
คาร์ แชร์ริ่ง กับการปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแบ่งปัน
ในขณะที่ผมกำลังนั่งเขียนบทความนี้ ข่าวเรื่องการดำเนินงานของ Uber ในประเทศไทย และความไม่สอดคล้องของการรับส่งผู้โดยสารตามข้อกฎหมาย กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่พอดี
[caption id="attachment_138553" align="aligncenter" width="503"]
คาร์ แชร์ริ่ง กับการปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแบ่งปัน[/caption]
ผมเองเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการของ Uber อยู่บ่อยครั้ง และค่อนข้างพอใจกับบริการที่ได้รับ จนอดคิดไม่ได้ว่าความต้องการของผู้บริโภคและความเปลี่ยนไปของพฤติกรรมผู้บริโภคจะเป็นเครื่องกำหนดทิศทางของธุรกิจในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กลับเข้ามาในเรื่องของ Car sharing ที่ผมได้เขียนในครั้งที่แล้ว หากนำมาพิจารณากับธุรกิจของ Uber ในประเทศไทยที่เป็นแบบ Ride sharing คือมีผู้ขับพาเราไปส่งให้แทนที่เราจะเป็นผู้ขับขี่เอง
ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในภาพใหญ่ของสิ่งที่เราเรียกว่า Sharing economy หรือเศรษฐกิจแบ่งปัน ที่ส่งผลให้ผู้คนสามารถแบ่งปันสิ่งที่ตนเองมีอยู่ เช่น บ้านพัก รถยนต์ ที่จอดรถ พนักงาน ฯลฯ ให้ผู้อื่นมาเช่าใช้ได้ เป็นที่คาดกันว่าเม็ดเงินในตลาดประเภทแบ่งปันกันใช้นี้จะมีมูลค่าสูงกว่า 10 ล้านล้านบาท ในอีก 10 ปีข้างหน้า
ซึ่งหากพิจารณาในส่วนของ Car sharing นั้น เป็นที่คาดการณ์กันว่าอัตราการเติบโตที่สูงสุดจะอยู่ในโซนเอเซียแปซิฟิก ด้วยเหตุผลที่ว่าต้นทุนการเป็นเจ้าของรถยนต์ โดยเฉพาะในพื้นที่ๆ อยู่ในเขตตัวเมืองชั้นในนั้นมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น Car sharing จึงมีโอกาสทางธุรกิจอยู่มากและน่าจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว
อย่างไรก็ดี ประเด็นปัญหาที่มีต่อธุรกิจ Car sharing ในส่วนของเงื่อนไขความรับผิดชอบด้านประกันภัยก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้ว เช่น ในสหรัฐอเมริกาที่มีกฎหมายในแต่ละรัฐไม่เหมือนกันนั้น ได้เคยเกิดกรณีตัวอย่างในเหตุการณ์ที่ผู้ขับขี่รถยนต์ในรัฐนิวยอร์คได้เช่ารถแบบ Car sharing ที่เจ้าของรถยนต์เปิดให้บุคคลอื่นมาเช่าได้แล้วไปเกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์อีกคันหนึ่ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เช่ามานั้นเสียชีวิต
กรณีนี้ ประเด็นปัญหาเรื่องประกันภัยเป็นข้อถกเถียงกันในเชิงกฎหมายและสิ้นสุดลงด้วยการที่ทางบริษัทที่ให้บริการนั้น ต้องไปตกลงกับคู่กรณีนอกศาล ด้วยจำนวนเงินที่ไม่สามารถระบุได้ จึงเป็นเหตุให้เจ้าของรถยนต์ที่จะให้เช่ารถของตัวเองนั้น ต้องกลับไปศึกษาข้อกฎหมายในเรื่องประกันภัยให้ดีก่อนเข้าสู่ธุรกิจ Car sharing ซึ่งข้อคิดในเรื่องนี้ มีผลต่อธุรกิจแบบแบ่งปันในช่วงแรก
แต่ผมเองเชื่อว่าการปรับตัวเข้าสู่ยุคแห่งเศรษฐกิจแบ่งปันนี้ ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ตามมา เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคให้เหมาะสมกับภาคธุรกิจที่เปลี่ยนไปแน่ๆครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560
[caption id="attachment_138553" align="aligncenter" width="503"]
ผมเองเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการของ Uber อยู่บ่อยครั้ง และค่อนข้างพอใจกับบริการที่ได้รับ จนอดคิดไม่ได้ว่าความต้องการของผู้บริโภคและความเปลี่ยนไปของพฤติกรรมผู้บริโภคจะเป็นเครื่องกำหนดทิศทางของธุรกิจในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กลับเข้ามาในเรื่องของ Car sharing ที่ผมได้เขียนในครั้งที่แล้ว หากนำมาพิจารณากับธุรกิจของ Uber ในประเทศไทยที่เป็นแบบ Ride sharing คือมีผู้ขับพาเราไปส่งให้แทนที่เราจะเป็นผู้ขับขี่เอง
ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในภาพใหญ่ของสิ่งที่เราเรียกว่า Sharing economy หรือเศรษฐกิจแบ่งปัน ที่ส่งผลให้ผู้คนสามารถแบ่งปันสิ่งที่ตนเองมีอยู่ เช่น บ้านพัก รถยนต์ ที่จอดรถ พนักงาน ฯลฯ ให้ผู้อื่นมาเช่าใช้ได้ เป็นที่คาดกันว่าเม็ดเงินในตลาดประเภทแบ่งปันกันใช้นี้จะมีมูลค่าสูงกว่า 10 ล้านล้านบาท ในอีก 10 ปีข้างหน้า
ซึ่งหากพิจารณาในส่วนของ Car sharing นั้น เป็นที่คาดการณ์กันว่าอัตราการเติบโตที่สูงสุดจะอยู่ในโซนเอเซียแปซิฟิก ด้วยเหตุผลที่ว่าต้นทุนการเป็นเจ้าของรถยนต์ โดยเฉพาะในพื้นที่ๆ อยู่ในเขตตัวเมืองชั้นในนั้นมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น Car sharing จึงมีโอกาสทางธุรกิจอยู่มากและน่าจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว
อย่างไรก็ดี ประเด็นปัญหาที่มีต่อธุรกิจ Car sharing ในส่วนของเงื่อนไขความรับผิดชอบด้านประกันภัยก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้ว เช่น ในสหรัฐอเมริกาที่มีกฎหมายในแต่ละรัฐไม่เหมือนกันนั้น ได้เคยเกิดกรณีตัวอย่างในเหตุการณ์ที่ผู้ขับขี่รถยนต์ในรัฐนิวยอร์คได้เช่ารถแบบ Car sharing ที่เจ้าของรถยนต์เปิดให้บุคคลอื่นมาเช่าได้แล้วไปเกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์อีกคันหนึ่ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เช่ามานั้นเสียชีวิต
กรณีนี้ ประเด็นปัญหาเรื่องประกันภัยเป็นข้อถกเถียงกันในเชิงกฎหมายและสิ้นสุดลงด้วยการที่ทางบริษัทที่ให้บริการนั้น ต้องไปตกลงกับคู่กรณีนอกศาล ด้วยจำนวนเงินที่ไม่สามารถระบุได้ จึงเป็นเหตุให้เจ้าของรถยนต์ที่จะให้เช่ารถของตัวเองนั้น ต้องกลับไปศึกษาข้อกฎหมายในเรื่องประกันภัยให้ดีก่อนเข้าสู่ธุรกิจ Car sharing ซึ่งข้อคิดในเรื่องนี้ มีผลต่อธุรกิจแบบแบ่งปันในช่วงแรก
แต่ผมเองเชื่อว่าการปรับตัวเข้าสู่ยุคแห่งเศรษฐกิจแบ่งปันนี้ ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ตามมา เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคให้เหมาะสมกับภาคธุรกิจที่เปลี่ยนไปแน่ๆครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560






