆ ที่อธิบายเส้นทางจนถึงจุด “เช็กเอาต์” หายไปเฉยๆ ก็จะทำให้ผู้ขับขี่เข็ดเขี้ยวไม่กล้าเข้าไปใช้บริการเส้นทางลัดซํ้าอีก

ผมเคยมีประสบการณ์เข้าไปใช้บริการ “เส้นทางลัด” ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ปรากฏว่าหลังจากเช็กอินเข้าไปไม่นาน ป้ายบอกเส้นทางที่เห็นตอนแรกกลับสูญหายไปเฉยๆ ทำให้เสียเวลาหยุดรถเพื่อสอบถามชาวบ้านเป็นระยะๆ นอกจากเสียเวลาแล้วยังทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี รวมทั้งยังหงุดหงิดตัวเองที่ตัดสินใจผิดพลาดด้วย

ทั้งที่สาเหตุจริงๆ ที่ทำให้ป้ายบอกทางสูญหายในบางจุด-บางพื้นที่อาจจะไม่ใช่ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่เกิดจากปัญหาลมฟ้าอากาศ เพราะในบางปีมีพื้นที่หลายแห่งเกิดพายุฤดูร้อน หรือฝนตกหนักก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ป้ายบอกทางเกิดการสูญหายได้ทั้งนั้น

เอาเรื่องโน้นมาพันกับเรื่องนี้ ไม่มีอะไร?มากหรอกครับ ผมเพียงแต่อยากเปลี่ยนแนวมาเป็นเรื่องเบาๆ สลับฉากบ้างเท่านั้น ก็ดูสิครับ ตำรวจ-กับกรมการขนส่งทางบก ทำท่าขึงขังว่าจะออกมาตรการ “ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ” พอถูกด่าและมีเสียงคัดค้านก็ยอมถอยง่ายๆ ซะงั้น สะท้อนภาพให้เห็นว่า “กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย” ชัดเจน

หรือว่า โลกทุกวันนี้มันเพี้ยนไปหมดแล้ว เมื่อวันก่อนเพื่อนเก่าแก่แวะมาเยี่ยมและถามว่า เพื่อนได้ยินท่านเจ้าคุณที่เป็นพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งพูดถึงพระเถระรูปหนึ่งของวัดแถวจังหวัดปทุมธานี ที่เอาเงินบริจาคเป็นร้อยเป็นพันล้านไปเล่นหุ้น ว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน… ผมรู้แต่ว่า เจ้าชายสิทธัตถะ ออกบวชเพื่อละกิเลส และคำสอนของพระบรมศาสดาหลังตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ท่านก็ให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายละเลิกกิเลส ไม่ได้สอนให้แสวงหาความมั่งคั่งรํ่ารวย

ดังนั้น มันจะต้องไปหาทางเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินอีกทำไม? และผมคิดว่า บ้านเมืองไทยวันนี้ มันคงเพี้ยนกันไปหมดแล้วหรือ? ผู้คนทั้งทางโลก-ทางธรรม จึงกล้าทำชั่ว และหน้าด้านหน้าหนาหนักข้อขึ้นทุกวัน รวมทั้งยังเถียงข้างๆ คูๆ ด้วยว่าฝ่ายที่เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินถูกรังแก ศาสนาถูกรังแก เช่นเดียวกับที่พยายามจะออกกฎระเบียบอะไร?ต่างๆ เพื่อบังคับประชาชน!?!?!?
ถึงตอนนี้ เมื่อมันเพี้ยนไปมากแล้ว เราก็มาช่วยๆ กันดึงไว้หน่อยนะครับ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,251วันที่ 9 - 12 เมษายน พ.ศ. 2560