
กุญแจ 3 ดอก
ขณะที่การเติบโตเป็นวาระสำคัญของธุรกิจครอบครัวซึ่งวิถีทางที่จะประสบความสำเร็จนั้นคือคุณลักษณะเฉพาะของพวกเขา ทั้งนี้จากการที่ KPMG and European Family Businesses (EFB) ได้ทำการสำรวจเจ้าของธุรกิจครอบครัวที่มีความโดดเด่น 26 ราย จาก 8 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ สโลวาเกีย สเปน และสหราชอาณาจักร โดยวิธีสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้าและการโทรศัพท์ พบว่าธุรกิจครอบครัวมักจะวางแผนล่วงหน้าสำหรับอนาคตอันไกล
เช่น ในการสำรวจมักพบคำพูดเช่น "เรามีกลยุทธ์ 50ปี" หรือ"หลังจากอยู่มาได้160 ปี วัตถุประสงค์ของเราก็ต้องการเห็นบริษัทอยู่ได้อีก 160 ปี" หรือ"ความปรารถนาของบริษัทเราคืออยู่ได้อีก 500 ปี" โดยมุมมองระยะยาวของพวกเขาจะวัดกันเป็นทศวรรษหรือเป็นรุ่น ไม่ใช่เป็นรายไตรมาสหรือรายเดือน
ดังนั้นธุรกิจครอบครัวจึงไม่จำเป็นต้องกังวลกับการต้องสร้างความประทับใจให้กับนักลงทุนด้วยผลงานในระยะสั้น พวกเขาสามารถลดช่องว่างลงได้เล็กน้อยโดยไม่ต้องวิตกกับตัวเลขที่ลดลงชั่วขณะหรือเป็นช่วงๆด้วยการคิดว่าผลตอบแทนจากวันพรุ่งนี้มีความสำคัญกว่าผลตอบแทนในวันนี้ รวมถึงธุรกิจครอบครัวยังสามารถคิดและวางแผนที่จะดำเนินการในระยะยาวได้โดยพวกเขาสามารถใช้มุมมองเชิงกลยุทธ์ระยะยาวซึ่งอาจไม่สามารถทำได้เสมอไปในธุรกิจรูปแบบอื่น นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถทำการตัดสินใจที่ถูกต้องสำหรับธุรกิจในระยะยาวได้แม้ว่าจะหมายถึงการสละรายได้ในระยะสั้นบางอย่างก็ตาม
ทั้งนี้จากการศึกษาครั้งนี้ พบว่ากุญแจสำคัญดอกแรกสำหรับธุรกิจครอบครัวในการจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนคือ การคิดถึงความปลอดภัย (safer thinking) และการทนต่อความเสี่ยงปานกลาง อย่างไรก็ตามต้องมีความสมดุลกับความเข้าใจว่าการเติบโตที่พอเพียงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบริษัทในการที่จะยังคงประสบความสำเร็จและแข่งขันได้
ดังที่เจ้าของธุรกิจครอบครัวชาวดัชท์ที่ถูกสำรวจรายหนึ่งกล่าวว่า
"ถ้าคุณมุ่งเน้นความคงที่และความปลอดภัยมากเกินไป อาจเป็นการขัดขวางการเติบโตได้"
กุญแจสำคัญดอกที่ 2 คือ การจัดลำดับความสำคัญ (prioritization) ดังที่จากการสำรวจธุรกิจครอบครัวในยุโรป เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาถึงเป้าหมายสูงสุดของธุรกิจ พบว่า ธุรกิจครอบครัว 83% วางแผนที่จะเติบโตในปีต่อไป ขณะที่อีก 57% ตั้งใจจะเพิ่มความสามารถในการทำกำไร และอีก 34% ต้องการจะเพิ่มผลประกอบการ ทั้งนี้ทั้งความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตของผลประกอบการ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบริษัทในการอยู่รอดและการเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุน และนักวิเคราะห์ ขณะเดียวกันความสามารถในการทำกำไรก็ยังมีความสำคัญต่อการอยู่รอดในระยะยาวของบริษัทอีกด้วย
และกุญแจสำคัญดอกสุดท้ายคือการมีวิสัยทัศน์ในระยะยาว (long-term vision) ซึ่งแม้อาจจะเป็นอุปสรรคในการเติบโตของธุรกิจได้แต่มักเป็นสิ่งที่กระตุ้นธุรกิจครอบครัวมากที่สุด "ความฝันในระยะยาวและการค้นหาทรัพยากรในระยะสั้น" เป็นวิธีที่เจ้าของธุรกิจครอบครัวชาวสเปนที่ถูกสำรวจบอกว่าเป็นแทคติคทางธุรกิจของเขา ทั้งนี้การมีมุมมองระยะยาวเป็นสิ่งที่มีอยู่ใน DNA ของธุรกิจครอบครัวซึ่งใช้ปรัชญากำหนดทุกสิ่งที่พวกเขาทำ รวมถึงพวกเขายังมีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์ การพัฒนาการวางแผนธุรกิจที่ดี แตกแผนออกเป็นโครงการเล็กๆและทำทีละขั้นตอน ทั้งนี้การมีมุมมองระยะยาวสามารถสร้างความคิดเชิงบวกได้ เนื่องจากธุรกิจสามารถเติบโตได้ในการดำเนินการระยะยาวโดยไม่ถูกต่อรองให้ลดราคาลงเมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้เจ้าของธุรกิจครอบครัวสามารถเลือกกลยุทธ์ที่ถูกต้องและเตรียมการสำหรับการเติบโตของบริษัทได้นั่นเอง
ที่มา: KPMG and EFB. 2016. Hidden growth within family businesses: Driving success without the fame. November 2016. Available:www.kpmg.com/enterpriseeuropeanfamilybusinesses.eu
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,243 วันที่ 12 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2560






