
ทรัมป์พบสีจิ้นผิง
1. ทรัมป์จะเปิดรังต้อนรับผู้นำจีน ที่คลับมาร์อาลาโก ในปาล์มบีช ไมอามี รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นรีสอร์ทหรูของทรัมป์
2. ก่อนหน้าผู้นำจีนจะเดินทางไปสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ลงนามในคำสั่งพิเศษว่าด้วยเรื่องการค้า 2 ฉบับ ที่มุ่งเล่นงานกับประเทศคู่ค้าที่สหรัฐฯมองว่าทำการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ เป็นการต้อนรับผู้นำจีนล่วงหน้าแบบแสบๆดีเหลือเกิน
คำสั่งพิเศษ 2 ฉบับดังกล่าวนั้น ฉบับแรก จะทำให้มีการทบทวนถึงปัญหาการขาดดุลการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งจะนำไปสู่การทบทวนการค้ากับ 16 ประเทศทั่วโลก ในจำนวนนี้ รวมถึง จีน และ อินเดียด้วยและจะพิจารณาเป็นรายประเภทสินค้ากันทีเดียว ว่าเพราะเหตุใดสหรัฐฯถึงขาดดุลการค้ามหาศาล
ฉบับที่ 2 จะเปิดให้มีการพิจารณาการใช้กฎหมายต่อต้านการทุ่มตลาดในสหรัฐฯที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การเก็บภาษีสินค้าจากต่างประเทศที่ทำการค้ากับสหรัฐฯที่ไม่เป็นธรรม โดยสหรัฐฯบอกว่าเป็นการ “โกง” กันทีเดียว
แม้ว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวจะบอกว่า คำสั่งทั้ง 2 ฉบับไม่ได้เจาะจงไปที่จีน แต่หากพิจารณาบริบทจากท่าทีของทรัมป์ และการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯต่อจีนนั้น ก็ต้องบอกว่า สหรัฐฯกำลังขู่จีนชัดๆนั่นแหละครับ
โดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งเล่นงานจีนมาตั้งแต่ช่วงหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาว่า จีนได้ทุ่มตลาดสินค้าราคาถูกในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก เครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ หรือเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนั้น ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า จีนแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ได้เปรียบในด้านการค้ากับต่างประเทศด้วย
นอกจากนั้น ที่ผ่านมา แนวทางในเรื่องนโยบายการค้าของทั้งจีน และสหรัฐฯ สวนทางกันชัดเจนมากขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ เพราะในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งไปที่นโยบาย America First เน้นไปที่การกีดกันทางการค้า ต่อต้านโลกกาภิวัฒน์ แต่สำหรับจีนนั้นคำว่า โลกาภิวัฒน์ ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ
จีนกำลังเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นโรงงานผลิตสินค้าจับฉ่าย สู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าระดับไฮเอนด์ ใช้เทคโนโลยีระดับสูงมากขึ้น และในช่วงที่ผ่านมาจีนให้ความสัมพันธ์กับการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) อย่างมาก และต่อเนื่อง อันเป็นหนึ่งในการปรับเปลี่ยนโมเดลทางเศรษฐกิจของประเทศ
จีนจึงต้องการมันสมองจากทั่วโลก เข้าไปพัฒนาเศรษฐกิจของจีนมากขึ้น จีนยังต้องพึ่งพาระบบการค้าเสรีอยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งที่ผ่านมานี้จะเห็นว่า จีนเข้าไปมีความร่วมมือทางด้านการค้ากับในแทบทุกภูมิภาคของโลกครับ
การพบกันระหว่างทรัมป์ และ สีจิ้นผิง ในวันที่ 6-7 เมษายนนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการพบกันของ “มวยถูกคู่” อย่างที่สุด และยังเป็นเวทีพบกันของผู้นำโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคพ.ศ.นี้แล้วครับ
เพราะ สหรัฐอเมริกาคือประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 ของโลก ขณะที่จีนมีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของโลก การปะทะกันของทั้ง 2 ประเทศที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ แน่นอนย่อมกระทบกับการค้าทั่วโลกได้ไม่ยากนักจากความต่างที่เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ
ช้างสารมาพบกันแล้ว รอดูว่าหญ้าแพรกจะแหลกราญหรือไม่ครับหลังจากนี้ ...
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560






