thansettakij
thansettakij
เปลี่ยน

เปลี่ยน

15 มี.ค. 60 | 08:54 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มี.ค. 60 | 15:54 น.
ผมได้มีโอกาสมาดูงานที่ประเทศจีนที่เกี่ยวกับนวัตกรรม 4.0 ของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการเดินทางที่เรียกว่าทรหดพอสมควรเพราะจะต้องนั่งรถข้ามหลายๆเมืองเลยทีเดียวสิ่งที่เห็นทำให้นึกถึงคำคำหนึ่งนึงคือ “Changing” ที่ต้องใช้คำนี้ก็เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องไม่ได้หยุดกับที่และยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

ภาพลักษณ์ที่เคยมองจีนแบบเดิมๆ เปลี่ยนมากๆ เรื่องแรกคือเรื่องคุณภาพไม่ใช่แค่คุณภาพสินค้าแต่ผมกำลังพูดถึงคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปมากคนจีนที่เราเคยคิดว่าเขาไร้ระเบียบวันนี้ผมนั่งรถไฟจากไท่โจวไปเซี่ยงไฮ้ด้วยรถไฟห้วกระสุนหล่อๆเหมือนในญี่ปุ่นระหว่างรอรถคนจีนยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบรอประตูเปิดอย่างเรียบร้อยชานชาลาสถานีสะอาดมีการดูแลอย่างดีพนักงานทำความสะอาดที่ใส่เครื่องแบบเรียบร้อยสวยงามเดินมาเช็ดพื้นเรื่อยๆ เมื่อขึ้นมาแล้วหลายๆคนในรถก็พูดคุยกันสนุกสนานแต่นั่งกันอย่างเป็นระเบียบตามที่ที่จัดไว้และผมกล้ารับประกันว่าสถานีรถไฟของเขาสะอาดและดูดีกว่าประเทศของเรา

tp06-3244-c พูดถึงการผลิตสินค้าความยิ่งใหญ่ของบริษัทใหญ่ๆมันใหญ่จริงๆผู้ผลิตเสื้อผ้าหลายแห่งเหมือนมีเมืองของตนเองคือมีทุกอย่างและดูดีมากๆด้วยแต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นผู้ผลิตแต่ละรายกำลังพัฒนาสินค้าพร้อมไปกับประสิทธิภาพการผลิตที่ไม่มองข้ามแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆเพื่อทดแทนปัญหาค่าแรงแพงแรงงานขาด (คุ้นๆกันไหมครับ) คิดแม้กระทั่งเครื่องมืองัดไม้หนีบเสื้อเพื่อให้การหนีบเสื้อผ้าทำได้โดยใช้คนคนเดียวและไม่เหนื่อยเกินไปผู้ผลิตกลุ่มนี้เลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการ“เปลี่ยน” แทนที่จะหนีเกือบทุกบริษัทบอกว่าการย้ายฐานการผลิตไปยังที่อื่นเป็นทางเลือกสุดท้ายเขาขอสู้ด้วยการคิดและทำในสิ่งที่ควรทำอย่างเต็มที่

บริษัทที่ไปเยี่ยมชมแห่งหนึ่งเดิมเป็นบริษัทขายจักรเย็บผ้าธรรมดาผันตัวเองมาเป็นบริษัทคิดเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่มีลิขสิทธิ์กว่า 600 ลิขสิทธิ์พอถามไปว่าทำไมถึงคิดมาทำบริษัทลักษณะนี้เขาตอบว่าเพราะเศรษฐกิจมันซบเซาคนงานก็แพงเขาขายจักรได้น้อยลงแต่เขามีความรู้เรื่องระบบการเย็บดีมากเลยตัดสินใจตั้งบริษัทแบบนี้ขึ้นมาเพื่อ “ช่วย” อุตสาหกรรมเสื้อผ้าในเขตที่เขาอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโรงงานมีปัญหาอะไรเขาเอากลับมาคิดวิเคราะห์ออกแบบให้ประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นการขาย“ความคิด”พร้อมๆไปกับเครื่องมือที่จะทำให้“ความคิดกลายเป็นความจริง”

tp06-3244-b การเปลี่ยนทุกอย่างเริ่มจากการ “ตัดสินใจสู้” กับปัญหาทุกๆคนในโลกล้วนต้องเผชิญปัญหาครับแต่การที่จะแก้ปัญหาต่างๆถ้าไม่ตัดสินใจลงมือและเริ่มต้นปัญหาก็จะยังอยู่เพราะปัญหาหลายๆอย่างไม่ได้แก้ได้ด้วยการควบคุมอย่างเข้มข้นขึ้นหรือการทำอย่างเดิมให้มากขึ้นแต่ต้องแก้ด้วยการ “เปลี่ยน”เปลี่ยนทั้งมุมมองแนวคิดวิธีการหลายๆครั้งเราปลอบใจตัวเองว่าไม่ต้องเปลี่ยนหรอกคนอื่นเขายังทนกันอยู่หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้นก็แอบหลอกตัวเองว่ามันไม่ใช่ปัญหาคิดมากไปเองหรือไม่ก็แกล้งลืมไปเฉยๆ จนวันหนึ่งเราก็บอกตัวเองว่าช้าไปแล้วทำไม่ทันแล้วเปลี่ยนไม่ทันแล้ว

นวัตกรรม 4.0 สำหรับผมมันเป็นสิ่งที่บอกเราแค่ว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนจะเปลี่ยนอย่างไรคงไม่มีใครบอกได้ 100%เพราะเรากำลังเดินไปข้างหน้าด้วยกันไม่มีใครรู้ว่าอะไรที่ถูกที่สุดการไม่เปลี่ยนแปลงคือ ผิดที่สุดแน่ๆในเมื่อไม่มีใครรู้ว่าอะไรถูกคนที่กล้าลองกล้าเลิกกล้าทำกล้าผิดก็จะเป็นคนที่มีโอกาสมาที่สุดลองแล้วต้องไปให้สุดเรากำลังทำสิ่งใหม่ๆ ในโครงสร้างเดิมทรัพยากรเดิมสิ่งที่จะอำนวยให้ความคิดเรากลายเป็นความจริงได้หลายๆอย่างยังไม่เกิดมันอยู่ที่เราครับที่จะสร้างสิ่งอำนวยเหล่านั้นที่จะผลักดันถ้าเราจะเปลี่ยนเราต้องชงเองเพื่อจะกินเองมารอไปนานๆ มันจะเกิดไม่ได้แน่ๆครับจะรอให้คนอื่นมาทำให้โลกพร้อมสำหรับเรามันไม่ทันอีกแล้วโลกข้างหน้ามันน่าตื่นเต้นมากมาย

อย่าให้วาทกรรม 4.0 เป็นเพียงวาทกรรมแห่งยุค 2017 แต่ให้มันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของตัวเรา บริษัทเรา ประเทศของเราด้วยกันง่ายๆแค่ “ตัดสินใจลงมือทำให้สุด”แค่นั้นเองครับ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,244 วันที่ 16 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2560